วันนี้ผมได้รับจดหมายรักที่รอมานาน ...ระบุว่าขอปฏิเสธทุนวิจัยเรื่อง “ผาลขุดมันสำปะหลังนวัตกรรมใหม่” (หรืออะไรประมาณนี้แหละ)
เหตุผลที่ปฏิเสธมีประมาณสามบรรทัด ประมาณว่า ....มหาลัยจุดๆๆ เขาทำไว้แล้ว น่าไปต่อยอดเขามากกว่า แทนที่จะมาเสียเวลาทำใหม่
ธ่อ..ไอ้นักวิชาการ “กรรมมารอ” ที่ประเมินโครงการวิจัยพวกนี้ ผมไม่เคยให้การเคารพมันสักกระผีก พวกมันคือพวกทำลายชาติไทยมาตลอด จนถึงวันนี้ ...วันนี้ขอใช้เวทีนี้ประจานไอ้พวกผีกระสือพวกนี้หน่อย ไม่งั้นตายไปยมพบาลถามว่า “ได้ทำอะไรเพื่อชาติบ้าง” คงอาจไม่ผ่านด่าน
โครงการวิจัยที่ผมเสนอคือ การสร้างผาลขุดหัวมันสปล. ให้มีการสูญเสียน้อยที่สุด ( ผาลคือ หัวขุด ที่ติดไว้หลังรถไถ ให้รถมันลากไปขุดหัวมัน ....สูญเสียในที่นี้คือ หัวมันขาด หลุดจากขั้ว และฝังในดิน ...เงินทั้งนั้น) นอกจากนี้ผมยังออกแบบให้หัวผาลมีการใช้พลังงานน้อยที่สุด คือพลังงานเชื้อเพลิงจากเครื่องจักร รถไถ และหรือ พลังงานการออกแรงชักคันไถ (ในกรณีเกษตรกรรายย่อยที่ใช้รถไถเดินตาม) (ทั้งและ และ หรือ ด้วยนะ โปรดอ่านซ้ำ)
ธ่อ..โครงการวิจัยของม.จุดๆๆ ที่พวกเขาสรรเสริญนั้น ผมศึกษามาหมดแล้ว และวิจารณ์ไว้ในเอกสารเสนอโครงการหมดแล้วด้วย ว่า มันไม่ดีอย่างไร เช่น หัวมันขาดมาก หัวมันหลุดคาดินมาก และใช้พลังงานจากรถไถมาก ...ส่วนของผมนั้นได้ทำการทดลองในระดับเล็กแล้ว (ใช้เงินส่วนตัวอีกต่างหาก ไม่ได้ไปหลอกแด..เงินใคร) พบว่ามันดีกว่าของม.นั้นมากๆ (ที่ไปของเงินภาษีมาทำเป็นสิบล้าน) แต่ไอ้พวกนักวิชาการ “กรรมมารอ” ที่ประเมินโครงการ มันไม่เคยอ่าน ...อ้อ..หรือว่ามันอ่าน แต่มันก็ทำเป็นไม่สน เพราะมันเป็นเจ้าของโครงการเสียเอง ...เพราะเรื่องเกษตรนั้น มันมีไม่กี่มอหรอกที่ทำกัน ...ก็ประโยชน์ซ้อนทับกันอยู่นั่นแหละ
สุดท้ายไอ้นักวิชาการ “กรรมมารอ” พวกนี้มันกลับบอกว่า ให้ผมไปต่อยอดโครงการของม. จุดๆๆ ดังว่า ...อย่ามาเสนอโครงการแข่งกันเลย
ผมเจอแบบนี้มามาก จนท้อ...วันนี้ไม่อยากทำวิจัยอะไรให้ไอ้ชาติเอี้ยนี้มากไปกว่านี้อีกแล้ว .....เหนื่อย หาเวทีด่ามัน สอนให้คนไทยเรารู้จักกำพืดพวกมันดีกว่า .... ใครจะหาว่าเป็นพวก "ขี้แพ้ชวนตี" ก็ let it be ช่างมารดาท่านเถิด
ท่านสุวาน...อย่าลืมจดบัญชีนะ ...ใช้ excel เป็นยัง แล้วอย่ากรอก column ผิดล่ะ
