การคบเพื่อนเป็นสิ่งที่สำคัญ ถ้าเราคบค้าสมาคมกับเพื่อนที่ดี ๆ ชีวิตของเราก็เจริญรุ่งเรือง แต่ถ้าเราคบกับเพื่อนที่ไม่ดีชีวิตของเราก็จะตกต่ำ พระพุทธเจ้าเมตตาตรัสสั่งสอนว่า “การคบเพื่อนนี้เป็นสิ่งที่สำคัญ”

Large_tonkla056


ทำอย่างไรเราถึงจะได้คบเพื่อนที่ดี...?

ประการแรก เราต้องเป็นคนดีก่อน เริ่มที่ตัวเราก่อน เราต้องเป็นดี เป็นคนขยัน เป็นคนอดทน กระตือรือร้น กระทำแต่สิ่งที่ดี ๆ สิ่งไหนไม่ดี เราไม่ทำ ไม่พูด ไม่ปฏิบัติ ไม่ติดสุข ไม่ติดสะดวก ไม่ติดสบาย ไม่ติดนอนตื่นสาย ไม่เป็นคนอืดอาด

ต้องทำความดีแข่งกับเวลา ขยันมาก ๆ พอใจสุขใจในการทำความดี เป็นคนกตัญญูกตเวที เชื่อฟังพ่อแม่ เชื่อฟังผู้บังคับบัญชา การงานหนักก็เอาเบาก็สู้ อดทน รู้จักคิด รู้จักผิด รู้จักถูก

ไม่เป็นคนเอาแต่ใจตนเอง ไม่เป็นคนเอาแต่อารมณ์ตนเอง ไม่เป็นคนที่แต่ให้พ่อแม่บุคคลอื่น เขาเอาอกเอาใจ เป็นคนช่วยเหลือคนอื่น เอาใจคนอื่น ให้ความรักความเมตตาคนอื่น “เป็นคนพันธุ์ขยันไม่เป็นคนพันธุ์ขี้เกียจขี้คร้าน...”

Large_pic019

ไม่เป็นคนอ่อนแอ ว่าตนเองสุขภาพไม่ดีมีโรคโน้นโรคนี้ มันเป็นโรคทางกายอยู่แล้วทีนี้มันก็เลยเป็นโรคทางใจขึ้นมาอีก

ไม่เป็นคนทิฐิมานะมาก ปากจัดเจ้าอารมณ์ ชอบพูดย้อนศร มีอาการกิริยาบึ้งตึง ไม่พูดไม่จา นำพาบรรยากาศสิ่งแวดล้อมให้เป็นพิษ จิตใจเจ้าอารมณ์ สั่งสมแต่ความขัดเคือง ความโกรธ ความพยาบาท เอาแต่ใจตัวเอง ถ้าเราเป็นคนอย่างนี้นะ เพื่อนที่ดี ๆ เขาก็ไม่อยากคบค้าสมาคมกับเรา

คนเรานี้ถ้าไม่มีเพื่อนมันมีทุกข์ คนไม่มีเพื่อนแสดงว่าเป็นคนที่เขาไม่รัก

ปกติคนเรานะ จะคบค้าสมาคมกันก็ต้องได้รับผลประโยชน์จากเขา การคบค้าสมาคมกัน ถ้าไม่มีผลประโยชน์ร่วมกันแล้วก็คบกันลำบาก เช่นเราจะคบค้าสมาคมกับพระพุทธเจ้า เช่นเราจะคบค้าสมาคมกับพระอรหันต์ก็เพราะเราต้องการผลประโยชน์จากท่าน

ถ้าเราคบกับท่านแล้วเราจะได้รับประโยชน์ ได้มรรคผลนิพพาน ได้ธรรมะคำสั่งสอนจากท่าน

ถ้าเราคบกับครูบาอาจารย์องค์นี้ ท่านนำเราสู่คุณธรรม นำเราสู่มรรคผลนิพพาน ท่านทำแต่สิ่งที่ดี ๆ พูดแต่สิ่งที่ดี ๆ ผลประโยชน์ก็เกิดแก่เรามากมาย ท่านเป็นตัวอย่าง ท่านบอก ท่านสอน ท่านนำเราสู่หนทางที่ประเสริฐ

