โตนี่ - ฟาง. GotoKnow.

* ผมกลับมาแล้วครับ..หลังจากพักเรื่องงานถาวรไว้ ๒ ตอน  เพื่อนำเรื่องเกี่ยวกับเรือลำใหม่ล่าสุดของกองทัพเรือ  มาให้ท่านได้อ่านกันเพื่อจะได้ทันสมัยกับเขาบ้าง..คาดว่าหลายท่านคงเข้าไปสัมผัส กับร.ล.อ่างทองลำใหม่แล้วน๊ะครับ. เรื่องที่สองเป็นการเตือนเรื่องการปาหินและจอบว่า...อย่าตกใจเมื่อเผอิญเกิดขึ้นกับท่านโดยมิได้ตั้งใจ อ่านแล้วได้แต่เศร้าใจกับสังคมในโลกเราว่ายังมีพวกจิตทรามหลงเหลืออยู่อีกพอสมควร  คงต้องเฝ้าระวังว่าเมื่อไรโรคของเขาจะกำเริบขึ้นกับเราเท่านั้นเอง !

 

 

มนุษย์เรานี้ก็น่าแปลกน๊ะครับ หลายคนถ้าให้อยู่บ้านอย่างสบายๆพี่แกอยู่กันไม่ค่อยได้  ข้าจะต้องไปโน่น - ไปนี่..ตามที่จะอ้างกับภรรเมีย. ธุระเยอะ.  แต่พอไปทำงานบนแท่นเจาะน้ำมันนานๆเออไม่มีใครห้ามข้าฯได้..พอเท้าเหยียบฝั่งอยากจะกลับบ้านขึ้นมาทันที ทั้งที่บางคนยังโสด..พวกที่มีครอบครัวแล้วไม่ควรกล่าวถึงในด้านลบถ้าเขา..อยากจะเป็นพวกรักครอบครัว - แฟมมิลี่แมนขึ้นมาบ้าง..พนักงานพวกนี้..ถ้าได้เหยียบบนฝั่งแล้วพี่แกจะไม่มีการรอใดใดทั้งสิ้นคิดดูเถอะขนาดระยะทางจากท่าเรือสัตหีบไปถึงโรงแรมนั้นประมาณ๑๐ กม. พอเรือเทียบเขาเดินกันเลย  บางครั้งผมมีงานที่ต้องไปติดต่อและพอออกไปทำงานแล้วคิดว่า..ต้องมารับพนักงานทัน.เผอิญเรือเข้าก่อนเวลาครับ. พอมาที่ท่าเรือพบว่าพนักงานรอกันเต็มไปหมด  แต่ละคนหน้าบอกบุญไม่รับทั้งนั้น.แม้แต่ตัวนายฝรั่งของเชฟร่อนเอง. ผมนำรถเข้ามาที่ท่าเรือและพบว่าทุกคนนัดกันไม่ยิ้มเลยว่ะ..ดีน๊ะครับ ที่ผมนำสำเนาแฟกซ์แจ้งเวลาเรือเข้าติดตัวมาด้วย  พอลงมาจากรถผมรีบสวนไปเลยว่า That is not my fault They informed me alongside app.1600 Hrs. แต่ขณะนั้นเพิ่งจะ๑๔๐๐ น.พนักงานที่อยากกลับบ้านเร็วๆได้เงียบเสียงลงได้. ยังไม่หนำใจครับผมมองตำหนิด้วยสายตาไปที่นายครี๊ท เครวี่เขาคงรู้ว่าผมด่าด้วยสายตา..เขารีบสวนมาว่าผมไม่ได้พูดอะไรเลยI  say nothing. เห็นไหมครับ ? การรับ-ส่ง พนักงานนั้น.ไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะผู้ที่ไม่เคยสัมผัส. ดีแต่ถามคำถามโง่ๆว่าเอ ! คนที่สัตหีบเขาทำอะไรกันอยู่ ?หลังจากที่เรือเทียบท่าแล้วต้องรอกันพักใหญ่ครับ  กว่าคนประจำเรือจะนำบันไดมาผูกแจกเสื้อชูชีพ แล้วจึงปล่อยให้พนักงานแต่ละบริษัทฯเดินขึ้นมาบนฝั่ง  ผู้ที่ขึ้นมาแล้วก็จะต้องรีบถอดเสื้อชูชีพและโยนลงไปให้คนในเรือสวมต่อ แล้วจึงขึ้นมาบนฝั่ง.เสื้อมีน้อยกว่าพนักงาน.เคยเกิดเหตุ การณ์ที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้  คนโดยสารที่มีอายุคนหนึ่งถอดเสื้อชูชีพ แล้วรีบโยนให้กับพนักงานอีกคน.ที่รออยู่ในเรือ.พี่แกคงไม่ได้ระวังตัวครับพอโยนเสร็จตัวเองก็ไปกับเสื้อชูชีพ.เสื้อตกไปในเรือ..แต่คนโยนตกไปข้างๆเรือครับ ! พี่แกโชคดีมากที่ไม่ถูกอะไรทิ่มแทงเลย แกค่อยๆว่ายน้ำประคองตัวไปที่ท้ายเรือ  พวกลูกเรือแทนที่จะนำตัวขึ้นมาก่อนเพราะน้ำทั้งเย็นและหนาว..  