..คนถางทาง (๒๕ เมษ. ๒๕๕๕)
อย่าเพิ่งกินลูกท้อนะคะ ท่านอาจารย์ฟังดูแล้วงานวิจัยเรื่องมันสปล.ของท่านอาจารย์มันไม่ใช่แค่การเพิ่มมูลค่าของผลผลิตเท่านั้นนะคะ ยังเกิดนวัตกรรมเครื่องมือในการขุดอีก วิจัยเพื่อเกษตรกรอย่างงี้ ว้าววว.. อยากเห็นจังค่ะ ชาวไร่มันคงอยากใช้บ้าง
ท่านอาจารย์ที่เคารพ คร้าบ .....วิจัยทางเกษตรไม่รุ่ง.....มาช่วยวิจัยทางการแพทย์ก็ได้นะคร้าบ....ความรู้ความสามารถของอาจารย์ยังมีประโยชน์อีกมากมาย ใครไม่เห็นแต่ใจเราเห็น ใจเราสุข แต่อาจทุกข์หน่อยตรงเสียกะตังค์ในกระเป๋า นี่แหล่ะคร้าบ อิอิอิ
วันนี้มีญาติผู้ป่วยแผลกดทับมาขออุปกรณ์ลดการกดทับ บอกมีพยาบาล ใน รพ.บอกมาว่าชลัญเป็นผู้เชี่ยวชาญซะงั้น ก็เลยต้องสงเคราะห์ควักเงินในกระเป๋าซื้อุปกรณ์ทำให้ชาวบ้านไปเฮ้อ.....
ชลัญเข้าใจความรู้สึกของอาจารย์ค่ะถึงความตั้งใจในการทำผลงานต่างๆที่ให้เกิดประโยชน์ในวงกว้างซึ่งเป็นประโยชน์แก่คนอีกมากมาย แล้วมีคนเพียงกลุ่มเล็กๆที่ไม่get แต่คนกลุ่มนี้ดันมีอำนาจซะงั้น มันก็ทำให้เสีย self ขนาดชลัญทำวิจัยเล็กๆใน รพ.เชื่อมั๊ยอาจารย์ทำมากี่เรื่อง ไม่เคยมีเงินสนับสนุนสักบาท ควักกระเป๋าตลอด พอผลงานได้รางวัล โห ! มีแต่คนร่วมเป็นเจ้าของผลงานขึ้นมาเชียว
อาหมวยน้อยไจ่ไจ๋ กะลูกศิษย์ต่างวิชาชีพ ให้กำลังใจค่ะ สู้ๆๆๆ
I have thought about setting up an enterprising (public) company for R&D and inventions; with 50 millions ฿๑ shares offer to public;...
That side of fund raising and small start-up capital can be done in a few months. The more important things are: -- to "put the run on the board" (to increase the share value); -- to apply for patents (to maintain IP value) Thailand is TOO WEAK to protect IP for Thais -- to recruise hands and brains ***even on a work experience basis (ie. small pay for big work ;-) -- to manufacture inventions in uni/tech workshops or by contracting out -- to collect work experiences and intellectual properties (IP) for later evolution of the co.) -- I can see/dream further but a solid action is needed first
Anyone interested in buying a few shares, work for, ... this company?
