กรณีไฟไหม้ดินที่พิษโลกและลวปุระนั้น ผมเพิ่งทราบ (นี่หากไม่ไปประชุมสมาคมวิชาชีพวิศวกรเครื่องกลแห่งประเทศไทย แทนท่านหัวหน้าภาค เมื่อวันศุกร์ที่แล้ว ที่บางแสน ผมคงไม่รู้กะเขาหรอก เพราะเลิกดูทีวีมานานแล้ว)
ผมขอให้ความเห็นเชิงวิชาการว่า กรณีนี้คือสิ่งที่ฝรั่งเขาเรียกว่า spontaneous combustion หรือ Auto-ignition หรือ Ambient combustion หรือ ฯลฯ คือเป็นการเผาไหม้ที่เกิดขึ้นได้เองโดยไม่ต้องมีการจุดประกายไฟเริ่มต้น
เรื่องนี้เป็นหลักการเดียวกับบั้งไฟพญานาค แม่น้ำโขง ที่ผมได้สันนิษฐานไว้แล้วว่ามาจาก ปลาไหลยักษ์ออกจากจำศีล
http://www.gotoknow.org/blogs/posts/484652 (ถ้าสนใจไปอ่านตอน ๑ ด้วยนะครับ..หากยังไม่ได้อ่าน)
การเผาไหม้นี้แสดงว่ามีสารเชื้อเพลิงที่ไวไฟมาก ก่อกำเนิดที่ใต้ผิวดิน เช่น โดยการหมักหมมของอินทรีย์วัตถุ หรือ โดยการรั่วซึมออกมาจากใต้เปลือกโลก (ซึ่งอาจเป็นผลจากเปลือกโลกเคลื่อนตัว..เกิดรอยแยก..ผลพวงจากแผ่นดินไหวอีกต่อ) แล้วเชื้อเพลิงเหล่านี้ลอยตัวขึ้นผิวดิน พอมาเจอบรรยากาศโลก (โดยเฉพาะออกซิเจน) ก็จะเกิดปฏิกิริยาทำให้เกิดการเผาไหม้ เกิดความร้อน ควัน ขึ้นได้
สารไวไฟพวกนี้มีมากมายหลายสกุล เช่น โซเดียม (Na) ที่เป็นส่วนประกอบของเกลือแกง (NaCl) ก็เป็นสารไวไฟมาก สามารถติดไฟได้ในอุณภูมิบรรยากาศธรรมดา โดยไม่ต้องมีการจุดประกายไฟแต่อย่างใด
อาจเป็นไปได้ว่า สภาวะด้านใต้ของพิษโลกและลวปุระมีเกลืออยู่มาก ด้วยสภาพพิเศษของธรณีวิทยาอะไรสักอย่าง เกลือแกง (NaCl) แตกตัวกลับไปเป็น Na + Cl แล้ว Na ลอยขึ้นมาจากรอยแตกของเปลือกโลก พอมาเจอ O_2 ก็เกิดปฏิกิริยาเผาไหม้...อัตโนสันดาป (Autoignition) หรือ “ไหม้เอง” ..ถ้านิยมประสาไต
...คนถางทาง (๒๙ เมษ. ๒๕๕๕)
สำหรับคนเชื่อโชคลาง ก็อาจว่าไปว่า แผ่นดินลุกเป็นไฟ คงเป็นอาเภทที่พระแม่ธรณีพิโรธ เพราะแผ่นดินมีนักปกครองที่เป็นกัลกินี ก็ว่ากันไป หุหุ
การเผาไหม้แบบนี้ เกิดขึ้นได้เสมอ แม้ที่เมืองพิมาย ของคุณชลัญธร ก็ตาม เช่น ที่โกดังเก็บมันสำปะหลังเส้น บางทีก็เกิดการเผาไหม้วอดวายได้ ....กรณีนี้มันเกิดจาก การหมัก ครับ เป็นการหมักแบบไม่ต้องการอากาศ (anearobic fermentation) ก็คือการกินของบักเตรีนั่นเอง (ภาษาโบราณนะเนี่ย..จงใจใช้) พอกินก็เกิดความร้อนจากการย่อย ความร้อนยิ่งไปกระตุ้นให้บักเตรีที่ชอบความร้อนเกิด (พวก thermophile...ว่าเข้านั้น) ก็ยิ่งเกิดความร้อน ......แต่ความร้อนที่เกิดหนีออกไปไหนไม่ได้ เพราะมันอยู่ใต้กองยักษ์ของปิรามิดมันสำปะหลัง ในที่สุด อภ.สูงเกินจุดติดไฟ กองมันก็ลุกเป็นไฟ (ถ้ามีออกซิเจนช่วยอย่างเพียงพอ).....เรื่องนี้ครูวิทยาศาสตร์น่าเอาไปสอนเด็กนักเรียนนะครับ ....แล้วถามว่า...เชื่อหรือไม่...ใครไม่เชื่อ แล้วหาเหตุผลหักล้างได้ ให้ A ไปเลย
เอาไปสอนไม่ได้หรอกค่ะเด็กสมัยนี้เขามีนิสัยคล้ายๆคุณ(คนถางทาง)นี่แหละค่ะอย่าได้ไปสอนเชียวเรื่องแปลกๆใหม่น่ะเดี่ยวได้สักเรื่องสองเรื่อง
แค่การทดลองง่ายๆลูกลิงโรงเรียนยังทำให้เป็นเรื่องขึ้นมาได้เลยค่ะด้วยความซุกซน
เขาว่าเด็กซนคือเด็กฉลาดไม่ใช่หรือครับ ส่วนผมตอนเด็กๆนักเรียนเรียบร้อยนะครับ ได้รับเลือกจากรร. ให้ถือพานไหว้ครูทุกปี คู่กับเพื่อนหญิงอีกคน จนเพื่อนๆ มันล้อว่า แต่งงานกัน อายแทบแย่ ผมเพิ่งมาซน ..พิเรน..เอาตอนแก่ๆ นี่แหละครับ แบบว่า late bloomer ครับ อิอิ
กองมันสำปะหลังยังไม่ไหม้เลยค่ะอาจารย์ แต่กลิ่นนี่สุดๆ