 

๓๙. เครื่องรับ - ส่งพนักงานตกในประเทศพม่า. ขอบคุณภาพจากเน็ท.

แต่เจ้ากัปตันอ้วน..มันบอกให้ลอยคออยู่ก่อน.ดูสิครับมันโทรไปรายงานเอาหน้าเสียก่อน ผมยืนอยู่ตรงนั้นด้วยเลยตัดใจเดินหนีดีกว่า ถ้ายังขืนอยู่ต่อเดี๋ยวจะอดใจด่าเจ้าอ้วนไม่ได้. ไปดีกว่าได้แต่สงสัยว่าเจ้ากัปตันอ้วน.คงจะเป็นโรคจิตกระมัง !  ที่ชอบเห็นคนลอยน้ำเหมือนปลา. Are you sick , Captain ? ขณะเขียนเรื่องผมอโหสิให้เรียบร้อยแล้ว เพราะพี่แกรีบตายเสียก่อน.จากนั้นพนักงานทุกคนที่มาจากต่างบริษัทฯ ก็จะเดินหิ้วกระเป๋าของตัวเองมาตามเสียงเรียก..สลัมเบอร์เจ..อมฤตครับ.ทางนี้ครับพอผู้โดยสารที่มาพร้อมเรือขึ้นรถแล้ว รถทุกคันก็หายไปในชั่วพริบตา  ทิ้งไว้แต่ความเงียบและเสียงของเครื่องยนต์ของเรือพีลีแกนบ้าง เรือเมเจอร์ไท๊ด์บ้าง  นานๆครั้งจะเป็นพวกเรือยูนิไว๊ท์. ซึ่งได้จอดสงบนิ่งอยู่ที่ท่าห้านั่นเอง !ช่วงหนึ่งมีพายุใหญ่เข้ามา.ทางแท่นเจาะจะต้องย้ายพนักงานที่ไม่จำเป็นขึ้นมาพักบนฝั่งก่อนทิ้งไว้เฉพาะตำแหน่งสำคัญ.ผมเหนื่อยสิครับ !ต้องขนย้ายขึ้นมาทั้งหมด  ทางรร.สวอนเลคไม่สามารถจัดที่พักให้ได้ทุกคน.เอ้า !ผมต้องมาหาที่พักเพิ่ม..โดยมาได้ที่รร.เก้า-สี่  สัตหีบ.แถมยังต้องยุ่งเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งเท่าเพราะต้องแยกกันพักถึงสองแห่ง ไหนจะต้องนำเงินมาจ่ายค่าอาหาร ค่าที่พักและต้องมารับกลับไปลงเรืออีกต่างหาก. ตกลงเที่ยวนั้นผมต้องมารับจากท่าเรือเข้าที่พัก และรับจากที่พักไปลงเรือถึงสี่เที่ยว..พอพายุสงบผมต้องทยอยรับพนัก งานของแท่นเจาะซานตาเฟ่ จากโรง แรมกลับไปลงเรือที่ท่าเรือสัตหีบทันที..คิดว่าน่าจะเรียบร้อยดี..แต่ที่ใดมีคนหมู่มาก..ที่นั่นมักมีปัญหาเสมอ. พนักงานที่มากับเรือเมเจอร์ไท๊ด์กลับลงเรือโดยดี.จึงไม่มีปัญหา.แต่พนักงานที่มากับเรือยูนิไว๊ส์ไม่ยอมลงเรือลำเดิม..โดยอ้างว่า..เรือโคลงมากและเมาคลื่น.  เถียงกันอยู่นานพอสมควร จนหัวหน้าใหญ่ต้องมายื่น คำขาดว่าใครมากับเรือลำไหน?ให้กลับไปกับเรือลำนั้น เรื่องจึงยุติ..เรื่องแค่นี้ทำไมต้องให้เขามาสั่งด้วยล่ะ ? ภาษาทหารมักจะย้ำเสมอว่าจงอย่า ทำตัวเป็นเหล็กสกัด..เพราะต้องให้เขาเอาค้อน มาตีเสมอ..จึงจะกินเนื้อเหล็ก..พนักงานกลับไปหมดแล้ว ทางนี้ต้องจัดตู้อาหารส่งตามไปอีก เพราะช่วงที่พายุเข้ามีการไฟหมดจึงทำให้อาหารเสีย..