เช่นเราเป็นพระเป็นเณรอย่างนี้ ตามหลักเกณฑ์นี้ พระพุทธเจ้าท่านให้เราคบให้เราเกี่ยวข้องกับครูบาอาจารย์กับเพื่อนภิกษุสามเณรผู้ที่ไว้วางใจได้ เป็นผู้ที่เข้มแข็ง ข้อวัตรปฏิบัติเข้มแข็ง เวลาไปอยู่ใกล้ เราไปสมาคมก็จะได้พูดแต่เรื่องประพฤติปฏิบัติ ไม่พูดเรื่องทางโลก ทางกิน ทางเที่ยว ทางที่พระพุทธเจ้าไม่ได้สอน

ถ้าเราไปคบกับเพื่อนที่มีอินทรีย์ยังอ่อน หรือยังอ่อนกว่าเราอีก มันก็ฉุดลากกันลงที่ต่ำ

เราอยู่ในบ้านในสังคม ผู้ที่อินทรีย์บารมียังอ่อนอยู่นั้นมันมีมาก ไม่ว่าเพื่อนฝูง การทำมาหากินน่ะ ส่วนใหญ่มีแต่ชักนำเราไปสู่ที่ต่ำ

พระพุทธเจ้าท่านถึงเมตตาบอกเราว่าการคบเพื่อนนี้สำคัญนะ เราไปอยู่กับหมู่ที่เขา ขี้เกียจขี้คร้าน มันก็ขี้เกียจขี้คร้าน เราไปอยู่กับพวกเด็กแวนซ์ มันก็เป็นเหมือนเขา ไปอยู่กับกลุ่ม ที่เขาเสพยามันก็เป็นเหมือนเขา ยากที่จะไม่เป็นเหมือนเขา

 

ถ้าเราอยู่ในบ้าน อยู่ในสังคม อยู่โรงเรียน ถ้าเพื่อนส่วนใหญ่มันไม่ดี พระพุทธเจ้าท่านก็ไม่ให้เราร่วมกินร่วมนอน คบค้าสมาคมกันก็พอสมควรนะ นิด ๆ หน่อย ๆ ก็พอ ถ้าเราคลุกคลีร่วมเป็นร่วมตาย ชีวิตของเราต้องตกต่ำแน่

พระพุทธเจ้าท่านตรัสว่าคนไม่มีคนเดียวมันสามารถให้คนดี ๆ เป็นร้อยเป็นพันเสื่อมไปด้วย

สิ่งสำคัญที่สุดก็ตัวเราเองนี้แหละ มันมีทั้งสิ่งที่ดีและสิ่งที่ไม่ดีอยู่ที่จิตที่ใจของเรา “มันมีทั้งพญามารและพระพุทธเจ้าอยู่ในใจของเรา”

พญามารก็ได้แก่ความขี้เกียจขี้คร้านนี่แหละอยู่ในใจของเรา เราอย่าไปคบค้าสมาคมกับมัน มันจะพาเราไปทำ ไปพูด ไปคิดในสิ่งที่ไม่ดี

ให้เราเชื่อพระพุทธเจ้า อันไหนมันดีเราถึงคิด ถึงพูด ถึงทำ ให้เป็นคนละอายต่อบาป เกรงกลัวตัวบาป คนเราต้องแก้ไขตัวเอง ปรับปรุงตัวเอง ถ้าเราไม่แก้ไขตนเอง ปรับปรุงตนเอง มันก็เป็นคนอย่างเก่า มันจะเป็นคนดีคนมีประโยชน์ไปไม่ได้

 

“คนดีต้องแก้ไข คนที่ฉลาดมีปัญญาต้องปรับปรุง”

เริ่มต้นเราต้องเป็นคนขยันคนเสียสละ “คนเรานี้ถ้าไม่ขยันไม่เสียสละนี่นะไม่ได้ไม่เจริญ” เป็นการสะสม หมักหมมสิ่งที่มันไม่ดีไว้ในจิตในใจ

 

Large_pic013

คนเราน่ะก็เกิดมาก็ครั้งเดียว ตายก็ครั้งเดียว ต้องทำความดีนะ...

