แม้ว่าความสำเร็จที่ผ่านมาอาจจะไม่อาจการันตีอนาคตได้ แต่ระเบียบวินัยในตนเองของผู้คนอาจทำให้ประเทศก้าวหน้าไปได้ในอีกระยะหนึ่ง จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น

หากคุณได้ยินคนพูดว่า Singapore is a fine city โปรดถามให้แน่ใจว่าเขาหมายถึงอะไรค่ะ เพราะมันมีความหมายเป็นสองนัย ตามประสาคนมองโลกเป็นสีดอกไม้ก็จะบอกว่าเป็นเมืองที่สวยงามน่าอยู่ ฉันก็เห็นว่ามันน่าอยู่จริงค่ะ และส่วนหนึ่งที่ทำให้เมืองนี้น่าอยู่ก็มาจากนัยที่สอง นั่นก็คือเป็นเมืองที่มีกฎหมายที่เข้มงวดและมีการออกใบสั่งปรับมากถึงมากที่สุดเพื่อรักษาความเป็นระเบียบเรียบร้อยของเมือง ฉันเองก็โดนปรับมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง :)

ตอนมาอยู่ที่นี่ใหม่ๆ ที่โดนปรับบ่อยมากก็คือการจอดรถในที่ที่ไม่ได้รับอนุญาต ด้วยความที่เป็นคนที่ชอบเอาสะดวกว่า เลือดที่ไหลในร่างกายบรรจุคำว่า "ไม่เป็นไรหรอกน่า...นิดหน่อยเอง" ไว้เต็มเปี่ยม บางทีจอดรถไว้ข้างทางแทนที่จะขับวนขึ้นไปในที่จอดรถของอาคารสูงหลายชั้นจนน่าเวียนหัว เพื่อลงไปซื้อกาแฟสักแก้วแล้วรีบกลับออกมาโดยใช้เวลาไม่เกิน 10 นาที ปรากฎว่าวันนั้นได้ดื่มกาแฟแก้วละ 75 เหรียญ (กาแฟ 5 เหรียญ ค่าปรับ 70 เหรียญ (1 เหรีญสิงคโปร์ = 24 บาท)

มีอยู่ครั้งหนึ่งฉันนัดเพื่อนสนิทไปทานข้าวที่ร้านอาหารไทยใกล้บ้าน พอดีขับรถวนหาที่จอดแล้วไม่มี เพราะที่จอดรถเต็มหมดในเวลาเย็น ด้วยความที่ไม่อยากให้เพื่อนรอฉันจึงขับรถไปจอดที่ข้างถนนใกล้บ้านหลังหนึ่งในซอยซึ่งก็ไม่ได้จอดรถขวางทางใคร ไม่มีอันตรายเพียงแต่ไม่ได้จอดอยู่ในที่จอดรถที่กฎหมายระบุไว้เท่านั้น พอกลับออกมาเห็นมีใบสั่งแนบอยู่ที่ที่ปัดน้ำฝน อีกสองวันฉันก็จ่ายค่าปรับเรียบร้อย ภายในสัปดาห์นั้นก็ปรากฎว่ามีจดหมายอีกฉบับหนึ่งมาถึงบอกให้ไปจ่ายค่าปรับ ฉันก็คิดว่าระบบคงยังไม่เห็นค่าปรับที่ฉันจ่ายแล้วเลยไม่ได้สนใจ อีกเดือนหนึ่งก็มีจดหมายมาเตือนอีก ฉันก็คิดว่าคงเป็นความผิดพลาดของระบบก็เลยไม่ได้ใส่ใจอีก พออีกเดือนหนักขึ้นเพราะจะถูกเรียกตัวไปขึ้นศาล ทีนี้ไม่ทำอะไรไม่ได้แล้วก็เลยรีบโทรศัพท์ไปชี้แจง ทีนี้ก็ถึงบางอ้อว่าทำไมระบบจึงยังไม่รู้ว่าฉันจ่ายค่าปรับไปแล้ว เพราะวันนั้นฉันโดนปรับในเรื่องเดียวกันจากสองหน่วยงาน หนึ่งสำนักงานเขตซึ่งฉันจ่ายค่าปรับไปแล้ว และสองตำรวจจราจร ซึ่งอันนี้แหละที่จะพาฉันไปขึ้นศาลเพราะไม่จ่ายค่าปรับ 70 เหรียญ ฉันก็เลยขอไปว่าให้ช่วยอนุโลมได้ไหม เพราะไม่รู้จริงๆ ว่าโดนปรับจากสองหน่วยงานในเรื่องเดียวกัน ในเวลาใกล้เคียงกันและตำรวจจราจรก็ทำโดยการจดหมายเลขทะเบียนแล้วแจ้งมาทีหลัง ไม่มีใบสั่งทิ้งไว้ (ความจริงฉันเองก็ไม่รอบคอบที่จะตรวจดูจดหมายใบสั่งให้ละเอียดด้วย) เวลาผ่านไปหนึ่งสัปดาห์ ตำรวจจราจรส่งจดหมายมายกเลิกค่าปรับและแจ้งว่าจะพัฒนาระบบให้ดีขึ้น ฉันโล่งใจและรัฐก็รู้ข้อบกพร่องของระบบที่มีการปรับซ้ำซ้อน ฉันแอบยิ้มคิดว่าเขาช่างขยันออกไปสั่งกันจริงเมืองนี้