๔๐. แท่นเจาะน้ำมันกลางอ่าวไทย. - ขอบคุณภาพจากเน็ท.

พนักงานบอกว่าเขาต้องทิ้งทะเลหมดเลย. สัตว์น้ำต่างยิ้มกันใหญ่เพราะมีโอ กาสได้กินอาหารจากแท่นเจาะกับเขาบ้าง. ปัจจุบันงานขุดเจาะน้ำมันตามแท่นเจาะเกือบทุกแห่งในโลก ได้มีการเพิ่มความปลอดภัยให้กับพนักงานมากขึ้น.หลังจากที่ถูกถล่มด้วยพายุมาแล้วทางภาคใต้  มีการปิดข่าวกันเพราะที่จริงแล้ว  เรือซึ่งใช้เป็นที่พักได้พลิกคว่ำลง..จมน้ำกันหมดเลย..แต่ยังตายน้อยกว่าผู้โดยสารของเรือไททานิค...พนักงานเสียชีวิตไปเป็นจำนวนมาก ทางบริษัทฯได้จ่ายเงินไปจำนวนกว่ายี่สิบล้านบาท  น่าจะเบิกคืนได้ครับ.ทีนี้คงกำไรยับ. พูดเรื่องเงินแล้วผมอยากเตือนทุกท่านถ้ามีโอกาสมาทำงานตามแท่นเจาะน้ำมัน * ที่จริงผมได้เขียนบอกท่านไปแล้วครั้งหนึ่ง .ช่วงที่ทำงานกับริคบกที่อุดร Land Rig. อย่าให้พนักงานขุด - เจาะน้ำมันยืมเงิน.ท่านคงจำได้น๊ะครับ..แต่ตัวผมเองดันลืมเสียสนิทจริงๆ  พนักงานแคทเตอร์ริ่งนายหนึ่ง เป็นคนเหนือครับ.  กลับขึ้นมาพักตามปกติ  ผมกำลังไปส่งขึ้นรถที่ท่ารถสัตหีบ..เราคุยกันจนเพลินและแล้วผมไม่รู้ตัวว่า.เคราะห์ร้ายกำลังจะมาเยือน  ก่อนถึงท่ารถพี่แกออกปากยืมเงินผมสองพันบาท..ผมมีไม่ถึงหรอกครับแต่..มีอีเหน็บอยู่บ้าง จึงได้จอดรถแล้วล้วงให้เขายืมจนหมด ไม่คิดว่าเขาจะโกงหรอกครับเพราะตำ  แหน่งงานเขาใหญ่พอสมควร  เป็นถึงหัวหน้าแผนกแค๊ทเตอริ่งเชียวนา..แต่นั่นแหละคนเราถ้ามันจะโกงไม่ว่าจะใหญ่หรือหล่อขนาดไหน ? มันก็ต้องโกงเราจนได้. ผมจะเอามาคืนพี่อีก ๑๔ วันข้างหน้าก่อนกลับลงไปที่ริค ฟังสิ..มันหลอกผมอย่างหน้าตาเฉย. ที่จริงทางสำนักงานใหญ่มักจะโอนเงินให้พนักงานก่อนขึ้นมาพักเสมอ..ตอนนั้นผมไม่ทราบจริงๆ สิบสี่วันต่อมาผมกำลังฝันว่าจะต้องได้รับเงินคืนสองพันบาทเพราะ.พนักงานที่จะลงไปทำงานกำลังทยอยเข้ามาพักที่โรงแรมแล้ว  ตั้งใจว่าเลิกงานแล้วจะแวะไปรับเงินคืนเสียหน่อย.ฝ่ายบุคคลโทรแจ้งมาว่าคุณโตครับมีพนักงานลาออก๑ คน พอเขาแจ้งชื่อมา..ผมหูอื้อ..ตาลายเลยครับ.เป็นชื่อของลูกหนี้ผมนั่นเอง !ถือว่าเสียค่าโง่ไปก็แล้วกัน. แพงกว่าอมสเปโตไว้เสียอีก.นี่เองที่เขามักจะพูดกันเสมอว่า..รู้หน้าไม่รู้ใจ..ผมเคยเห็นสติ๊คเกอร์ที่เขียนคำนี้ติดกันมากพอสมควรในเขตชลบุรี.

