เมื่อก่อนที่จะสอบบรจุเข้ามาเป็นครู เคยคิดว่า การเป็นครูที่ดีนั้นจะต้องเป็นครูที่สอนเก่ง ถ่ายทอดความรู้ลูกศิษย์ได้เก่ง เรียนสูง แต่ตอนนี้เมื่อได้มาเป็นครูจริง ๆ ก็เปลี่ยนใจ จากหน้ามือเป็นหลังมือเลยเชียวแหละ
ที่คิดได้อย่างนี้ก็เพราะว่ารู้สึกว่าครูที่ดีจะต้องมีความรู้ เรียนสุง ต้องจบปริญญาตรีขึ้นไป จะต้องเก่งเป็นที่ยกย่องของสังคมในการสอนลูกศิษย์ แต่ความคิดนั้นได้มลายหายไปสิ้น เมื่อได้มาเจอลูกศิษย์คนหนึ่งที่ครูคนอื่น ๆ ไม่สนใจ ไม่ได้รับการดูแลเอาใจใส่ อ่านหนังสือไม่ออกทั้ง ๆ ที่อยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 แล้วเด็กคนนี้เป็นเ้ด็กไม่เกเร เรียบร้อย มักถูกเพื่อนแกล้งบ่อย ๆ ด้วยซ้ำ อีกทั้งครูที่สอนในโรงเรียนนี้ยังเป็นผู้ที่ได้รับการยกย่องจากบุคคลภายนอกว่าสอนเก่ง ทำให้เด้กคนอื่น ๆ ประสบความสำเร็จในการประกวดแข่งขันงานวิชาการได้รางวัลมากมายจนทำให้โรงเรียนเป็นที่รู้จักของคนทั่วไป แต่เด็กชายคนนี้คือ เด็กชายสงัด ฤกษ์สถิตย์ อ่านหนังสือไม่ออก ตอนที่ได้ย้ายมาเป็นครูประจำชั้นของเด็กชายสงัดและได้สอนในวิชาภาษาไทยจึงให้เด็กชายสงัด มาฝึกอ่านในตอนพักกลางวัน และตอนเย็นหลังเลิกเรียน บางครั้งก็มาสอนให้ในวันเสาร์อาทิตย์และให้ทำแบบฝึกอ่านเป็นการบ้านทุกวัน ปรากฎว่าเขาสามารถอ่านหนังสือออก และอ่านได้ดี จึงส่งเด็กชายสงัดเข้าประกวดในการแข่งขันมหกรรมวิชาการและได้รับรางวัลชนะเลิศระดับอำเภอ เป็นความภาคภูมิใจของตัวเด็กชายสงัดเองและครูผู้สอนเป็นอย่างมาก จากการที่เด็กชายสงัดคิดว่าตนเองไม่มีอนาคตที่จะได้เรียนต่อแล้ว แต่ปัจจุบันนี้เด็กชายสงัดได้เป็นอาจารย์สอนที่วิทยาลัยเทคนิคพระนครศรีอยุธยาแล้ว
การที่ครูใช้ความอดทน ความเอาใจใส่ ความเมตตาต่อศิษย์ ไม่ได้ใช้แต่ความรู้ความสามารถเพียงอย่างเดียวเท่านั้น สามารถพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส กับเด็กด้อนโอกาสคนหนึ่งได้ จากประสบการณ์นี้จึงคิดได้ว่าการเป็นครูมิได้อยู่ที่ความรู้ความสามารถเท่านั้น แต่การเอาใจใส่ดูแลให้ความรักความเมตตาต่อศิษย์ต่างหากที่เป็นอาชีพครูอย่างแท้จริง อาชีพครูจึงอยู่ที่ใจ