กล่าวฝ่ายนักวิชาการไทยก็โก้กันใหญ่ที่ได้ทุนวิจัยจาก ฝรั่ง ...โห..ระดับนานาชาติเชียวนะกรู ..เดี๋ยวเอาผลงานไปขอตำแหน่งวิชาการอีกต่อ

เราคนไทยทราบกันบ้างไหมว่า ตอนนี้ฝรั่งมันมาหาข้อมูลตำรายาไทยกันมาก  คงเพราะมันรู้ว่าไทยเรามีดีมากด้านนี้  อีกทั้งมีนักการเมือง นักวิชาการที่โง่ เห่อฝรั่ง.... ก็เข้าทางมันเลย

 

ขณะนี้องค์กรวิจัยด้านชีวภาพระดับกระทรวงมีนักวิชาการฝรั่งเป็นที่ปรึกษากันหมด ให้เงินเดือนงามเสียอีก แทนที่มันจะต้องให้เงินเดือนเราที่มาเป็น”สายลับ”ล้วงตับเราแบบนี้

 

อจ.มหาลัยไทย ก็มี expert ด้านพฤกษศาสตร์เป็นฝรั่งมาก จนน่าตกใจ

 

ส่วนกองทุนฝรั่ง ในนามล่อหลอกหลากหลาย ก็เอาเงินมาบริจาค (มาจากบริษัทยา)  มาให้เงินอุดหนุนโครงการ "ความหลากหลายชีวภาพ" มาก ...เพื่อหลอกให้พวกเราไปหาตัวยาให้มัน

 

กล่าวฝ่ายนักวิชาการไทยก็โก้กันใหญ่ที่ได้ทุนวิจัยจาก ฝรั่ง ...โห..ระดับนานาชาติเชียวนะกรู ..เดี๋ยวเอาผลงานไปขอตำแหน่งวิชาการอีกต่อ

 

องค์กรวิจัยมันสมองสูงสุดของไทย เช่น สกว.  ส.ฯลฯ  ก็เห่อกันใหญ่ ที่มีความร่วมมือกะต่างชาต ก็ตีปีกกันใหญ่  ให้เงินสมทบทุนวิจัยแถมให้อีก  ภาษีเรา คนจนๆ เอาไปช่วยบริษัทยาฝรั่งที่สุดแสนรวย ไปหาตัวยาให้มัน (พวกนี้มันหลอกหายาจากอินเดียแดงมานานแล้ว ตอนนี้มันเพิ่งรู้ว่าไทยเก่งกว่าอินเดียแดงเยอะ และโง่กว่าด้วย หลอกง่ายกว่า  เลยหันมาทางนี้)

 

แบบนี้ความลับชาติเรา ที่บรรพชนสละเลือด ชีวิต สร้างสมไว้ให้ ไม่เหลือหรอกครับ ฝรั่งมันเอาไปต่อยอดหมด  ส่วนไทย ไม่กล้า กลัว หงอ  ไปหมด แถมดูถูกตัวเอง เห่อ คลั่งฝรั่งและยาของพวกมันต่อไป   ยาแต่ละเม็ดต้นทุนมวลสารหนึ่งสตังค์ มันขาย 100 บาทเฉย  ...ทั้งที่มาจากสมองของปู่ย่าเราแท้ๆ  ..ไอ้พวกหมอกระดอน เซ็นจ่ายยาพวกนี้เป็นภาษาประกิดด้วยความภูมิใจอีกต่างหาก

 

...ญี่ป่นมันเอาเปล้าน้อยไปจดสิทธิบัตร ยังจำได้ไหมครับ ต่อไป จะยิ่งมากขึ้น  เพียงแต่ว่ามันอาจไม่จดสิทธิบัตรให้ยุ่งยากหรอก แอบลอกแบบอ้อมๆ ง่ายกว่ากันเยอะ

 

เฮ้อ...บรรพชนไทย ไม่น่าฉลาดปานนั้นเลย ทำให้ข้าฯต้องมาเป็นทุกข์หนักในวันนี้

 

...คนถางทาง (๒๕ เมษายน ๒๕๕๕)