เวลาเราร่ำรวย เรามีฐานะ เรามียศมีตำแหน่ง เรามีคุณธรรม ใครเขาก็อยากมาเป็นเพื่อน ใครเขาก็อยากเป็นญาติเป็นวงศ์ตระกูล

อย่าไปเห็นกับความสุข ความสะดวกความสบาย ให้เสียสละไว้มาก ๆ ...

เราเกิดมานี้เรามีภาระนะ เรามีร่างกาย เราต้องให้ปัจจัย ๔ แก่ร่างกายเรา คือให้อาหาร ให้ที่อยู่อาศัย ให้เสื้อผ้าอาภรณ์ ให้ยารักษาโรคแก่ร่างกายเรา ถ้าเราไม่ขยัน ไม่หมั่นไม่เพียร ปัจจัยสี่เราจะเอามาจากไหน เราช่วยเหลือตนเองได้ เราต้องช่วยเหลือพ่อแม่ญาติพี่น้องประเทศชาติบ้านเมือง เราจึงมีความจำเป็นที่ต้องขยัน ต้องอด ต้องทนให้มาก ๆ

พระพุทธเจ้าท่านไม่ให้เราโทษตนเองว่าเราจน เราลำบาก ถ้าจะโทษก็โทษว่าเราขยันไม่พอ

เราเป็นคนขี้เกียจมันถึงจนทั้งทรัพย์เงินทอง จนใจ จนปัญญา มันจนทั้งกายทั้งใจ เพราะเราเป็นคนขี้เกียจ เป็นพันธุ์ขี้เกียจ พันธุ์ใช้ไม่ได้ เป็นพันธุ์เปรต พันธุ์ผี พันธุ์พญามาร เราต้องปรับปรุงตนเองเป็นคนพันธุ์ดี เป็นพันธุ์ของพระพุทธเจ้า

พระพุทธเจ้านี้พันธุ์ขยันนะ...

เทคโนโลยีมันมีมาก ความสะดวกสบายมันมีมากเท่าไร คนมันยิ่งขี้เกียจ
เขาจะแก้ไขฐานะ แก้ไขการงาน เขาก็แก้ที่จิตที่ใจ ให้เป็นคนพันธุ์ขยัน

เมื่อเราเป็นคนขี้เกียจ ลูกออกมาหลานออกมา ก็เป็นคนพันธุ์ขี้เกียจ เป็นคนที่ทุกข์ยาก เป็นคนไม่ปรับปรุงไม่พัฒนา พืชผักผลไม้ต่าง ๆ เขายังมีการปรับปรุงสายพันธุ์นะ แต่มนุษย์เรานี้ส่วนใหญ่ไม่ได้เน้นปรับปรุงสายพันธุ์

Large_pic020

การปรับปรุงสายพันธุ์ก็เป็นคนดีคนขยันนี้แหละ ถ้าเราไม่ปรับปรุงแก้ไขตนเอง เราก็เป็นทาสของกิเลส เป็นทาสของพญามาร สุดท้ายก็เป็นทาสเถ้าแก่ เป็นทาสเจ้าของโรงงาน เป็นทาสบริษัทโน้นบริษัทนี้ สาเหตุก็เนื่องมาจากขยันไม่เพียงพอ

การเรียนการศึกษาของเรามันน่าจะไปไกลกว่านี้นะ ก็เพราะความขี้เกียจขี้คร้าน ความไม่พากเพียรความเอาใจใส่ ความไม่กระตือรือร้น

คนเรามันจะมาแต่งหน้า แต่งกาย แต่งตัว เพื่อให้คนอื่นเขาเห็นว่าเราดูดี ดูโก้ ดูสวย มันยังใช้ไม่ได้ มันต้องแต่งปฏิปทา แต่งการประพฤติปฏิบัติของเรา
คนเรานะ ความสวยความงามมันอยู่ที่เป็นคนดีเป็นคนขยัน คนสวย ๆ งาม ๆ อยู่ร่วมรวมกันไม่กี่วัน เดี๋ยวก็เห็นยักษ์เห็นมารออกมา

เราจะไปโทษคนอื่นว่าเขาไม่รักเรา เขาไม่เคารพนับถือกันไม่ได้... !