           

๔๑. แท่นเจาะน้ำมันกลางอ่าวไทย. - ขอบคุณภาพจากเน็ท.

วันหลังคงต้องไปซื้อมาติดรถตัวเองสัก ๑ แผ่น..จะได้รู้ทั้งหน้าและใจ.  ถือว่าทำบุญไปแบบมิได้ตั้งใจก็แล้วกัน. กะว่าจะกินเบียร์เย็นๆสัก ๑ อึกเอ๊ย ๑ ขวด..เลยต้องกลับไปดื่มน้ำเปล่าที่บ้าน..ตั้งแต่นั้นมา ผมคุยกับพนักงานทุกเรื่องยกเว้น..เรื่องเงิน..ไม่มีการคุยเลยจริงๆ.ขณะเขียนผมลืมหมดแล้วแต่คิดถึงทีไรขำตัวเองทุกที..งานโครงการณ์ของนายเดวิดลี จากบริษัทนิบปอนด์สตีลเข้ามาอีกครั้ง.แม้จะเป็นช่วงสั้นๆ.  ผมได้รับแจ้งจากสำนักงานใหญ่ซึ่งถามมาว่า จะขัดข้องไหม ?ถ้าเราจะส่งคุณลงไปแปลเรื่องการใช้เครนให้กับลูกค้าเพราะทางเซฟตี้บนแท่นเจาะต้องการสอบความรู้พนักงานขับเครนที่ทางบริษัทจัดส่งไปให้ จะขัดข้องทำไมล่ะ ? ผมตอบตกลงทันทีแต่ยังไม่ได้เดินทางเพราะทางสำนักงานใหญ่จะต้องส่งคนมาทำงานแทนผมเสียก่อน  ล่าสุดผมจองเรือให้ตัวเองโดยต้องเดินทางไปกับเรือพีลีแกนในวันรุ่งขึ้น.หลังเที่ยงคืนของวันรุ่งขึ้น. เพราะว่าเรือเปลี่ยนเวลามาเดินทางประมาณตีสาม..พร้อมสิครับ..ไหนๆก็ได้ไปรับไปส่งพนักงานมาหลายต่อหลายเที่ยวแล้วนี่นา..ลองไปเองบ้างจะเป็นไรไป..มิใช่จะไปกันได้ง่ายๆน๊ะครับ. ช่วงพักเที่ยงจนท.จากกทม.มาถึงสัตหีบผมจึงส่งหน้าที่ต่อ..แล้วให้พี่ศักดิ์ไปส่งผมที่บ้านเพื่อเตรียมการ  ผมเคยไปไหนมาไหนบ่อยๆทั้งในและต่างประเทศจึงไม่มีปัญหาใดใด ? เรื่องของใช้ส่วนตัว..เรื่องคิดถึงบ้านหรืออื่นๆ.. ประมาณตีหนึ่ง..พี่ศักดิ์นำรถบริษัทมารับผมจากบ้าน.ที่ผ่อนด้วยน้ำพักน้ำแรง..แล้วมุ่งตรงไปที่รร.บ้านฉางพาเหรดเพื่อทำการตรวจ-เป่าแอลกอฮอล์ตามกติกาของเชฟร่อน. ผู้โดยสารมีไม่มากนักเพราะเป็นการเดินทางนอกตารางเรือปกตินั่นเอง.ผมผ่านการเป่าไปได้อย่างสบายๆเพราะไม่มีแอลกอฮอล์ใดใดเข้ามาในร่างกายได้..แม้ผมจะเป็นนักดื่มก็จริงแต่เวลาที่ต้องทำงาน..สีทนได้เอ๊ย ! ผมอดได้ครับ..ในชีวิตผมดื่มมาแล้วอย่างนับไม่ถ้วนแต่เชื่อไหมว่า..ผมไม่เคยมือสั่นเหมือนหลายๆคน.เรือออกจากท่าสัตหีบประมาณตีสามและใช้เวลาประมาณ ๕ ช.ม.ผมรีบหลับทันทีมิฉนั้นคงต้องเมาคลื่นเป็นแน่ ! เรือพีลีแกนวิ่งเร็วมากเพราะตัวเรือทำด้วยอะลุมิเนียม   แต่ขณะเดียวกันก็กระแทกกับพื้นน้ำแรงพอสมควร  ผมจึงต้อง รีบหลับให้ได้..           