ท่าน SR น่าสนใจมากคร้าบ
ท่าน sr ครับน่าสนใจมาก บริษัท RD เอกชนเมืองไทย ยังไม่มี แต่ฝรั่งมีพอควร ผมสนใจจะ work ครับ ส่วนลงทุนคงบ่จี๊ไปพลางก่อน ..อิอิ
ขณะนี้ผมเชื่อว่าผมมี patent ในมือไม่ต่ากว่า 100 รายการ (ไม่ได้โม้).....ตั้งแต่ตะเกียบ ถึง เครื่องอบแห้งข้าวเปลือกที่รวดเร็วกว่าประหยัดพลังงานกว่า (อันนี้กำลังจะจดอยู่) ถึง ปีกกังหันลมปสภ.สูง (กำลังจะจดทั่วโลก) ไอ้ผาลไถนี่ก็จดได้ครับ (ทดลองแล้ว เห็นผลดีมาก หัวมันไม่หลุด ไม่ขาดเลย ใช้แรงก็น้อยมาก หางไถไม่ส่ายอีกต่างหาก) เครื่องปิ้งไก่ไร้ควัน เครื่องกรองน้ำราคาถูก รองเท้าประหยัดพลังงาน เครื่องทำความเย็น น้ำอุ่นในโรงแรม generator แบบหมุนชัก เครื่องสีข้าวแบบใหม่ เครื่องขัดข้าวแบบใหม่ แตกหักน้อย(ทดลองแล้ว ได้ผล) กระทะทอดปลาแบบหนังปลาไม่ติด (ทดลองแล้ว) เตาปิ้งหมูเกาหลีแบบหมูไม่หล่นและรวดเร็ว ไปจนถึงวิธีการ search หาจุด optimum ใน linear programming เครื่องยนต์ 4 สูบแบบใหม่ ที่เล็ก ทนทาน ประหยัด ฯลฯ
Let us talk a bit more off Gotoknow.
Please allow me to email you with more details soon. I will also accept private email from all interested in this "concept" venture.
Let us see what sort of "Frankenstein beast" we can create and raise, eh? I think it will be fun to follow the whole journey -- I will see about a website or a blog in G2K.
Hope to hear from you "all" soon.
เห็นไหมคะ ว่า ท่านมี ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์มากมาย เป็นผลจากการมีบุคลิกภาพแบบชอบคิดนอกกรอบ (คิดต่างไปจากแบบแผนความคิดเดิมๆ ที่คนส่วนใหญ่คิดกัน ทำให้ได้ทางเลือกใหม่ๆ มากมาย) ชื่อ Blog ก็บ่งบอกอยู่แล้ว "สะกิดกวนชวนแหกค่าย...สู่แดนใหม่ไตเสรี"
เพิ่งคุยในบันทึกของคุณชลัญธรมา ก่อนที่จะได้มาอ่านบันทึกนี้ว่า ผศ.วิไลยกให้ "คุณคนถางทาง" เป็น "คนคิดนอกกรอบ "Lateral Thinker" มากที่สุดใน GotoKnow
การไม่สนับสนุนการคิดนอกกรอบเช่นนี้แหละ ที่เป็นอุปสรรคอย่างหนึ่งของความเจริญทางเศรษฐกิจของประเทศ
เรื่องขอทุนนี่ ผศ. วิไล เห็นมาเยอะ อย่างเช่นทุน "โครงการวิจัยระบบพฤติกรรมไทย" ซึ่งรับเงินทุนอุดหนุนการวิจัยจากสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) มาให้การสนับสนุนโครงการวิจัยลูกโดยมีกระบวนการพัฒนานักวิจัยเป็นขั้นๆ ก่อนที่จะจัดสรรเงินสนับสนุนให้ทำวิจัย ซึ่งประธานได้ให้คนใน ซึ่งก็มี 2 คนที่อยู่ในมรภ.อบ.