คนเรามันรักกันมันเคารพกัน มันต้องมีความดีให้รักให้เคารพ เราจะไปว่าคนอื่นอย่างโน้นอย่างนี้ไม่ได้ เพราะปัญหาต่าง ๆ มันอยู่ที่ตัวเรา อยู่ที่ปฏิปทาของเรา
เราอยู่ใกล้คนอื่น เราก็ต้องเป็นผู้ให้คนอื่น ไม่ใช่คอยเผาคนอื่น คอยเอาประโยชน์จากคนอื่น

“ถ้าเราเป็นคนมักง่าย มันลำบากภายหลัง…”

สิ่งที่มันทำยาก สิ่งที่มันต้องฝืน ต้องอด ต้องทน ถือว่าเป็นสิ่งที่ดี ถือว่าเป็นสิ่งที่เราจะได้ฝึกตน

ถ้านักเรียนเรียนดี ๆ คุณครูเขาก็จะจัดให้ไปอยู่ห้องเดียวกัน เพื่อจะได้แข่งขันทำความดีกัน

Large_pic021

หมู่บ้านไหนเขาขยันส่วนใหญ่เขาขยันกันหมด เขาถึงอยู่ด้วยกันได้ อย่างประเทศสิงคโปร์ เขาอยู่กันน้อย ๆ เขาแข่งกันขยันทำความดี เขาไม่น่าจะรวยกว่าเราเลย เขาไม่น่าจะเก่งกว่าเรา แต่เพราะว่าเขากระตือรือร้น เขาขยัน

เพราะทรัพยากรเขาไม่มี เขาก็แข่งกันทางปัญญา แข่งกันในการค้าการขาย แข่งกันทางการเรียน ใช้สติปัญญาด้วย ประพฤติปฏิบัติตนเองด้วย เขาก็ไปได้ เขาก็รวยมากกว่าเรา

อย่างประเทศเรานี้ ที่ดินก็มีมาก ทรัพยากรก็มีมาก แต่มันแพ้เขาเพราะความขยัน ถ้าเราขยัน ถ้าเรากระตือรือร้น เราพัฒนาไม่หยุด เราก็ก้าวไปข้างหน้าเรื่อย

ถ้าเราไม่ขยันเราก็ยากจน เราเป็นพระที่ขยัน เราก็เข้าถึงคุณธรรม เราก็เป็นพระอริยเจ้า

เรื่องพูดไม่ได้ เรื่องสอนไม่ได้นี้ไม่สำคัญ สำคัญอยู่ที่การปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ
ถ้าเป็นพระเรานี้ เราต้องพัฒนาตัวเราเอง พัฒนาบ้านเกิดของเราเอง อย่าไปแก้ไขภายนอก หนีถิ่นที่อยู่ไปอยู่ที่เมืองอื่น ไปเมืองนอกเมืองนา ถ้าเป็นอย่างนี้แสดงว่าเราไม่พัฒนาจิตใจตนเอง แสดงว่าไม่พอจิตพอใจที่จะแก้ไขตัวเอง

เวลามันมีน้อย เราจะเอาเวลาไปดูทีวี คุยโทรศัพท์ ฟังเพลง ไปเที่ยวกับเพื่อนก็ไม่ได้นะ ไม่อย่างนั้นเทพเจ้าที่ไหนจะมาช่วยเราไหว ไม่อย่างนั้นครูบาอาจารย์ที่ไหนจะมาช่วยเราไหว เพราะตัวเราไม่ช่วยเหลือตัวเอง

การที่จะเป็นคนดีได้มันต้องทวนกระแส คนที่ไม่ทวนกระแสแสดงว่าเป็นผู้ที่ไม่มีความสามารถ ไม่มีศักยภาพ เป็นบุคคลที่น่ารังเกียจ ไม่ได้รับการแก้ไขตัวเองเลย

Large_tonkla047

อย่าให้เวลาเราหมดไปโดยเปล่าประโยชน์...

