เมื่อวันที่ 19 - 22 เมษายน 2555 ครูอ้อย แซ่เฮ ในนามครูเพื่อศิษย์  เข้าร่วมสัมมนาเวทีครูเพื่อศิษย์ในหัวข้อการสร้างเครือข่ายครูเพื่อศิษย์  ในบันทึกนี้  จะขอเล่าเรื่องโดยทั่วไปโดยไม่เจาะเน้นเป็นเรื่องโดยละเอียด......วันแรกของการสัมมนาที่เริ่มต้นด้วยความสบายใจที่ทีมงานดูแลครูอ้อยและทุกคนเป็นอย่างดี  ครูอ้อยเดินทางมาถึงโรงแรมที่เป็นสถานที่ตั้งแต่หกโมงครึ่งและเข้าพักในโรงแรมเลย  ยังเหลือเวลาอีกตั้งนาน  ครูอ้อยเลยสำรวจสถานที่ตามนิสัยบล็อกเกอร์  ที่นี่ครูอ้อยมาบ่อยมากเพราะใกล้โรงเรียนที่ครูอ้อยสอน  แต่การสัมมนาครั้งนี้  ครูอ้อยไม่เคยได้มีโอกาสแวบไปไหนมาไหนได้เลย   ด้วยสาเหตุที่การสัมมนานั้นเข้มข้นมากมาย  จนไม่กล้าที่จะแวบ  และครูอ้อยก็คิดได้ว่าเป็นความจริงถ้ไม่ได้เข้าร่วมสัมมนาครั้งนี้จะเสียดายมากๆเลย

*****

วันแรกของการสัมมนา  ทำให้ครูอ้อยตื่นเต้นมากเพราะได้เรียนรู้ฝึกปฎิบัติเรื่องใหม่ๆ ทบทวนเรื่องเก่า  เพราะนี่เป็นเวทีครูเพื่อศิษย์ครั้งที่ 3 แล้ว  บางเรื่องยังไม่เข้าใจถ่องแท้ก็ไม่ยกมือถาม  เพราะอีกไม่นานทีมงานก็จะอธิบายด้วยการปฏิบัติจนครูอ้อยเข้าใจ   ตื่นเต้นมากที่ได้ไปเดินสัมผัสบรรยากาศสถานที่ที่ไม่เคยไป  ทั้งๆที่เป็นคนกรุงเทพฯโดยกำเนิด  นั่นคือชุมชนดวงแข....มันเป็นโจทย์อย่างดี  ให้พวกเราได้ขบคิดถึงรากแก่นของความคิด  ปุถุชนอย่างครูอ้อยที่ได้มีโอกาสสัมมนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับผู้รู้กูรูมากมาย  จนสามทุ่มก็ยังไม่ง่วงนอนเลย

*****

เหมือนได้ดูหนังสามมิติ  ที่มีเรื่องหลากหลายปฏิบัติให้ครูอ้อยได้สัมผัส  กลมกลืน  ทำให้ครูอ้อยได้เข้าใจจากนิดหน่อยน้อยน้อยจนเข้าสู่ความรู้ก้อนใหญ่  ที่ประทับใจที่สุดก็คือ...ได้พบท่านศาสตราจารย์ นายแพทย์วิจารณ์ พานิช  ที่ครูอ้อยชื่นชมมาเป็นเวลานาน  และวันนี้วันที่สองของการสัมมนาที่ครูอ้อยมีความสุขมาก  ที่ท่านได้กล่าวชมเชยครูอ้อยพร้อมฝากการบ้านให้ครูอ้อยมาทำเขียนบล็อกในส่วนครูเพื่อศิษย์ PBL และ PLC ที่ครูอ้อยได้ทำอยู่  ในวันนี้ครูอ้อยได้เข้าใจและตระหนักดีเลยว่าสิ่งที่ครูอ้อยได้ลงมือปฏิบัติมาเป็นเวลานั้นถูกต้องถูกทางและมีคุณค่ายิ่งนัก   จนเข้าสู่คำสำคัญของคำว่า.....ต้นทุน

*****

วันที่สามนี้  ครูอ้อยได้เรียนรู้และฝึกปฏิบัติตามเรื่อง.....จิตปัญญา  น้องเจ  น้องเหมียว ที่ฝึกให้ครูอ้อยได้เข้าถึงเข้าใจและพัฒนาในเรื่อง...การฟัง  การดู  กิจกรรมที่ได้ฝึกนี้  ครูอ้อยคิดเลยไปถึงว่า..จะนำไปใช้กับนักเรียนน้อยๆของครูอ้อยได้อย่างไร  พวกเขาจะเข้าใจและมีคุณสมบัติตามมาตรฐานขั้นต่ำสุดได้หรือไม่ ในเรื่อง  การตรงต่อเวลา   การมีวินัย  การศรัทธา  เชื่อมั่น  ใฝ่รู้ใฝ่เรียน   อุปสรรคในการสัมมนาคือเรื่อง...สุขภาพ  ซึ่งทีมงานก็ได้ซักถามกันอยู่เสมอ  ให้เพิ่งจิต  เห็นท้องฟ้าสวยใสและมีเมฆอะไรมาบังความสวยใสนี้  ครูอ้อยก็ทำบ่อยนะแบบนี้   แต่เทคนิคนี้น่าจะนำไปใช้กับนักเรียนของครูอ้อยมากเลย...ไม่ใช่เพียงแต่ ดูจิตเท่านั้น

*****

วันสุดท้ายของการสัมมนา  ครูอ้อยร้อง..อ๋อออออ  ตลอดทุกฐาน  ช่างโชคดีที่ได้พบ..ครูใหม่   ครูวิมลพรรณ  ศุศิลวรณ์  ที่เป็นไอดอลนิ่งๆของครูอ้อย  เธออธิบายการเป็นครูฟาที่ดี  ที่ใช้คำถามอย่างไร   ทำให้ครูอ้อยเข้าใจทำได้กับการตั้งคำถาม  และเข้าใจความแตกต่างของหลักสูตร ศตวรรษที่ 20 กับ 21 อย่างไรตลอดจน  น้องเอก  จตุพร  วิศิษฐ์โชติอังกูร  ที่ได้ให้คำสำคัญ คือ ต้นทุน  ที่ทำให้ครูอ้อยยิ้มยิ้มและเห็นแนวทางของการขยายเครือข่ายได้เป็นอย่างดี....ครูเอ็ม  มณฑล   ที่ได้เน้นการขยายเครือข่ายได้อย่างไร  ทุกคนจะดำเนินการอย่างไร  เมื่อกลับไปทำภาคสนามของตน

*****

วันสุดท้ายเราแยกทางกันกลับบ้านเมื่อเวลา 13.30 น.ครูอ้อยแบกสัญญากลับมาโรงเรียน  มาเขียนรายงานการสัมมนาเสร็จแล้วจึงกลับบ้าน

*****

กลับมาแล้ว  ครูอ้อยได้รับความสบายใจที่ได้จากการส่งข้อมูลมาทางอีเมล์  ทั้งข้อมูล  รูปภาพ  และ  ppt  ที่จะนำไปขยายผลได้เป็นอย่างดี.....ขอบคุณทีมงาน  น้องอ้อ น้องตูล  น้องเจี๊ยบ  ครูย่ง  อีกหลายท่านที่ไม่ได้เอ่ยนาม

*****

ขอบคุณทีมงานมากๆเลยค่ะ

ยิ้มยิ้ม 

ครูอ้อย แซ่เฮ