๔๒.เรากำลังมองหาคนมาทำงานด้านอุทกศาสตร์ทางทะเล. - รีบมาสมัครกันน๊ะ.

โดยมาตื่นเอาใกล้จะถึงแท่นบีแอลคิวประมาณ แปดโมงเช้า. เริ่มทำท่าจะเมาคลื่นขึ้นมาทันที พอเรือ เข้าเทียบแท่นบีแอลคิวแล้ว  พนักงานขับเครนบนแท่นได้นำกระเช้ามารอรับผู้โดยสารทันที เพื่อเรือจะได้รีบเดินทางต่อไปยังแท่นข้างเคียง.ผมถูกยกขึ้นมาในเที่ยวที่สอง. Second Lift. ยังไม่ทันตั้งตัวเลยครับท้องเจ้ากรรมดันป่วนขึ้นมาทันที..ความเร็วเท่านั้นที่จะทำให้ทุกเรื่องเรียบร้อย..ผมเดินมาพบห้องลดน้ำหนักเข้า..ขอเวลานอกสักครู่น๊ะครับ..สะอาดและสะดวกกว่าหลายๆแห่งบนฝั่งเสียอีก จริงสิครับผมจะโกหกทำไม ? กลับออกมาอีกครั้งไม่มีใครสนใจใครเลยครับ  เพราะผมคงเป็นพนักงานนอกตารางนั่นเอง..ผมเดินไปสุดทางจึงพบบาร์จลำใหญ่ของบรัทนิบปอนด์ฯจอดเทียบอยู่ข้างๆ จึงเดินข้ามเข้าไป..อันดับแรกต้องพบกับจนท.เซฟตี้ก่อนใคร. พนักงานที่ขึ้นมาบนแท่นเจาะน้ำมันคงทราบดีน๊ะครับ..ส่วนผู้ที่ยังไม่เคยไปเยือนก็ควรอ่านให้ละเอียด  สักวันถ้าได้ขึ้นมาบนแท่นเจาะน้ำมันกับเขาบ้างจะได้ไม่เคอะเขินไงล่ะ ! เซฟตี้คนนี้เป็นคนอเมริกันนำผมไปฟังบรรยาสรุปว่าต้องทำอย่างไร ? ถ้าเกิดเหตุการณ์ต่างๆแล้วพามาเข้าห้องพัก นัดเจอกันก่อนสิบโมงเช้า ผมมักจะมาก่อนเวลาเสมอและพบกับพนักงานขับเครนซึ่งทางบริษัทส่งลงไปปฎิบัติงานร่วมกับลูกค้า บริษัทนิบปอนด์ฯ  ผมสอบถามและคุยกันเชิงอธิบายตามตำราภาษาอังกฤษที่เขาส่งให้ผมดู ฝรั่งคนนั้นเข้ามาพอดีและทำท่าไม่ค่อยพอใจที่พบว่าผมกำลังอธิบายอยู่ก่อน..แถมยังบอกให้ผมอธิบายตามที่เขาพูด..เราใช้เวลาอย่างเป็นทางการประมาณ ๑ ช.ม.สำหรับวิชาการ แล้วทำการการสอบเลย. ส่วนการสอบปฎิบัติเขาบอกว่าไม่ต้องสอบเพราะเขารู้ว่าพนักงานทำได้.จบแล้วครับ..งานแปลของผมใช้เวลาจริงเพียง ๑ ช.ม.เท่านั้น. ผมต้องนำเอกสารให้จนท.บริษัทเซ็นชื่อเพื่อเรียกเก็บเงินค่าแปล. ไม่ทราบว่าเท่าไร ?  แต่ที่รู้คือผมได้ค่าตัววันละ ๒๖๐ บาทในการแปล. เซฟตี้มาแจ้ง ให้ผมเตรียมเดินทางกลับเข้าฝั่งทางเฮลิคอร์ปเตอร์ในช่วงสิบโมงเช้าวันรุ่งขึ้น. ปรากฏว่าเหลวเพราะ ไม่มีใครมารับผมเลย  สงสัยเขาคงจะให้ผมพักผ่อนเพราะเหนื่อยกับงานมาหลายวันแล้ว..

๔๓.ใครเดินทางไปกับเรือจะต้องถูกยกขึ้นแท่นเจาะทุกคน. - ขอบคุณภาพจากเน็ทคุณอร.