นำเสนอชื่อบุคคลเข้าร่วม ผศ.วิไลไม่อยู่ในสายตาผู้เสนอหรอก แต่แล้ว ผศ.วิไลกลับได้รับการเสนอชื่อจากผอ.ส่งเสริมการวิจัย วช. เองให้เข้าร่วม ทั้งที่ไม่เคยรู้จักกันเป็นการส่วนตัว แต่เป็นเพราะเห็นผลงานวิจัยที่เคยรับทุนจากวช.มาก่อน พอไปเข้าร่วมโครงการ ประธานโครงการก็ชื่นชมว่าเข้าใจหลักการ แนวคิดทฤษฎีของโครงการของท่านมากกว่าลูกศิษย์ของท่านทุกคนที่เคยสอนกันมาก่อนในระดับปริญญาโท แต่ภายหลังผศ.วิไลก็ขอถอนตัว เพราะเป็นการวิจัยที่ไม่สนับสนุนวิธีวิทยาการวิย (Research Methodology) ที่ไม่ตรงรสนิยมของท่านประธาน (ห้ามคิดนอกกรอบที่ท่านประธานวางไว้) ซึ่งก็ไม่ถูกธาตุของผศ.วิไล ที่ต้องการทำวิจัยเพราะความอยากรู้ ไม่ใช่อยากได้เงินทุน
แต่ก็โชคดีที่ขอทุนจากส่วนกลางมากี่ครั้งก็ได้ทุกครั้ง ในขณะที่อาจารย์สาขาวิจัยที่ส่งไปด้วยกันกลับไม่มีใครได้ เราไม่ได้เก่งกว่าเขาแต่เป็นเพราะเราใฝ่รู้มากกว่า จึงศึกษาทลุปรุโปร่งมากกว่าและเขียนโครงการที่สอดคล้องกับความต้องการของชาติ ในประเด็นที่ตนมีความสนใจส่วนตัว ได้มากกว่า
ลูกศิษย์ปริญญาโทสาขาวิจัยฯ (ป.ตรีคณิตศาสตร์) บอกอยากได้ทุนของสสวท. เราเองอ่านงานวิจัยทางการศึกษาเยอะมากทั้งของไทยและฝรั่งก็เลยเสนอการวิจัยที่จะตอบคำถามที่ยังไม่มีใครทำเพื่อหาคำตอบ เขาก็สนใจและสุดท้ายก็เป็นคนเดียวของม.ราชภัฏทั้งประเทศที่ได้ทุน และคนเดียวของสถาบันอุดมศึกษาในภาคอีสานที่ได้ทุนในการขอรุ่นเดียวกัน เขาก็เลยมีความศรัทธาขอให้เราเป็นแม่และกลับไปกราบคารวะทุกปีตั้งแต่ปี 2548 ที่จบการศึกษา (เป็นการวิจัยที่สร้างแบบวัดคู่ขนาน 2 ชุด ชุดหนึ่งให้คิดด้วยสมองซีกซ้าย [คิดวิเคราะห์] อีกชุดให้คิดด้วยสมองซีกขวา [คิดสร้างสรรค์] ซึ่งจะช่วยให้บอกได้ทั้งเป็นรายบุคคลว่านักเรียนคนนั้นๆ ถนัดการคิดแบบไหน และนักเรียนโดยรวมเป็นอย่างไร และยังให้คำตอบที่นำไปสู่การแก้ปัญหาและการพัฒนาอีกหลายอย่าง
ขณะนี้กำลังทำวิจัยในการศึกษาระดับปริญญาเอกที่ม.บูรพา โดยใช้ฐานจากการวิจัยป.โท มารดน้ำขอพรกันในช่วงสงกรานต์ก็ตั้งคำถามกันไปในหลายประเด็น ถามไปว่า ถ้าได้คำตอบที่ต้องการ (ความแตกต่างของคลื่นสมองที่วัดด้วยเครื่องมือทางการแพทย์ ขณะคิดแก้ปัญหาโจทย์สัญญลักษณ์กับโจทย์ที่เป็นภาษา) แล้วจะนำไปใช้ประโยชน์อย่างไร ยังไม่ได้ให้คำตอบเลยค่ะ
