ความโง่ ความฉลาด ในความเห็นผมมันไม่สัมบูรณ์ แต่เป็นสัมพัทธ์เสมอ

เช่นคนโง่มากย่อมเห็นคนโง่น้อยกว่าเป็นคนฉลาด

คนฉลาดมากที่สุดย่อมเห็นคนฉลาดมากเป็นคนโง่เป็นต้น

ทั้งที่คนฉลาดมากนี้อาจโง่น้อยกว่าคนโง่น้อยที่คนโง่มากนิยมว่าฉลาดเสียอีก

 

บางทีคนฉลาดมากที่สุดกลับถูกคนโง่มากหาว่าโง่เพราะไม่เข้าใจในสิ่งที่เขาบอก

(ความจริงไม่บางทีแต่บ่อยๆ ดังเช่นที่พระพุทธเจ้าท่านโดนมามากที่สุด)

 

ส่วนต้นไม้ และสัตว์นั้นถ้ามันพูดได้ โพสต์เป็น คงสนุก

เพราะมันฉลาดแต่เกิดโดยไม่ต้องเข้าโรงเรียน

ส่วนมนุษย์หลายคนเรียนจนเป็นหมอ วิศวะ ดร.

แต่ทำกังหันลมยังสู้ลูกยางที่หล่นจากต้นไม้ไม่ได้เลย

 

ต้นไม้ฉลาดขนาดหากินเอากับดิน น้ำลม ไฟ รอบๆ ตัว

ไม่ต้องไปเข้ารร.หาวิชา เพื่อไปหากินให้ยุ่งยาก

แถมไม่ลำบากใคร

ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม (แต่เป็นสิ่งแวดล้อมเสียเอง)

 

มนุษย์เราบังอาจไปเรียกพวกเขาว่าเป็นสิ่งแวดล้อม

โดยเย่อหยิ่งคิดเอาตัวเองเป็น “ศูนย์กลาง”

ทั้งที่พวกเขาเป็นศูนย์กลางมาก่อนเราหลายพันล้านปี

สูเราต่างหากที่เป็น สิ่งแวดล้อมของเขา

 

พระพุทธเจ้าท่าน ฉลาด(สัมพัทธ์) สูงกว่าเรา ...ท่านว่าอะไรมาเราเชื่อหมด แม้แต่หลักกาลมสูตรที่บอกว่าห้ามเชื่อแม้สมณนี้คือครูของเรา

 

....ในทางตรงข้ามเราอาจควรเชื่อให้มาก แม้คนพูดมันคือคนที่เราคิดว่าถร่อยที่แสนโง่ก็ตามหากมันพูดแล้วกระตุกให้เราคิดในมุมกลับได้ ...แต่การกระตุกมันอาจมาอีกหลายรอบก็เป็นได้ อย่าเพิ่งวางใจ

 

 

...คนถางทาง