ผมได้คุยกับจนท.เซฟตี้จึงรู้ว่า..เขามีภรรยาเป็นคนไทยอยู่ทางภาคอีสาน แล้วนำรถมาจอดไว้ที่รร.บ้านฉางพาเหรด  เที่ยวกลับเราได้ลงเรือลำเดียวกันคือเรือเมเจอร์ไท๊ด์  ระหว่างเดินทางผมเก็บภาพ แท่นเจาะไว้มากพอสมควรเสียดายที่ลืมนำออกจากกล้อง..เสียหมดเลย..จึงต้องอาศัยภาพจากเน็ทมาประกอบการเขียน  เจ้าของภาพคงไม่ฟ้องข้อหาละเมิดน๊ะครับ..ติดคุกตอนแก่มันดีตรงไหนล่ะ ? คลื่นลมแรงจนรู้สึกได้ระหว่างเรือลอยลำรอพนักงาน  ที่เรือต้องแวะรับตามแท่นต่างๆ เราใช้เวลาเดินทางกลับประมาณ ๕ ช.ม.เช่นกัน.  พอเรือเข้าเขตท่าเรือสัตหีบจึงมองเห็นพนักงานจากบริษัทต่างๆมายืนรอกันบนเขื่อน. คงเหมือนกับที่พนักงานเห็นเวลาผมมายืนรอพวกเขานั่นเอง. พี่ศักดิ์เองคงดีใจที่ผมกลับขึ้นมาเพราะพี่แกก็จะได้เดินทางกลับเมืองหลวงเสียที. พอคุยกันและส่งงานแล้วผมออกไปส่งพี่ศักดิ์ขึ้นรถกลับกทม.และผมจึงเลยกลับบ้าน..เรื่องงานเอาไว้ว่ากันพรุ่งนี้ถ้ามีอะไรด่วนลูกน้องหรือลูกพี่คงโทรเข้ามาแจ้งเองนั่นแหละ !มิฉะนั้นเขาจะให้มือถือติดตัวไว้ทำลิงอะไรล่ะ ? จิงปะ ?  วันรุ่งขึ้นผมมาทำงานตามปกติ ได้ข่าวว่าทางเชฟร่อนจะให้มีการเปลี่ยนการเดินทางด้วยเรือไปเป็นเฮลิคอร์ปเตอร์ในเร็ววันนี้ โดยจะใช้ท่าอากาศยานหรือสนามบินอู่ตะเภานี่เอง ผมจึงใช้เวลาว่างออกไปศึกษาเส้นทางการผ่านเข้า - ออกสนามบินไว้ก่อน  ถ้าถึงวันนั้นจริงจะได้ไม่ติดขัด.  จนมาพบว่าทางเชฟร่อนจัดสำนักงานตรวจ-เป่าแอลกอออล์.  