แต่เรื่องหนึ่งที่โดนปรับแล้วประทับใจมากจนไม่อาจลืมได้ก็คือโดนปรับเพราะรดน้ำต้นไม้ในกระถางแล้วมีน้ำขังอยู่ในที่รองกระถาง ฉันกลับมาถึงบ้านจากที่ทำงานเจอใบสั่งนี้แล้วเป็นงงอยู่นาน เพราะที่บ้านมีต้นไม้ในกระถางวางตั้งอยู่หน้าบ้าน ตอนเช้าฉันจะรดน้ำต้นไม้ก่อนไปทำงาน ปรากฎว่าวันนั้นมีเจ้าหน้าที่จากกระทรวงสิ่งแวดล้อมมาสุ่มตรวจ พบน้ำขังอยู่ในที่รองกระถางต้นไม้และอาจเป็นที่ฟักตัวของยุงลายซึ่งเป็นสาเหตุของไข้เลือดออก ที่นี่เขารณรงค์เรื่องนี้กันมากค่ะ คราวนี้ฉันโดนปรับ 100 เหรียญ โดยไม่มีข้อโต้แย้งใด

เมืองเล็กๆ แห่งนี้มีกฎหมายที่เข้มงวดต่างไปจากประเทศเพื่อนบ้านหลายประการ วัตถุประสงค์ก็เพื่อความเป็นอยู่ที่สงบเรียบร้อย เพื่อความปลอดภัย เพื่อสุขภาวะที่ดึของผู้คนในบ้านเมืองนี้ บางอย่างที่อาจเป็นเรื่องปกติของประเทศเพื่อนบ้านอาจไม่ปกติที่นี่ เช่นการพกพาเครื่องช็อตไฟฟ้าหรือสเปรย์พริกไทยเพื่อการป้องกันตัว ค่าปรับตั้ง 10,000 เหรียญเชียวค่ะ หากมาเที่ยวที่นี่ ไม่ต้องเอาติดตัวมานะคะ

สำหรับคนที่ชอบเคี้ยวหมากฝรั่ง การนำหมากฝรั่งเข้ามาที่เมืองนี้ หากมีการตรวจพบอาจถูกปรับถึง 500 เหรียญ เหมือนกับการถูกปรับหากพบการทิ้งขยะไม่เป็นที่เป็นทาง ที่นี่ไม่มีหมากฝรั่งขายค่ะ นอกจากที่ใช้ทางการแพทย์จะได้รับใบอนุญาตเป็นพิเศษ เพื่อเป็นการรักษาความสะอาดของอาคารสถานที่และสาธารณะประโยชน์ เช่นบนรถไฟ ฯ เรียกว่ากันไว้ดีกว่ามานั่งแก้ปัญหาค่ะ

