
วันที่ ๒๒ เมษายน ๒๕๕๕ เป็นวันที่ผมได้พบกับบรรดาญาติทั้งหลายซึ่งมางานฌาปณกิจศพอาสึก สามีน้าเหลาที่จังหวัดอุทัยธานี ญาติๆ เราก็มีกันหลายเผ่าพันธุ์นะ รูปร่างก็ว่ากันไปตามท้องที่ที่เขาเกิด ความสนิทสนมนั้นก็มีไม่มากนัก เพราะนานมากๆ ถึงจะพบกันสักที การแสดงตัวตนของแต่ละคนก็ออกไปตามสังคมที่เขาอยู่
โดยส่วนใหญ่รู้สึกคล้ายๆ กับเป็นคนอื่น แต่ก็มีเด็กหนุ่ม เด็กสาว ลูกๆหลานๆที่มาช่วยงานกัน เขาดูร่าเริง กระวีกระวาด ผมได้เห็นถึงความตั้งอกตั้งใจช่วยงาน ช่วยเสริฟน้ำ
เห็นถึงการแสดงออกต่อแขกเหรื่อต่างๆ มีความอ่อนน้อม มีความเป็นธรรมชาติ ความอ่อนล้อลม ด้วยกิริยาเช่นนี้เป็นสิ่งที่ประทับใจผมมาก และผมก็คิดว่าท่านผู้ใหญ่ทั้งหลายก็จะเอ็นดูพวกเขาไม่ต่างกันจากนี้
กิริยาเช่นนี้นี่เองที่ผมต้องขีดเส้นใต้ไว้เลยว่า สำคัญมากๆ สามารถเป็นเกราะป้องกันอันตรายต่างๆ ได้อย่างดี โดยเฉพาะสังคมไทย ถึงแม้ว่าสังคมไทยเปลี่ยนไป อีกเป็นร้อยปี ผมก็มั่นใจว่า ความอ่อนน้อมเคารพผู้ใหญ่ก็ยังเป็นมนต์ขลัง ปกป้องและดูแลผู้ปฏิบัติกันต่อไปอีกนานเท่านานอย่างแน่นอน
ทำอย่างไร ลูกหลานจึงจะมีสิ่งตรงนี้
การพร่ำสอนของครอบครัวและเครือญาตินั้น มีส่วนสำคัญอย่างยิ่ง ผมจำได้ว่าเมื่อเด็กๆ จะถูกจับมาสวัสดีผู้ใหญ่ทุกครั้งที่แขกคนสำคัญ หรือญาติผู้ใหญ่มาหามาเยี่ยม เป็นอะไรที่จะรู้สึกว่า ทำไมต้องทำด้วย ไม่ค่อยอยากจะทำเลย แต่ก็จำยอมไปเพราะกลัวผู้ใหญ่ทำโทษ หรือตำหนิ ที่บ้านทำกันบ่อยทำกันทุกครั้ง ทำจนชินก็กลายเป็นวัฒนธรรมกันไป คือไปลา มาไหว้
และหากไม่ใช่วันนี้วันที่เราเป็นผู้ใหญ่ เราก็ไม่รู้หรอกว่า ตรงนี้คือจุดแข็งที่น่าสนใจครับ
สวัสดีค่ะคุณเพชร เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งค่ะ
ความอ่อนน้อมถ่อมตน ไม่ว่าจะกับใครที่ไหนเมื่อใด มัดใจคนได้เสมอนะคะ กับผู้ใหญ่เขาเอ็นดู กับผู้น้อยเขาชื่นชม ต่างเปิดใจเข้าหากันได้ง่าย สิ่งใหม่ๆ ดีๆ การเรียนรู้จากกันและกันก็เกิดขึ้น
ยินดีกับบน้องด้วยค่ะที่มีคุณพ่อคอยปลูกฝังสิ่งพิเศษสุดให้กับชีวิตเสมอ
สวัสดีครับ เห็นด้วยอย่างยิ่งครับ