ผมมีข้อสังเกต (ไม่รู้ว่าถูกหรือผิด) ว่าสังคมไทยในภาพรวมเป็นโรค Inspiration Deficiency Syndrome หรืออาจเรียกว่า Passion Deficiency Syndrome (เป็นชื่อที่ผมตั้งเอง) ประสบการณ์จากการได้ใช้ชีวิตร่วมกระแสขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงด้านการศึกษา ช่วยให้ผมได้ข้อสรุปนี้
ผมสรุปว่า Learning Outcome ที่สำคัญที่สุดของการศึกษาในทุกระดับ คือ ทักษะว่าด้วยแรงบันดาลใจ (Inspiration Skills) และจินตนาการ (Imagination Skills) ผมมองว่าทักษะทั้งสองนี้เกี่ยวพันกันจนเกือบจะเป็น สิ่งเดียวกัน
และเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตมนุษย์
ทักษะแรงบันดาลใจจะนำไปสู่การเรียนรู้ทักษะอื่นๆ ที่จำเป็นสำหรับการดำรงชีวิตในสังคมนั้นๆ ในยุคนั้นๆ
ครูจึงต้องเรียนรู้ทักษะในการกระตุ้น ทำนุบำรุงแรงบันดาลใจของศิษย์ นี่คือหน้าที่สำคัญที่สุดของครู และจะทำหน้าที่ได้ดี ต้องเอาใจใส่ศิษย์เป็นรายคน และครูจะทำหน้าที่นี้ได้ดีตัวครูเองต้องแสดงแรงบันดาลใจ หรือไฟในการทำหน้าที่ครูของตนให้ศิษย์เห็นเป็นตัวอย่าง ดังกรณีครูเรฟ ในหนังสือ ครูนอกกรอบกับห้องเรียนนอกแบบ
การศึกษาในปัจจุบัน ต้องก้าวข้ามสภาพ Informative Learning และ Formative Learning ไปสู่ Transformative Learning นี่คือคุณภาพการศึกษาในโลกยุคศตวรรษที่ ๒๑
การศึกษาไทยส่วนใหญ่ในปัจจุบันหยุดอยู่แค่ Informative Learning คือ “เรียนวิชา” ตามเป้าหมายให้ “รู้วิชา” เวลาสอบ ก็สอบว่า ศิษย์รู้วิชาหรือไม่
นั่นคือการศึกษาในรูปแบบที่ล้าหลัง เป็นการศึกษาที่จะนำพาสังคมไทยไปสู่ความอ่อนแอล้าหลัง
การศึกษาที่ดีในปัจจุบัน เน้นที่ Formative Education คือ “เรียนปฏิบัติ” ให้สามารถนำเอาวิชาไปใช้งาน ประกอบอาชีพ หรือประกอบกิจการ ได้ นำเอาวิชาที่หลากหลาย ไปใช้ในสภาพชีวิตจริงได้
แต่ก็ยังไม่พอ การศึกษาที่ดีในยุคศตวรรษที่ ๒๑ ต้องไปให้ถึง Transformative Learning เกิดการเรียนรู้ที่เปลี่ยนแปลงจิตใจขั้นรากฐาน ไปสู่ภาวะผู้นำ ที่เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง ผู้นำการรับใช้สังคม รับใช้ผู้อื่น เพราะเป็นการเรียนรู้สู่ความเป็นคนระดับ ๖ ของ Lawrence Kohlberg
สังคมต้องการคนที่มีแรงบันดาลใจ ในการฝึกฝนตนเองสู่การเป็น คนระดับ ๖
วิจารณ์ พานิช
๑๓ เม.ย. ๕๕
ในระดับมหาวิทยาลัยนั้นผมคิดว่าในชั้นเรียนที่มีผู้เรียนเป็นหลักร้อยๆ คนเช่นปัจจุบันนั้นคงเป็นไปได้ยากครับ อาจจะต้องเริ่มต้นกับการลดขนาดชั้นเรียนก่อนโดยเพิ่มสัดส่วนครูต่อผู้เรียนครับ
เรียน ท่านอาจารย์หมอที่เคารพ
ด้วยความเคารพครับผม