เทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมาผู้เขียนได้ไปรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ในหมู่บ้านหลายคน ถือโอกาสปรึกษาเรื่องราวปัญหาต่างๆ ซึ่งแต่ละท่านก็แนะนำให้อดทนไม่ให้โต้ตอบถ้าสิ่งที่เขาพูดไม่เป็นความจริงมันก็จะเข้าตัวเขา  พร้อมให้ศีลให้พร  สังเกตดูว่าคนเฒ่าคนแก่แม้อากาศจะร้อนก็ยังชอบนั่งหรือนอนในที่โล่งๆ ใต้ถุนบ้าน  นั่งคุยกันมือก็ถือพัดหรือไม่ก็เปิดพัดลม ไม่ใช่ว่าจะไม่มีเงินติดเครื่องทำความเย็นนะ แต่ละท่านรู้กันอยู่ว่ามีทรัพย์สมบัติมากมาย  มีลูกหลานได้ดิบได้ดีเต็มบ้าน

          แต่พอเดินมาในบริเวณที่เป็นบ้านของคนรุ่นใหม่  ก็ได้ยินเสียงเครื่องทำความเย็นทำงานกันหึ่งๆ  โดยเฉพาะคนที่ทำงานเกี่ยวกับการไฟฟ้าด้วยแล้วบ้านมีกี่คน กี่ห้อง ก็เปิดเครื่องทำความเย็นครบจำนวนคน...ก็เขาทำงานที่การไฟฟ้ามีสิทธิ์ใช้ไฟฟรีนี่นา....???

         ร้อนมากเปิดหน้าต่างให้ลมโกรกจนคลายร้อน  นกที่เคยได้ยินเสียงร้องเมื่อถึงฤดูร้อน ที่คนเฒ่าคนแก่เรียกชื่อว่า นก"อี่ลี....ขะใจ๋" ตามเสียงร้องของมันและบอกว่าถ้านกชนิดนี้มาร้องที่ไหนจะทำให้ไก่ตาย สมัยก่อนเมื่อได้ยินเสียงนกร้องก็จะมีคนเอาหนังสติ๊กไล่ยิง เพราะเชื่อกันว่ามันนำเชื้อโรคที่ติดต่อมาถึงไก่ทำให้ไก่ตายทั้งเล้า  

         แต่วันนี้ผู้เขียนแปลกใจที่ได้ยินเสียงนกชนิดนี้มาร้องที่ต้นไม้หน้าบ้านตั้งแต่ตอนหัวค่ำ และยิ่งดีใจที่ได้ยินเสียงนกร้อง " อี่ลี..ขะใจ๋ ๆๆ " ในเวลาตีหนึ่ง  ตีสอง  คืนที่สามแล้วนกจะร้องทุกชั่วโมง คล้ายกับบอกว่าร้อนมาก  ร้อนเหลือเกิน  ผู้เขียนนอนฟังเสียงนกทุกชั่วโมงที่ต้นไม้ใกล้ๆห้องนอน ทำให้สงสารนะคิดว่านกก็เหมือนเด็กที่ตื่นขึ้นมาร้องโยเยแล้วก็หลับต่อไป  ในตอนใกล้รุ่งอากาศเย็นลง เสียงร้องของนกเปลี่ยนไปเป็น "จี๊  จิ๊ด  จิ๊ๆๆๆๆๆ... " ผู้เขียนไปค้นหาชื่อนกจากหนังสือนกเมืองไทยก็ยังไม่แน่ใจว่าในตำราเรียกชื่อนกชนิดนี้ว่าอย่างไร

           ลืมพูดถึงนกกะปูดที่มาอาศัยหลบร้อนที่ต้นไม้หน้าบ้านมาสองสามวันแล้ว ฟ้าสางตื่นขึ้นตอนเสียงนกกะปูดร้อง ปูด..ปูด..ปูด..วันนี้ไม่ได้ยินเสียงคงไปค้างที่ต้นไม้ต้นอื่น

           ปรึกษากันว่าร้อนมากนอนไม่พอโรงเรียนเปิดแล้วต้องไปทำงาน จะติดเครื่องทำความเย็นดีไหม  กำลังคิดอยู่ว่าถ้านอนในห้องที่ติดเครื่องทำความเย็นแล้วก็ไม่ได้ยินเสียงนกจะเอาไหม...  ครืนๆๆๆ...เสียงฟ้าคำรามมาแต่ไกล ฝนจะมาแล้ว  อากาศคงจะเย็นสบายขึ้น  คือคำตอบค่ะ