เช้าวันนี้บรรยากาศการประชุม UKM ดูผ่อนคลายขึ้นค่ะ มีอาจารย์ beeman มาร่วมด้วยค่ะ อาจารย์ JJ วันนี้นำการประชุมค่ะ ระหว่างรอผู้เข้าประชุม อ. JJ ได้เชิญคนเก่าๆ ของ UKM มาพูดค่ะ

เริ่มต้นที่ได้เชิญให้ อ.พิชิต มอ. ผู้ร่วมก่อตั้ง UKM แต่แรกมาเปิดเวทีพูดคุย และอ. ได้พูดถึงประวัติความเป็นมาของ UKM ค่ะ

ดิฉันคิดว่าการรวมตัวของ UKM น่ารักนะคะหายากค่ะที่มหาวิทยาลัยใหญ่ๆ มาร่วมมือกันสร้างเครือข่ายเพื่อจัดการความรู้

อ. beeman มีเคล็ดวิชาถอดบทเรียนเยอะค่ะถูกเชิญขึ้นมาพูดต่อค่ะ อ.บอกว่าปัญหาการถ่ายทอดความรู้เป็นปัญหาสำคัญต้องแก้ไขด้วยการฝึกฝน และบรรยากาศของ  UKM เป็นบรรยากาศแบบมิตรภาพไม่ใช่วิชาการ

คุณพวงพะกา มรภ. คิดว่า UKM เป็นเครือข่ายที่ได้ประโยชน์ในการต่อยอดความรู้

อ.จักรกฤษ์ พูดถึงประโยชน์ของ KM ในการพัฒนางาน ไปสร้างเป็น CoPs ไปสู่การเรียนการสอน การสนับสนุนการสอน การทำ R2R และไปสู่งาน publications อ. บอกว่าอาจมีการลปรร. แต่ขาดการบันทึกการสร้างคลังข้อมูล อยากให้เริ่มต้นด้วยการบันทึกจนเป็นนิสัย แล้วกระตุ้นต่อลงในประเด็นเพื่อการปฏิบัติงาน

พี่ติ๋ม มวล. เข้า UKM ตั้งแต่รุ่นแรกๆ ได้แรงบันดาลใจจาก อ. หมอวิจารณ์ มวล. เน้นจัดการความรู้สึกก่อนจัดการความรู้ คุณนิรันดร์ คือ เจ้าพ่อของการจัดการความรู้สึก มวล.มีหน่วยพัฒนาองค์กรซึ่ง support เรื่องการจัดกระบวนการ  KM คุณภีมเน้นเรื่องชุมชน อ.วัลลาเน้นเรื่องเบาหวาน

คุณนิรันดร์ มวล. อยากเห็น UKM เน้นที่การจัดการความรู้สึก ทำ healthy workplace เป็นมหาวิทยาลัยแรกที่ทำ และกำลังจะผลักดันการทำ R2R, Blogs, Peer assist จะทำกวนให้ขุ่น (กระตุ้น KM) ภายในองค์กรก่อน

คุณโต้ง มข. พูดว่า UKM เป็นการรวมตัวหลวมๆ ทำด้วยใจ มข. ทำกิจกรรม Show & Share ทุกปีให้บุคคลากรมานำเสนอผลงานที่ภาคภูมิใจ ส่วนใหญ่เป็นโปสเตอร์ และมีการให้รางวัล

พี่จิ๊บเมตตา เข้าร่วม 20 ครั้งจาก 21 ครั้ง ได้เรียนรู้การทำงานจากมหาวิทยาลัยต่างๆ และเรียนรู้ว่าหัวขบวน  KM เปลี่ยนตลอดแต่การสนับสนุนมีอย่างต่อเนื่อง KM มีสไตล์ที่แตกต่างกัน ได้เรียนรู้จากมหิดลในการพัฒนาระบบ KM จากพี่นภามาศ และคนอื่นก็ได้เรียนรู้จากมหิดลหลายอย่าง ที่มอ. เอางาน KM ไว้กับงานบุคลากรเพราะเป็นหน่วยงานที่จัดการความสัมพันธ์ของคน เช่น เอาอาจารย์ผู้ใหญ่มาสอนอาจารย์ใหม่ ทำ CoPs ต่างๆ เชียร์กระตุ้น CoPs และทำ share.psu เชียร์เขียนบล็อกมาเรื่อยๆ แต่ก็พอสมควรค่ะ สิ่งที่ได้คือความไว้เนื้อเชื่อใจ มันง่ายกว่าเขียนหนังสือราชการสามวัน แต่ที่ยากคือการสกัดความรู้