พระพุทธเจ้าท่านให้เราเอาใจใส่ในตัวเอง เอาใจใส่ในหน้าที่การงานของตัวเอง
การที่เราตัดบาปตัดกรรมได้นั้น เราต้องมาเปลี่ยนพฤติกรรมของตนเองนะ ถ้าเราไม่เปลี่ยนพฤติกรรมเราก็จะเป็นคนบาปไปเรื่อย

อย่างพระของเรานี้ พระพุทธเจ้าท่านให้ดูแลตนเองว่าให้คิดให้พูดให้ทำแต่สิ่งที่ดี ให้ขยัน ให้อดทนทำความดี แล้ว ๑๕ วันให้ลงอุโบสถครั้งหนึ่ง และให้ถามตนเองว่า เราทำความผิดอะไรบ้าง แล้วก็ให้ตัดกรรมตัดเวรที่เราทำไว้

เราต้องแก้ไขเราถึงได้ดีนะ...

คนอื่นบอกเรา สอนเรา บังคับเรา แล้วเราก็ต้องบอกเรา สอนเรา บังคับเราด้วย ถ้าเราไม่ทำอย่างนี้ไม่ปฏิบัติอย่างนี้ เราจะแย่ไปทุก ๆ วัน เราจะตกต่ำไปทุกวัน
เราไม่อยากทุกข์มันก็ต้องทุกข์ เราไม่อยากจนเราก็ต้องจน เพราะกรรมคือการกระทำ ของเรามันทำให้เราทุกข์ ทำให้เรายากเราจน

พ่อแม่ของเราหรือญาติของเรา ส่วนใหญ่มันก็ถือว่าขี้เกียจ ติดอบายมุข...

ต่อไปเราก็ให้ถือว่าเราจะไม่ขี้เกียจขี้คร้าน ไม่ติดอบายมุข เราเป็นอภิชาตบุตร เป็นบุตร ที่ดีกว่าพ่อแม่ญาติพี่น้องวงศ์ตระกูล เราจะปรับปรุงสายพันธุ์ใหม่เพื่อเกิดประโยชน์ต่อตนเอง ต่อสังคมยิ่ง ๆ ขึ้นไป

จงอย่าไปปล่อยโอกาสให้มันสายเกินไป “ที่มันจะแก้ไม่ได้ก็เพราะมันสายเกินไป” แล้วก็ได้แต่ มานั่งคิดนอนคิดว่าเราจะทำมาหากินอะไรเลี้ยงครอบครัว...!

Large_tt8107

คนเราถ้าทำดีมาก ๆ จิตใจมันมีกำลัง จิตใจก็มีความสุข ถ้าความดีเรามีน้อย ความเสียสละ เรามีน้อย มันมีความทุกข์ มันมีความเศร้าหมอง มันหาสาเหตุไม่เจอว่าตนเองทำไมไม่มีความสุข ว่าตนเองทำไม่มีความสงบ

สาเหตุมันเนื่องมาจากจิตใจของเราไม่มีการเสียสละ การปล่อยวางกับขี้เกียจถ้าเราแยกแยะ ไม่ออกมันเหมือนกันนะ

ความขี้เกียจนี้มันก็คิดว่าแค่นี้ก็พอแล้ว แค่นี้ก็ดีแล้ว เราจะไปกระตือรือร้นมันทำไม ตายแล้วก็เอาไปไม่ได้ “เจ้าตัวนี้มันเจ้ากิเลสมากตัวเป็นขน...”

นักปฏิบัติส่วนใหญ่เข้าใจผิด เอาตัวขี้เกียจมาเป็นการปล่อยวาง

“ทำตามกิเลส ทำการปล่อยวาง แล้วทำตามกิเลส...”

มายึดมั่นถือมั่น อะไรก็เอาแต่ว่าไม่ยึดมั่นถือมั่น แต่การกระทำของตัวเองไม่ได้ปล่อยวางทางจิตใจ

คนบ้าเป็นคนปล่อยวางเก่ง เสื้อผ้าก็ไม่ใส่ เนื้อตัวเศร้าหมอง แต่พอเขาเอาอาหารมาเรียงแถวไว้ คนบ้าก็เลือกกินแต่สิ่งที่ดี ๆ ที่อร่อย ๆ นะ...?

มันทำตามใจตามอารมณ์ตนเองจนเป็นบ้า...

มันปล่อยมันวางหมดคนบ้านี้ แต่มันไม่ใช่คนปล่อยคนวาง แต่เป็นคนทำตามใจตน จนเป็นคนบ้า “การที่เราทำตามใจตนเองเป็นเชื้อสายของคนบ้า...”