Project ของท่าน sr ...to set up an enterprising (public) company for R&D and inventions; to "put the run on the board" (to increase the share value); -- to apply for patents (to maintain IP value) to protect IP for Thais -- to recruise hands and brains -- to manufacture inventions in uni/tech workshops or by contracting out -- to collect work experiences and intellectual properties (IP) for later evolution of the co.) ...is so interesting. แต่ช่วงนี้ขอแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปก่อน หลังเกษียณค่อยติดตามค่ะ
อืมม... ก็อาจารย์ "ต่อยอด" จากงานที่เขาบอกแล้วนี่ครับ โดยการ review papers ของเขาแล้ว ถ้าอาจารย์ไม่เคยรู้ว่าเขาเคยทำมาก่อนแล้วจะทำสิ่งที่เขาทำมาแล้วโดยสิ่งที่อาจารย์ทำไม่แตกต่างกันเลยก็ว่าไปอย่าง
ผมคิดว่างานวิจัยก็คือการศึกษางานเก่าและพัฒนางานใหม่ให้ดีกว่างานเก่า โดยเนื้อหาแล้วผมมองไม่ออกว่าอาจารย์จะไปต่อยอดเขาด้วยวิธีใดได้มากกว่านี้แล้วครับ
ยกเว้นเสียแต่ว่าเขาบอกให้อาจารย์ไปร่วมมือกับทีมนั้น ซึ่งก็เป็นไปไม่ได้อีกเหมือนกัน อยู่ๆ จะบอกให้ผมไปร่วมมือกับใครที่ผมไม่รู้จักมาก่อนผมก็ทำไม่ได้ครับ
ผมเองก็เคยมีประสบการณ์กับมาตราฐานทางวิชาการและวิจัยของไทยที่ค่อนข้างจะ "ปกปิด" และมี "มาตราฐานแบบไทย" ครับ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ สิ่งที่ผมทำได้ก็แค่ทำใจครับ
เป็นกำลังใจให้อาจารย์ครับ
แหมท่านวิไล ชมซะ ผมเขิน ขอลดมาเป็นตำแหน่ง "ตะแบงที่สุด" ดีกว่าครับ
ท่านธวัชชัยครับ อิอิ...ผมศึกษาเขามาหมด ของเขาหัวหลุดขาด 10% ใช้แรงมาก ทั้งแรงรถและแรงคน ส่วนของผมหลุดขาด 0% (ไม่มีเลย) ใช้แรงน้อย ทำให้ประหยัดพลังงานรถ สรุปคือ ชาวไร่จะกำไรมากขึ้น 30% (ผมคำนวณแจงเขาไปหมด แต่เขาเลือกที่จะไม่ฟัง แบบนี้ถือว่าทำลายชาติไหมครับ เพราะไม่ให้ทุนพัฒนาในสิ่งที่จะช่วยชาติ แต่ไม่เป็นไรหรอก ผมจะได้จดสิทธิบัตรมันไปเสียเลย ตอนแรกกะว่าจะให้ฟรีๆ เป็นสัมบัติของชาติไทย)
ท่าน sr ครับ ยินดีครับ email คุยกันโดยตรง ท่านคงเขียนถึงผมเป็นอังกฤษ ผมตอบเป็นไทยนะครับ แล้วผมจะช่วยกระจายออกไปยังเครือข่ายผมด้วย เชื่อว่าจะมีคนสนใจกันมากครับ
สัก 15 ปีก่อน ข้อเสนอโครงการวิจัยผมได้รับการปฏิเสธ เหตุผลคือ "แบบจำลองคณิตศาสตร์ที่ใช้ในการวิเคราะห์เป็นแบบง่ายๆ" ผมเกิดอาการของขึ้นเลยเขียนโต้ตอบไปแบบร่ายยาว ว่าแบบยากๆนั้นผมทำมาหมดแล้ว มันง่ายมากที่จะทำแบบยากๆ เด็กจบใหม่ที่ไหนก็ทำได้ แต่ทำแบบง่ายๆนี้มันยากที่สุด คุณไม่รู้หรอกหรือ การทำแบบง่ายๆนี่แหละที่มันจะหาแนงทางใหม่ได้
