นรก

                เป็นสถานที่จะล่วงพ้นได้ยาก เต็มไปด้วยสัตว์ซึ่งมีกรรมอันหยาบช้า  นรกมี ๘ ขุมใหญ่ คือ สัญชีวะ  กาฬสุตตะ  สังฆาตะ  โรรุวะ ทั้ง ๒  มหาวีจิ  ตาปนะ  และปตาปนะ และแต่ละขุมมีอุสทนรก(นรกเล็ก) ๑๖ ขุม รวม ๑๒๘ ขุม  เมื่อรวมกับมหานรกทั้ง ๘ ขุมใหญ่ที่กล่าวมา เป็นนรก ๑๓๖ ขุม

 

 

ดิรัจฉาน

                ๑.นาค มีกำเนิด ๔ คือ ๑)นาคเกิดในไข่(อัณฑชะ)     ๒)นาคเกดในครรภ์(ชลาพุชะ)    ๓)นาคเกิดในเทาไคล(สังเสทชะ)      ๔)นาคเกิดผุดขึ้น(โอปปาติกะ)

                ๒.สุบรรณ(ครุฑ) มีกำเนิด ๔ คือ ๑)สุบรรณเกิดในไข่(อัณฑชะ)    ๒)สุบรรณเกิดในครรภ์(ชลาพุชะ)   ๓)สุบรรณเกิดในเทาไคล(สังเสทชะ)      ๔)สุบรรณเกิดผุดขึ้น(โอปปาติกะ)

                ๓.สีหะ มี ๔ ชนิด คือ        ๑)ติณสีหะ  คล้ายแม่โคสีนกพิราบและเป็นสัตว์มีหญ้าเป็นภักษา    ๒)กาฬสีหะ  คล้ายแม่โคดำ เป็นสัตว์มีหญ้าภักษา   ๓)ปัณฑุสีหะ  คล้ายแม่โคสีใบไม้เหลือง เป็นสัตว์มีเนื้อเป็นภักษา   ๔)เกสรสีหะ  ประกอบด้วยหน้า ปลายหางและเท้าทั้งสี่ราวกับชุบด้วยครั่ง

                ๔.ช้าง มี  ๑๐  สกุล คือ กาฬาวกหัตถี  คังไคยหัตถี  ปัณฑรหัตถี  ตามพหัตถี  ปิงคลหัตถี  คันธหัตถี  มงคลหัตถี  เหมหัตถี  อุโบสถหัตถี  ฉัททันตหัตถี

 

เปรตวิสัย

                คำว่า “เปรตโลก” หมายถึงที่อยู่ของพวกเปรต แต่อาจารย์บางพวกกล่าวว่า หมายเอาโลหกุมภีนรก  แต่ที่อยู่ของเปรตเป็นอันมากก็มีอยู่ในระหว่างป่าที่เชิงภูเขาโดยรอบนคร