พระพุทธเจ้าท่านไม่ทำตามใจตนท่านถึงเป็นพระพุทธเจ้า

คนเราอย่าไปทำตามใจตนเอง ให้ทำตามที่ถูกที่ต้อง

ที่เรายังเวียนว่ายตายเกิดนี้ แสดงว่าเรายังเป็นคนหลงอยู่ ยังเป็นคนบ้าอยู่ไม่มากก็น้อยนะ

พระพุทธเจ้าท่านให้เรารักษาโรคบ้าโดยการไม่ทำตามใจตนเอง คนเรานี้ไม่ต้องคิดอะไรมาก เพียงแต่ทำตามพระพุทธเจ้าสอน ทำตามศีลห้า ศีลแปด ศีลสิบ ศีล 227 นะ

Large_pic016

เพียงแต่ทำตามไม่ต้องคิดอะไรมาก เราต้องได้ดีเอง เราไม่ต้องลังเลสงสัย ลูบ ๆ คลำ ๆ อยู่นั่น อย่าไปสงสัยว่าถูกหรือเปล่า ถ้าทำตามพระพุทธเจ้าก็ต้องถูกแน่นอน

เราก็ไม่ต้องค้นคว้าให้มันเหนื่อย ให้มันเสียเวลา ทำอย่างนี้ ปฏิบัติอย่างนี้ มันไม่มีอะไรสลับซับซ้อนที่ให้เราคิด ให้เราวุ่นวาย เพราะว่าพระพุทธเจ้าท่านค้นคว้าให้เราแล้ว มันเป็นสูตรสำเร็จรูปอยู่แล้ว เพียงแต่เราประพฤติปฏิบัติตาม ความเจริญ ความงอกงามก็จะเกิดขึ้นกับเราเอง

พระพุทธเจ้าท่านว่าอย่างไร เราเอาอย่างนั้น เราก็จะได้ไม่ได้ผิดหวังในชีวิต ได้ถึงในปัจจัยสี่ข้าวของเงินทอง ลาภยศสรรเสริญ ได้ถึงมรรคผลพระนิพพาน พร้อมทั้งเราได้ปรับปรุงสายพันธุ์ของเรา เราจะได้มีอริยทรัพย์ยิ่ง ๆ ขึ้นไป ชีวิตของเราก็จะมีแต่ความสุข ความสงบ ความร่มเย็น

 

การศึกษาหาความรู้มันควบคู่กับคุณธรรมมันจะแยกกันไม่ได้...

ถ้าไม่อย่างนั้นนะ มันก็เป็นเหมือนสภาพบ้านเมืองที่เป็นอยู่หรือจะเป็นมากกว่าเก่า เพราะมนุษย์เรานี้ทิ้งคุณธรรมเอาแต่วัตถุ

เราต้องได้รับการปรับปรุงแก้ไข กาย วาจา ใจ ถึงจะเป็นผู้ที่น่าเคารพ นับถือกราบไหว้ตนเองได้

Large_tonkla049

ที่เรามีปัญหาทุกวันนี้เพราะความดีความเสียสละยังไม่เพียงพอ ยังน้อยอยู่ ความขี้เกียจ ขี้คร้านของเรายังมีมาก แล้วใครจะมารักเรา ใครจะมาเคารพนับถือเรา...?

คนที่เจริญนั้นต้องการไปด้วยความดี ด้วยการประพฤติปฏิบัติ...

เราอยู่ที่อยู่ไหนสถานที่นั้นคือสถานที่ประพฤติปฏิบัติของเรา

เราอยู่ที่บ้านเรานั้นแหละเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม เราอยู่ที่ทำงานอยู่ที่สำนักงานที่นั่นแหละคือสถานที่ปฏิบัติธรรมของเรา ให้เราทำความดี ให้เราเสียสละ เราอยู่กับบ้านอยู่กับที่ทำงาน มันมีสิ่งแวดล้อมที่จะทำให้เราหลงไปตาม ไม่ว่ารูปสวย ๆ เสียงเพราะ ๆ มีทั้งสิ่งที่ดีไม่ดีเยอะแยะมากมายเลย