และแล้วผมก็หาแนวทางออกแบบ solar chimney แบบใหม่ได้จริงๆ เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า มันทำปสภ. ได้มากกว่าแบบเดิมถึง 200 เท่า จากนั้นพิสูจน์ด้วย computer simulation ได้ผลตรงกับการทำนายทางทฤษฎี เรื่องนี้ถ้าสร้างต้นแบบยืนยันว่าเป็นความจริง จะเป็นการปฏิวัติพลังงานโลกทันที เพราะจะเป็นการผลิตกระแสไฟฟ้าราคาถูกจากแสงแดด
นี่ก็เป็นอีกผลพวงหนึ่งของนักประเมินโครงการวิจัยไทย ที่ไม่มีความรู้จริงแล้วทำความเสียหายให้ชาติ
ผมตีพิมพ์ออกไป (ขีเกียจจดสิทธิบัตร) บริษัทฝรั่งใน usa ติดต่อให้ผมออกแบบให้ โดยจะให้หุ้นลมผม หรือ จะเอาค่าจ้างก็ได้ แต่ผมยังเล่นตัวอยู่ อยากให้เป็นของคนไทยอ่ะ แต่คงไม่มีใครสนหรอก
ผมคิดว่าในมุมหนึ่งถ้าเรามองข้ามประเทศไทยไปแล้วมองว่าเราเป็นพลโลก งานของอาจารย์จะมีประโยชน์มากต่อชาวโลก โดยเฉพาะในช่วงวิกฤตพลังงานเช่นนี้ครับ แล้วในที่สุดแล้วก็จะกลับมามีประโยชน์ต่อคนไทยครับ
จริงๆ แล้วผมลุ้นกับ ASEAN มากว่าวันหนึ่งประเทศไทยจะหมดไปแล้วเราจะกลายเป็นชาว ASEAN หลังจากนั้น ASEAN หมดไปแล้วเราได้เป็นชาว ASIA แล้วในที่สุดเราได้เป็น "ชาวโลก" เพียงอย่างเดียว โลกนี้น่าจะดีมาก สงครามระหว่างประเทศต่างๆ ก็น่าจะเบาลงครับ
แต่อาจจะเหลือเพียงสงครามศาสนา (ฮา)
ทำไปพอเป็นพิธีการ คือ งานราชการไทย
เน้นหน้าตาดูดีเข้าไว้ คือ ธุรกิจการงานไทย
น่าสงสารงบรัฐไทย ถูกใช้ไปวันๆ น่าขันค่ะอ.
... ทำใจ ทำใจ เช่นกัน รอวัน การเมืองน้ำใส แล้ว
เมื่อไหร่เล่านั่น คงได้เพียงแค่ฝัน ส่งกำลังใจค่ะ ...
I have done a bit research and thinking. The public R&D company concept is (in my twisted way of thinking) an "innovation idea" to be "realized" (with the help of public support).
I am working on its 'business model'.
I have in mind to start this company on 5/5/55 (for a big laugh ;-) with a name like "ทำไทยทำ" -- so I hereby put the claim for copyright on this name.
Watch for further development in GotoKnow.
ที่สรอ. มีบริษัทหนึ่ง ชื่อ southwest research institute ผมนึกว่าเจ๊งไปแล้ว เมื่อกี้ไปคลิกดู ยังอยู่ครับ
จากการสังเกตของผมชื่อหนึ่งหรือสามพยางค์มักเป็นฮวงจุ้ยที่ดีกว่าสองหรือสี่พยางค์ ขอเสนอมาแข่งเล่นหนุกๆ . ทำ...ทำไทย....ไทยทำ...ท้าไทยทำ...ไทยคิดทำ...คิดแล้วทำ...ทำเพื่อไทย...นึกไม่ออกแล้ว (อันหลังนี้ไม่ได้ส่งนะครับ อิ)
หรือไม่ก็เอาแบบอ้อมๆ เช่น กระจาย.(คือคิดกระจาย) ....หัวใส (คิดซะหัวใสเลย)......รอยหยัก....