ติดใจความเห็นจากบันทึก คนใต้ก็ลำบาก ของ ดร. ธวัชชัย ปิยะวัฒน์ ของเราแล้ว อดไม่ได้อยากเอามาเขียนเพิ่มเติมด้วยความเห็นด้วยอย่างยิ่งค่ะ นอกจากความเห็นนี้ในเรื่องของการให้ความสำคัญกับ "แหล่งข่าว"คือเราควรจะตรวจสอบจากต้นตอเสียก่อนที่จะเผยแพร่เรื่องราวใดๆ โดยเฉพาะเรื่องร้ายๆทั้งหลายแหล่ ในขณะที่เรื่องดีๆนั้น เราอาจจะต้อง"เข้ม"ในการเผยแพร่น้อยกว่าหน่อย เพราะเรื่องดีๆไม่มีใครเสียหาย ไม่น่าจะส่งผลร้ายอะไรกับใคร
แต่เรื่องร้ายๆนั้น อยากขอให้พวกเราทุกคนช่วยกันกลั่นกรองก่อนที่เผยแพร่ ไม่ว่าเรื่องอะไร ไม่ใช่แค่กรองนะคะต้องทั้งกลั่นทั้งกรอง ไม่ว่าเราจะได้รับข่าวมาจากแหล่งใดๆ ก็ขอให้ตรวจสอบก่อนให้มั่นใจแล้วค่อยส่งต่อ และถ้าจะให้ดี ต้องถามตัวเองว่า การส่งต่อนั้นมีประโยชน์มากกว่าโทษหรือเปล่า อย่าคิดเพียงแค่อยากให้คนรู้เท่านั้น เพราะหลายๆเรื่องร้าย ปล่อยให้เงียบจะดีกว่า
นอกจากความเห็นเรื่องการบอกต่อแล้ว ยังมีความเห็นในบันทึกนี้อีกอย่างที่ชอบและอยากให้พวกเราได้แง่คิดกันด้วย เรื่องการ"ติดตรา"ให้คนและสิ่งต่างๆ ว่าโง่ ฉลาด ขยัน ขี้เกียจ ฯลฯ เพราะพวกเราทุกคนก็คงตระหนักดีว่า ไม่มีทางเป็นไปได้ ไม่ใช่ความจริงแน่นอน เพราะไม่มีอะไรเป็นอย่างไรเพียงอย่างเดียว ทั้งคนทั้งสิ่งของ ทุกอย่างมีดี มีไม่ดี มีลักษณะหลายๆอย่างผสมกัน ขึ้นอยู่กับมุมมองเท่านั้นเอง
ฝากไว้ให้ช่วยกันคิดแลกเปลี่ยนความเห็นกัน ในวันที่ร้อนเกือบจะที่สุด (มีแหล่งที่มาที่ระบุเรื่องนี้เยอะมาก) แต่ถ้าเราไม่รู้ว่ามันร้อนที่สุด เราอาจจะรู้สึกร้อนน้อยลงก็ได้นะคะ
เห็นด้วยกับน้องโอ๋นะคะ บ้างเรื่องบางอย่างไม่เห็นต้องให้มันยาวอย่างเช่น ตอนนี้ ภาพสาวในสภาฯก็ไม่จบไม่เงียบกันสักที เป็นเรื่องน่าอาย ก็ยังสาวไส้ฯกันไม่จบ เรื่องอื่นๆที่สร้างสรรค์ในยามร้อนๆกันทั่วบ้านทั่วเมือง ควรขึ้นหน้าหนึ่งก็ไม่เขียน
ดื่มน้ำสีส้มให้ชื่นใจกันดีกว่าค่ะ
* ฟังหู..ไว้หู..ตรวจดูข้อเท็จจริง..ด้วยสติไตร่ตรอง..
* ส่งภาพสวนเขียวในบ้านมาช่วยคลายความร้อนค่ะ
เห็นด้วยกับพี่โอ๋ครับ ผมเองผ่านการถูก "ติดตรา" (discrimination) มาเยอะมากในชีวิตนี้ การถูกติดตราแต่ละอย่างไม่เคยมีตราดี (แม้บางครั้งจะดูเหมือนดี) ตราแต่ละอันที่ถูกติดจะกลายเป็นปัญหาให้ต้องแก้ไขไปมากมาย
แต่มนุษย์เราดูเหมือนชอบการติดตรากันมากครับ คิดดูแล้วปัญหาโดยส่วนใหญ่ในโลกนี้ย้อนจากอดีตมาถึงปัจจุบันมีส่วนจากการติดตราแทบทั้งนั้นครับ
...หลายๆคนเมื่อเสพข่าวครั้งแรกก็จะเชื่อเลยแต่เวลามีการแก้ข่าวภายหลังอาจจะไม่ได้ติดตาม เลยปักใจเชื่ออยู่อย่างนั้น สังคมบ้านเราแตกแยกเพราะเรื่องความเชื่อในข่าวโดยขาดการวิเคราะห์ข่าว ...พระพุทธเจ้าท่านสอนเรื่องความเชื่อในกาลามสูตรว่า ต่อเมื่อเข้าใจ รู้ ได้ด้วยตัวเองว่าเป็นกุศลหรืออกุศล ถึงควรปักใจเชื่อ http://www.buddha4u.org/index.php?option=com_content&view=article&id=67&Itemid=69
ลึกซึ้งกับการน่าจดจำของบันทึกอาจารย์ครับ