การประชุมวิชาการ 2555
การจัดประชุมวิชาการ 2555 ทำให้ดิฉันได้เรียนรู้งานหลายอย่าง เริ่มแรกในวันศุกร์ที่ 19เมษายน 2555ช่วงบ่ายก็เดินทางไปจัดเตรียมสถานที่ ณ บ้านศูนย์เด็กเล็กศาลาเม็ง จังหวัดพัทลุงก่อน ก็ไปกับพี่อานัส พี่โอ๋ และพี่รุสดี และก็มีการประชุมแบ่งหน้าที่กัน ส่วนดิฉันก็ไปจัดบอร์ดที่บ้านคุณลุงก้อเดช เส็มหมาด ซึ่งเป็นผู้ทำชากฤษณา กว่าจะทำเสร็จก็สามทุ่มครึ่ง เพราะบอร์ดใหญ่มาก คุณลุงใจดี เห็นทำงานเหนื่อยก็เลยเลี้ยงข้าวและขนม วันรุ่งขึ้น ที่ 20 เมษายน ก็ตื่นเช้าเพื่อมาเตรียมสถานที่ต่อให้เสร็จ จัดโต๊ะ เก้าอี้ และอุปกรณ์ที่ต้องใช้ในงาน วันนี้อากาศค่อนข้างร้อนมาก ทำให้ดิฉันหิวน้ำ จึงไปกินน้ำ ก่อนที่ดิฉันจะกินน้ำไม่ว่าจะเป็นที่ไหน ดิฉันจะดูแก้วน้ำก่อนเสมอว่าสะอาดหรือไม่ บางครั้งถึงกับเปิดคูลเลอร์ หรือเหยือกน้ำดูเลย เพราะ บางทีอาจจะมีสิ่งสกปรกออยู่ข้างในก็ได้ ก็เหมือนกับว่าเวลาเราดูอะไร ไม่ว่าจะคน หรือสิ่งของ ไม่ควรมองแต่ภายนอกควรมองให้ลึกๆถึงข้างใน ทำไงดีล่ะแก้วน้ำสกปรกทั้งลังขนาดนี้ไม่มีใบไหนสะอาดเลย ผู้ดูงานก็จะมาถึงแล้ว ก็เลยต้องไปช่วยกันล้างใหม่กับพี่โอ๋ แล้วก็พี่วา ทำให้เสื้อดิฉันเปียกหมดเลย ความจริงคนที่เอาแก้วน้ำมาให้ควรจะดูว่าล้างแล้วหรือยัง ถ้าไม่ล้างทีก็ควรจะบอกก่อน วันนี้ก็อำนวยความสะดวกต่างๆให้ผู้ดูงาน และแจกแบบประเมินการดูงาน และ พอเดินทางไปที่จังหวัดตรัง ที่โรงแรมเรือ ก็ช่วยพี่อ้อย พี่เอ๋ แล้วก็พี่น้อง จัดห้องประชุม และดูแลอำนวยความสะดวกให้กับผู้เข้าร่วมประชุมว่า ขาดเหลืออะไร ก็จัดหาให้เค้า วันนี้จึงรู้สึกเพลียๆ สงสัยคงจะเหนื่อย เพราะตื่นเช้าแล้วก็นอนดึก พอวันที่ 21 ก็ต้องตื่นเช้า แล้วก็มาเตรียม และดูความเรียบร้อย ของอุปกรณ์และห้องประชุม พอตอนมีการประชุมนำเสนองานโครงการแต่ละโครงการกัน ดิฉันก็เป็นผู้ควบคุมเวลา โดยการกดกริ่ง และชูป้ายก่อนหมดเวลาห้านาทีและหมดเวลา ตอนจับเวลารู้สึกตื่นเต้นมาก เพราะต้องดูเวลาตลอดกลัวจะเลย จึงทำให้ไม่ได้รู้อะไรเลยว่ามีการนำเสนอเรื่องอะไรบ้าง เพราะไม่ได้ฟัง มัวแต่ตื่นเต้นและใช้สมาธิกับการจับเวลา เวลาจะไปเข้าห้องน้ำก็ไปไม่ได้ เพราะไม่มีใครจับเวลา ซึ่งตอนนั้นพี่แอนไม่ว่าง ไปเคลียร์ค่าเดินทางให้ผู้เข้าร่วมประชุมบางคนที่พึ่งเดินทางมา เวลาที่ดิฉันกดกริ่งก็มีคนหันมามองทุกครั้ง บางครั้งถึงกับหัวเราะ ขนาดดิฉันยังตลกตัวเองเลยกดไป หัวเราะไป บางคนก็พูดเยอะเกินไม่รักษาเวลา คนที่รักษาเวลามีน้อย