ไว้ที่อาคารทางขวามือก่อนเข้าประตูไปยัง ลานจอดเครื่องบิน การแจ้งรายชื่อพนักงานว่าใคร ? จากบริษัทใด ? ไปเครื่องเที่ยวไหน ? วันไหน ? จะมีการนำประกาศไปติดไว้ที่บอร์ดของรร.บ้านฉางพาเหรด ดังนั้นใครที่เกี่ยวข้องต้องติดตามกันเอาเอง ช่วงแรกผมได้ประสานกับพี่วีก่อนเพราะพนักงานต้องลงไปทำงานให้กับบริษัทที่เขารับผิดชอบอยู่ด้วย.การนำพนักงานไปขึ้นเฮลิคอร์ปเตอร์ ก็เหมือนการนำไปลงเรือเพราะมีการรับส่งสองแบบเช่นกัน..คือการรับส่งในตารางและนอกตารางนั่นเอง !ต่างกันที่การดำเนินการเพราะจะมีการระบุมาว่าใคร..ตำแหน่งใด?ต้องขึ้นไปกับเฮลิคอร์ปเตอร์ก่อนเป็นเที่ยวแรก ใครต้องไปเที่ยวสุดท้าย ?ปกตินักบินจะบินวันละ๓-๔ เที่ยวขึ้นอยู่กับจำนวนพนักงานและหรือของด่วนที่ต้องส่งไปพร้อมกับพนักงาน. 

 * ระหว่างมารับ-ส่งพนักงาน ผมมีโอกาสคุยกับพนักงานหลายระดับ จากต่างบริษัทฯ บางคนมาถามผมว่า..ได้ข่าวว่าทางเชฟร่อนจะเลิกการเดินทาง ด้วยเรือแล้วหรือ ? อีกหลายๆคำถามเช่น..พี่..เขาว่าเชฟร่อนจะย้ายจากสัตหีบไปตั้งฐานที่ประจวบฯใช่ไหม..เมื่อไร ?จากฝั่งไปที่แท่นจะใกล้วกว่าจากสัตหีบ ไปที่แท่น. คำถามอันหลังนี้ทำให้ผมระส่ำระสายนิดหน่อยเพราะถ้าเป็นเช่นนั้นจริง..ผมคงลำบากกับการต้องย้ายไปด้วยหรือไม่ก็คงต้องลาออกเพื่อหางานใกล้บ้านทำ..เชื่อไหมว่าผมออกจากงานมาตั้งแต่ต้นปี๒๕๔๘..พี่แกยังไม่ได้ย้ายไปไหนเลย ที่เห็นก็มีบริษัทจากที่อื่นๆเข้ามาเช่าพื้นที่ทหารเรือกันแน่นไปหมด..ส่วนใหญ่เป็นงานโครงการณ์เช่นทำแท่นเจาะน้ำมันแล้วส่งออกไปตามที่ต่างๆเช่นออสเตรเลีย , เวียตนาม ฯ สาเหตุเพราะค่าแรงต่างๆในบ้านเรายังราคาถูกนั่นเอง..