พระพุทธเจ้าท่านให้เราเป็นตัวของตัวเอง ให้ทำดี ทำงานให้มีความสุข อย่าไปตื่นเต้น ตามสิ่งแวดล้อม ในโลกนี้มันเป็นอย่างนี้แหละ มันมีสิ่งที่ดีสิ่งที่ไม่ดี มีความแก่ ความเจ็บ ความตาย ความพลัดพราก มันไม่มีอะไรไปมากกว่านี้

Large_tongkla103

ช่วงนี้แหละจังหวะนี้แหละ เป็นการรักษาศีล เป็นการทำสมาธิของเรา เป็นการเจริญสติเจริญปัญญาของเรา

พระพุทธเจ้าท่านไม่ให้เราปล่อยโอกาสปล่อยเวลาให้เพลิดเพลินกับสิ่งต่าง ๆ
พระพุทธเจ้าท่านตรัสว่าทุกสิ่งทุกอย่างมันเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป มันไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น เราอย่าไปติดอก ติดใจ เสียใจกับสิ่งนั้น ๆ

ให้เราถือโอกาสประพฤติปฏิบัติธรรมในชีวิตประจำวันของเราไปเรื่อย ๆ …

เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ เรื่องสำคัญของเรา อย่าได้ปล่อยโอกาส ปล่อยเวลา โดยที่ไม่ปรับปรุงแก้ไขให้ตัวเองมีศีล มีสมาธิ มีปัญญา นี่แหละเขาเรียกว่าการประพฤติปฏิบัติธรรม มันถึงทำได้ ทุกหนทุกแห่ง

Large_tonkla048

เรามีโอกาสมีเวลา เราค่อยมาเพิ่มปัญญาบารมี สมาธิบารมี ศีลบารมีที่วัด เหมือนที่เรากำลังกระทำกันอยู่

พระพุทธเจ้าท่านให้เรารู้จักความสงบนะ...

ความสงบมันอยู่ที่ใจของเรา ถ้าเราคิดเป็นคิดถูกต้อง “ในสิ่งที่มันไม่ดีก็ทำใจให้ดี มีปัญญา สิ่งที่มันดีก็ทำให้ใจของเราไม่หลง” เราปฏิบัติไปอย่างนี้ ทำอย่างนี้นะ เราก็จะได้ปฏิบัติตัวเองโดยไม่รู้ตัว เราก็จะได้ปฏิบัติตัวเองโดยอัตโนมัติ

เหมือนต้นไม้ต้นหนึ่งเราปลูกไว้ เราให้น้ำให้ปุ๋ยมันก็โตวันโตคืน เราไม่รู้ว่ามันโตเมื่อไหร่ แต่มันโต สุดท้ายมันก็เป็นต้นไม้ใหญ่

เราฝึกพื้นฐานของเราไปเรื่อย ๆ เราเดิน นั่ง นอน ก็ให้ใจของเราอยู่กับเนื้อกับตัว เราทำงานก็ให้ใจของเราอยู่กับการทำงาน “คนเรานะถ้าใจมันอยู่กับเนื้อกับตัวมันมีความสุข มันไม่มีความฟุ้งซ่าน...”

เราฝึกบ่อย ๆ จิตใจของเรามันจะสงบ จะเย็น จะเป็นคนมีสมาธิ มีปัญญา
ฝึกพื้นฐานไว้ดี ๆ ฝึกหายใจเข้าหายใจออกสบาย ๆ ไว้

Large_td066

เราอยู่ที่ไหนก็ฝึกหายใจเข้าสบายไว้ออกสบายไว้...

๕ นาที ๑๐ นาที เราก็หายใจเข้าสบายออกสบายไว้ซัก ๒-๓ ครั้ง ชั่วโมงหนึ่งอย่างนี้ เราหายใจเข้าสบายซัก ๒-๓ ครั้งก็ยังดี ไม่ต้องหายใจเข้าสบายออกสบายทุกลมหายใจ

เมื่อใดเราไม่ได้อยู่กับลมหายใจ เราก็อยู่กับการทำงาน การเดิน การนั่งให้มันสงบ ฝึกไปอย่างนี้แหละ ฝึกทุก ๆ วัน วันไหนก็ทำแต่สิ่งเก่าอย่างนี้แหละ เดี๋ยวมันก็ชำนาญขึ้น แต่ก่อนมันเป็นความรู้เฉย ๆ แต่เมื่อเราทำบ่อย ๆ มันก็ชำนาญขึ้น

การปฏิบัติธรรมการทำความดีนี้ พระพุทธเจ้าท่านตรัสสอนเราว่า “อย่าได้เบื่อ” เหมือนคนเรานี้มันต้องหายใจเข้าหายใจออก เราจะไปเบื่อหายใจไม่ได้ “ถ้าเราเบื่อหายใจ แสดงว่าเราตายนะ...!”

