ความทุกข์ มันช่างมีอิทธิพลต่อชีวิตและจิตใจเรา

เมื่อความทุกข์มาเยือน

          ความทุกข์  มันช่างมีอิทธิพลต่อชีวิตและจิตใจเราอย่างมากมายซะจริงๆ  ไม่ว่าเหตุของทุกข์นั้นจะเป็นอะไรก็ตาม  มันช่างมีความสามารถในการทำให้ความสุขของเราจางหายไปได้ในพริบตา  กำลังใจเหือดหาย  ความท้อแท้และความอ่อนแอเข้ามาแทนที่  แถมยังทับถมให้ชีวิตเราดิ่งลึกจมลงดินมากขึ้น  เท่านั้นยังไม่พอ....ทุกครั้งที่มีความทุกข์  ยากนะที่จะลืมมันหรือลบมันออกจากใจไปได้  มันเหมือนจะคอยตอกย้ำเราอยู่ร่ำไป 

เวลามีความทุกข์...บางคนมักจะนั่งย้อนภาพความทรงจำในอดีต ดูรูปภาพเก่าๆ ดูหนังเศร้าๆ  อย่างเช่น  คนที่สูญเสียคนที่รักไปอย่างไม่มีวันกลับ...บางคนก็ฟังเพลงที่มันเข้ากับชีวิตตนเอง  เข้ากับความทุกข์ที่ตนเองกำลังเผชิญอยู่...คนอกหักก็ชอบฟังเพลงที่มีเนื้อหาสำหรับคนอกหัก...แล้วไงล่ะ  ดูรูป  ดูหนัง  ฟังเพลง แล้วก็มานั่งซึมน้ำตาไหล  สงสารตัวเองจับใจ  ดูแล้วมันเหมือนเป็นการขังตัวเองอยู่กับความทุกข์นั้น  ยิ่งไม่ได้ช่วยให้มองเห็นทางเดินสู่ความพ้นทุกข์ได้เลย 

เมื่อมีความทุกข์...ปลดปล่อยมันออกมาเถอะ  อย่าเก็บมันไว้  ระบายออกมาด้วยการร้องไห้  คร่ำครวญ  เพราะเรื่องบางเรื่องมันก็ช่างเลวร้ายกับชีวิต  จนเรารับแทบไม่ไหวจริงๆ  นั่นก็เป็นทางออกที่ดีทางหนึ่ง  ความทุกข์มันจะได้ไม่สะสมในร่างกายเรา  ยิ่งสะสมมากๆๆๆเข้า  มันยิ่งทำให้ชีวิตเราเลวร้ายไม่ว่าจะเป็นจิตใจหรือร่างกาย  แต่จำไว้นะ  อย่าเสียเวลากับมันมากนัก  โยนมันทิ้งไปให้ได้  อย่าให้ทุกข์นั้นทับถมในใจ  เพราะชีวิตเราต้องเดินหน้าต่อไป 

ความทุกข์นั้น...มันเป็นอดีตไปแล้ว  เราต้องมองข้ามมันไป  มองไปข้างหน้า  ค้นหาอนาคตไง  อย่ามัวแต่ทำอะไรที่ซ้ำเติมตัวเองอยู่เลย  เราควรมองหาอะไรที่จะมาเพิ่มกำลังใจให้ตัวเอง  เพื่อชีวิตเราจะได้มีพลังและมองเห็นแสงสว่างของเส้นทางใหม่  แสงส่วางที่จะนำทางให้เราก้าวเดินไปสู่ชัยชนะ  จงเอาชนะความเหนื่อยล้า  ความท้อแท้  ความสิ้นหวัง  ความพ่ายแพ้  ความอ่อนแอ  และทุกสิ่งที่ทำให้ชีวิตเราเลวร้ายทั้งหมด  ใช้สิ่งเลวร้ายที่ผ่านมาเป็นแรงผลักดันให้เราก้าวเดินไปข้างหน้าเรื่อยๆ  สู่เป้าหมายที่สดใส  งดงาม  ดังที่ใจเราอยากเป็น...                                

                                                         แมลงปอ...28/04/55  22.29 น.