จึงทำให้กินเวลาไปเยอะมาก พอมองไปรอบๆก็เห็นผู้เข้าประชุมบางคนก็นั่งหลับบ้าง ทำหน้าเบื่อๆ เซ็งๆ บ้าง ความจริงดิฉันว่า ถ้าหากิจกรรมอะไรสนุกๆมาคั่นเวลาการนำเสนอบ้างก็คงจะดี พอเสร็จการประชุมก็พักทานอาหารเย็นกัน วันนี้อาหารอร่อยมาก เพราะดิฉันชอบกินปลาหมึก มีปลาหมึกย่างของโปรดเลย แล้วก็มีการเล่นเกมทายปริศนาจากภาพ ดูเค้าเล่นกันแล้วสนุกมาก เสียดายมากห้องปิดเร็วเกิน ยังไม่ได้ฟังใครร้องเพลงสักคนเลย พี่กอล์ฟอุตส่าห์ให้ลงโปรแกรมคาราโอเกะ แต่กลับไม่ได้ใช้รู้สึกเสียดาย ถ้าห้องไม่ปิดเร็วคงสนุกกันกว่านี้ ดิฉันคิดว่าคนอื่นๆก็คงเสียดายเหมือนกัน เพราะวันนี้เค้านั่งฟังอะไรที่วิชาการมาทั้งวันแล้ว หวังจะได้ทำกิจกรรมสนุกๆ กันให้เต็มที่ แต่กลับไม่ได้เป็นที่ตั้งใจกันไว้ พอทานอาหารกันเสร็จก็ช่วยกันเก็บอุปกรณ์กันเพื่อจะเอากลับวันพรุ่งนี้ แล้วก็มานั่งประชุมสรุปงานกันต่อว่าวันนี้เป็นยังไง มีข้อผิดพลาดตรงไหน อะไรที่ควรปรับปรุง หรืออะไรที่ดีอยู่แล้ว กว่าจะเสร็จก็เที่ยงคืนแล้วเหมือนกัน วันรุ่งขึ้นก็เตรียมตัวเดินทางกลับหาดใหญ่ ที่กลับก่อนก็มีดิฉัน พี่อ้อย พี่โอ๋ พี่แอด แล้วก็พี่แอน ที่เหลือไปเที่ยวเกาะกัน ความจริงแล้วดิฉันก็อยากไป แต่ว่ายน้ำไม่เป็น แล้วก็กลัวปลา และปะการัง รู้สึกว่ามันอยู่น่ากลัว ก็รู้สึกเสียดายมากที่ไม่ได้ไป
การไปฝึกงานในครั้งนี้ก็ทำให้รู้จักพี่ๆเค้าเพิ่มขึ้น เช่นพี่วา แล้วก็พี่เลาะ ดิฉันชอบพี่เลาะมาก เพราะพี่เค้าคุยสนุก อยู่ด้วยแล้วไม่เครียด แล้วก็ทำให้สนิทกับพี่ที่ฝึกงานเพิ่มมากขึ้น จากที่นั่งอยู่ในห้องไม่ค่อยคุยกันไม่สนิทกัน เพราะต่างคนต่างทำงานของตนเอง แต่พอไปครั้งนี้งานส่วนใหญ่ต่างต้องรับผิดชอบร่วมกัน กินอยู่ร่วมกัน ไปไหนมาไหนร่วมกัน ต้องปรึกษาหารือกัน จึงทำให้ต่างคนต่างสนิทกันมากขึ้น ความจริงแล้วดิฉันเป็นคนชอบอยู่คนเดียวที่บ้าน แต่พอไปครั้งนี้ก็เป็นบททดสอบอย่างหนึ่ง แล้วก็เป็นประสบการณ์ที่ได้ไปใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่น ทำงานร่วมกับผู้อื่นว่าเราจะต้องปรับตัวยังไง ทำอย่างไรให้อยู่กับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข เพราะ เมื่อเรียนจบ เข้าสู่การทำงานจริงๆ เราไม่ใช่ต้องอยู่คนเดียว ทำงานคนเดียว เราจะต้องสามารถที่จะเข้ากับผู้อื่นได้ และอยู่ร่วมกันได้ด้วย ทั้งยังได้เรียนรู้การทำงานและการบริหารงานของพี่ๆเค้าว่าชีวิตการทำงานมันต้องทำให้เต็มที่ และต้องทำหน้าที่ที่ตนเองได้รับมอบหมายอย่างดีที่สุด