ในบท หรือกัณฑ์นี้ มีแหล่งน้ำที่น่าศึกษา ๔ ประการคือ สมุทร-สระน้ำ แม่น้ำ และชลาศัย รายละเอียดดังนี้

     ๑. “สมุทร” มีด้วยกัน ๒ สมุทร คือ สีทสมุทร(สมุทรใหญ่) และอสีทสมุทร(สมุทรน้อย)

     ๑.๑.สีทสมุทร บางครั้งก็เรียก มหาสมุทร คือ มหาสมุทรสีทันดร ซึ่งมีน้ำในมหาสมุทรนั้นละเอียดมาก ของที่ตกลงไปแม้เพียงขนปีนกยูงก็ไม่อาจที่จะลอยอยู่ได้ ย่อมจมลงไปทีเดียว ฉะนั้น จึงเรียกมหาสมุทรนั้นว่า “สีทมหาสมุทร” นอกจากนี้แล้วยังมีสีทสมุทรอีก ๗ จุด(คือที่เดียวกัน แต่มี ๗ จุดใหญ่) โดยมีความลึกในระดับต่าง ๆ กันลดหลั่นกันลงไป โดยมีความลึกตั้งแต่ ๘๔,๐๐๐ โยชน์, ๔๒,๐๐๐ โยชน์, ๒๑,๐๐๐ โยชน์, ๑๐,๕๐๐ โยชน์, ๕,๒๕๐ โยชน์, ๒,๖๒๕ โยชน์, และ ๑,๓๑๒ โยชน์กับอีก ๒ คาวุต

     ๑.๒.อสีทสมุทร หมายถึงสมุทรอื่นนอกจากสีทสมุทรทั้ง ๗ ที่กล่าวมาแล้ว เป็นทะเลน้ำเค็มมีความลึกตั้งแต่ ๖๕๖ โยชน์กับอีก ๑ คาวุต และมีความตื้นขึ้นๆ ไปโดยลำดับ โดยตื้นขึ้นไปในที่ใกล้สถานอันเป็นที่ตั้งทวีปทั้งหลาย จากนั้นทะเลน้ำเค็มก็จะค่อย ๆ ลึกลงไป ๆ โดยลำดับไปหาเขาจักรวาล ซึ่งมิได้เป็นเหวไปตั้งแต่ต้น(หมายความว่าค่อยลึก ๆ ไปเป็นลำดับ)

                ๒.สระน้ำ มีด้วยกัน ๒ ชนิดคือ

     ๒.๑.ปัลลละ(สระขนาดเล็ก) ที่ในฤดูฝนน้ำท่วม ส่วนในฤดูร้อนน้ำเพียงเข่าและแห้งขอด

     ๒.๒.สระใหญ่ มีทั้งหมด ๗ สระประกอบไปด้วย อโนดาต  กัณณมุณฑะ  รถการกะ  ฉันทันต์  กุณาละ  มันทากีนี  และสีหปปาตะ ซึ่งแต่ละสระมีความยาว-กว้างและลึกสระละ ๕๐ โยชน์ กลม(รัศมีโดยรอบ) ๑๕๐ โยชน์ ตั้งอยู่บนภูเขาหิมพานต์ ซึ่งภูเขาหิมพานต์นั้นมีพื้นที่ถึง ๓,๐๐๐ โยชน์

                สำหรับสระอโนดาตนั้น มีท่าเป็นที่อาบซึ่งมีน้ำปราศจากมลทิน เช่นกับแก้วผลึก มีสัตว์น้ำ เช่น ปลาและเต่า มีกระดานหินอันจูงใจ มีบันไดทองและบันไดแก้วมณีจัดแจงไว้เป็นอย่างดี เป็นที่สรงสนานของพระพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้า พระขีณาสพ และเป็นที่อาบของฤาษีผู้มีฤทธิ์ เป็นที่เล่นอุทยานกรีฑาของเหล่าเทวดาและยักษ์ เป็นต้น

                ข้างทั้ง ๔ ของสระอโนดาตนั้นมี ๔ ปากคือปากราชสีห์ ปากช้าง ปากม้า ปากโคอุสภะ ซึ่งเป็นทางไหลออกแห่งแม่น้ำทั้งสี่ ที่ฝั่งแม่น้ำซึ่งไหลออกจากปากราชสีห์ มีราชสีห์มากกว่าสัตว์อื่น ที่ฝั่งแม่น้ำซึ่งไหลออกจากปากช้าง ปากม้า และปากโคอุสภะ ก็มีช้าง-ม้า-โคอุสภะมากกว่าสัตว์อื่น ๆ

                ๓.แม่น้ำ แบ่งออกเป็น ๒ ชนิด คือ กุนที(แม่น้ำน้อย) และมหานที(แม่น้ำใหญ่)

                ดังนั้น จะเห็นว่า แม่น้ำใหญ่ ๕ สายคือ คงคา  ยมุนา  อจิรวดี  สรภู  มหี และแม่น้ำทั้ง ๔ ที่ไหลออกจากสระอโนดาต ทางปากราชสีห์ ช้าง ม้า และโคอุสภะ  ส่วนแม่น้ำนอกนั้น จำนวน ๕๐๐ สาย เรียกว่าแม่น้ำน้อย

                ๔.ชลาศัย(น่านน้ำ) ซึ่งมีพิเศษอีก ๒๐ น่านน้ำ แต่ไม่ชัดเจนคืออาจารย์บางส่วนก็ให้ความสำคัญ บางส่วนก็ไม่ให้ความสำคัญ แต่ที่เป็นปัญหามากที่สุดคือไม่พบในคัมภีร์นี้