“ความดีเป็นสิ่งที่เราต้องทำ ถ้าเราไม่ทำแสดงว่าเราตายจากความดี”

ทำไปเรื่อย ๆ ดูความขาดตกบกพร่องของตัวเอง

Large_pic022

สัมมาสมาธิ ความตั้งใจมั่น เราต้องตั้งใจมั่นตลอดกาล เป็นผู้ที่เที่ยงแท้แน่นอนในความดี เป็นผู้ที่เดินหน้าอย่างเดียว ไม่หยุด ไม่กลับหลัง เขาเรียกว่าเข้าถึงกระแสของความดี เข้าถึงกระแสของ “พระนิพพาน...”


ถ้าเราทำไปเดี๋ยวก็หยุดอะไรอย่างนี้ การประพฤติการปฏิบัติธรรมมันก็ไม่ได้ผล...

เมื่อเราไม่เข้าถึงความดี ตนเองก็เคารพนับถือตนเองไม่ได้ ทุกอย่างมันขัดข้องไปหมด ไม่มีอะไรที่จะเปลี่ยนแปลงวิทยฐานะเราได้นอกจากเราเป็นคนดี เป็นคนเสียสละ...

ชีวิตของเรามันก็เหมือนที่เขาไปเข้าโรงเรียนนี้แหละ เขาไปเรียนปริญญาตรี ปริญญาโท ปริญญาเอก แต่นั่นมันเป็นการเรียนหนังสือ แต่นี่มันคือการปฏิบัติธรรม...

Large_tongkla101

การปฏิบัติธรรมเป็นการทำปริญญาในจิตใจ การทำปริญญาทางหนังสือนี่ก็ยังลำบาก แต่การทำปริญญาในการประพฤติปฏิบัติธรรมมันลำบากกว่ากันตั้งเยอะ

พระพุทธเจ้าตอนที่ท่านตรัสรู้ใหม่ ๆ ท่านยังท้อพระทัยเลยว่า ธรรมะที่เราตรัสรู้นี้มันทวนกระแส มันเห็นตรงกันข้ามกับโลกที่เป็นอยู่ เราจะไปเทศน์ไปสอนให้ใครเข้าใจได้ เพราะมันเป็นธรรมะที่ไม่ตามใจใคร มันทวนกระแส ต้องอด ต้องทน ต้องฝืน

พระพุทธเจ้าท่านบำเพ็ญพระบารมีมามาก ท่านอาศัยความเมตตา ความกรุณา ท่านก็ได้มาระลึกนึกถึงดอกบัว ๔ เหล่า ท่านถึงได้ทรงเมตตาสั่งสอนเวนัยสัตว์
ให้ทุกท่านทุกคนนี้จงเข้าใจคำว่าปฏิบัติธรรม มันเป็นสิ่งที่ทวนกระแส ทุก ๆ คนปฏิบัติได้ ทุก ๆ คนทำได้ มันยากมันลำบากมันก็จริงอยู่ แต่ว่ามันมีคุณมาก มันนำความสุขความดับทุกข์ มาให้เราในอนาคตได้แน่นอน

หวังหว่าทุกท่านทุกคนจะได้นำพระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งเป็นสิ่งที่ประเสริฐอันมีค่าหาประมาณมิได้ไปประพฤติปฏิบัติด้วยกันทุกท่านทุกคนเทอญ...

 

Large_tt8032 

พระธรรมคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ที่องค์พ่อแม่ครูอาจารย์เมตตาให้นำมาบรรยาย
เช้าวันพฤหัสบดีที่ ๑๕ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๕๕
(เพิ่มเติมเช้าวันอาทิตย์ที่ ๒๙ เมษายน ๒๕๕๕)