ผู้คนที่นี่ก็นานาจิตตังค่ะ บ้างก็บอกว่ารัฐบาลเข้มงวดเกินไป ทำให้ไม่มีอิสระ ไม่มีความสุขในการดำเนินชีวิต บ้างก็สนับสนุนและคิดว่ามันเป็นสิ่งที่ควรทำเพื่อนำประเทศก้าวสู่การเป็นผู้นำ เพื่อนบางคนก็เริ่มสอนเทคนิคการอยู่ที่นี่โดยไม่ต้องรับใบสั่งแต่ก็ยังมีความสะดวก ฯ

แม้ว่าปีหลังๆ มานี้ความนิยมในรัฐบาลจะลดลง แต่ที่ผ่านมารัฐบาลก็ได้วางมาตรฐานการดำเนินชีวิตของผู้คนที่นี่มาได้ดีมากในระดับหนึ่ง แม้ว่าความสำเร็จที่ผ่านมาอาจจะไม่อาจการันตีอนาคตได้ แต่ระเบียบวินัยในตนเองของผู้คนอาจทำให้ประเทศก้าวหน้าไปได้ในอีกระยะหนึ่งจนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น

สิบกว่าปีที่อยู่ที่นี่ ฉันไม่ได้มองว่าทุกอย่างที่นี่ดีหมด แต่สิ่งหนึ่งที่คิดว่าดีคือการปลูกฝังระเบียบวินัยในชีวิตโดยใช้ 'กฎหมาย' ทีี่รุนแรง ในการอยู่ร่วมกับคนหมู่มาก และโดยเฉพาะในชุมชนที่ประชากรหนึ่งในสี่เป็นคนต่างชาติที่มีความเชื่อและวัฒนธรรมความเป็นอยู่ต่างกันเป็นพื้นฐาน เป็นการบังคับการฝึกฝนตนเองไปในตัวในเวลาที่รวดเร็ว การเปลี่ยนแปลงบางอย่างอาจต้องใช้เวลาให้มันค่อยเป็นค่อยไป บางอย่างต้องอาศัยกฎเข้าช่วยเพื่อผลที่รวดเร็ว ข้อบังคับเหล่านี้มันทำให้ฉันคิดถึงผลลัพธ์ที่อาจเกิดขึ้นก่อนลงมือทำ เป็นการเจริญสติในชีวีตประจำวันที่ดีอย่างหนึ่ง 

หากค่าปรับทั้งหมดทั้งมวลที่ต้องควักกระเป๋าจ่ายมันทำให้คนที่คิดน้อยไปหน่อยอย่างฉันกลับกลายเป็นคนที่คิดถึงผู้อื่น (considerate) ด้วยในที่สุด ฉันคิดว่ามันคุ้มค่ามากค่ะ จากจุดเล็กๆ ในการมีวินัยในตัวเองเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกปรับ ไม่ให้ได้รับใบสั่งบ่อยๆ อาจกลายเป็นความเคยชินและเป็นนิสัยในที่สุด และหากมันเป็นนิสัยแล้ว อิสระก็มีอยู่ในการดำเนินชีวิตในทุกๆ วัน

ขอให้มีความสุขในวันสบายๆ บ่ายวันเสาร์นี้ค่ะ

 

ตามประสาคนนอกเมืองค่ะ ไม่ได้เข้าเมืองบ่อยเลยไม่ค่อยมีรูปในเมืองมาฝาก

ด้านหน้าห้างไอออน ออร์ชาร์ด แหล่งช้อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนมของคนไทย

..

สีสันของไชน่าทาวน์...

..

ความต่างระว่างกาลเวลาในไชน่าทาวน์

..

สีสันยามค่ำที่มารีน่าเบย์ ข้างหลังคือโรงแรมหรูและคาสิโน Marina Bay Sands Hotels and Casino..

..

Ernesto Cortazar - Even through the distance