สมัยช่วงบวชผมเดินธุดงค์ไปบ้าง ท่องเที่ยวไปบ้าง ก็สอบถามเอาจากหมอพระบ้าง หมอพื้นบ้านทั่วไปบ้าง ถึงตัวยาต่างๆ ทางแถบรอบๆ อ.ปักธงชัย ไปถึง อ. ปากช่อง ได้ตัวยามามากมาย จึงขอนำมาบันทึกไว้ให้เป็นข้อมูลของประเทศต่อไป พร้อมนี้ใคร่ขอเชิญชวนท่านผู้อ่านที่มีตำรับยาท้องถิ่นของท่านโปรดช่วยกันส่งมาต่อท้ายบทความนี้ เพื่อช่วยกันบันทึกไว้ให้ลูกหลานรับรู้ แล้วอาจเอาไปต่อยอดช่วยชาติ ช่วยโลกต่อไปในอนาคต
บรรพชน คิดค้น ลองผิดถูกกันไว้ กว่าจะได้ยามาแต่ละตัวแสนยาก ที่ตายไปเพราะกินผิดก็คงมากโข พวกบริษัทยาฝรั่ง มันก็ไปเรียนรู้ตัวยามาจากพวกคนป่าอินเดียแดงเสียมาก แล้วเอามาวิจัยต่อยอด สกัดออกมา สังเคราะห์ทำเป็นยาเคมี
ต้นขี้หมู..ต้นแข็งเปราะมีผลสุกกินได้ อร่อยมากด้วย เนื้อผลสีดำเหมือนขี้หมู เป็นลอนๆ ลูกเท่ามังคุด รสคล้ายมังคุดแต่หวานกว่า ใบนุ่มเหมือนกำมะหยี่
สรรพคุณ: แก้มุตกิด , ระดูขาว , ต้มให้พวกอยู่ไฟ (ไม่ทราบใช้ส่วนไหนของมัน ลืมบันทึกไว้)
ตะไก้ (กำแพงเจ็ดชั้นก็เรียก) ...ลูกสีเหลือง ขนาดพุดซา
สรรพคุณ: แก้โรคกระเพาะ, ริดสีดวง
วิธีใช้: เอาแก่น เปลือก หั่นแว่น
งิ้วแดง
สรรพคุณ..แก้ความดัน
วิธีใช้..เอาเปลือกมาชงชา
พญายา
สรรพคุณ..เข้ายาได้ทุกอย่าง (ครอบจักรวาล) รากรักษามะเร็ง
เถาอีแปะ
สรรพคุณ..ตำพอกฝีดูดหนอง , แผลเน่า, ฝีฟอดปลาไหล (ขึ้นแล้วขึ้นอีก) (สงสัยว่าจะเป็นอันเดียวกับฝีรูปปะคำหรือเปล่า)
ไฟลามทุ่ง (ดอกเหลือง ไม้พุ่มล้มลุก ขึ้นตามทุ่งนา)
สรรพคุณ...แก้งูสวัด
ต้นสามควาย
แก้..กษัย ไตพิการ ไทฟอยด์
สับตากแดด ต้ม หรือ บดเป็นผง
พระยาปราบ...ใบมีกลิ่นหอมคล้ายสุรามริด
แก้... ประสะน้ำนม อยู่ไฟไม่ได้ (ทางอ.ปักธงชัยเรียกว่ายา จะบูน)
สับ ตากแดด ต้มกินน้ำ
อ้อยสามสวน..เป็นไม้เถา ยืนต้น ใบมีสามแฉก
แก้..เป็นยาธาตุ ยาระบาย
ก้ามปู
แก้..ตกเลือด ต้มกินร่วมกับรากหญ้าคา และรากไส้ตัน ต้นสูงสุดประมาณ 3 เมตร
หางหมา(จิ้ง)จอก
ชูกำลัง บำรุงกำหนัด
ตองแตก
เข้ายาหลายอย่าง รากตำสับแก้พยาธิดีมาก ใบต้มแก้หืดหอบ อัมพาต
(จำไม่ได้แล้วว่านี่อันเดียวกับ หนอนตายยากไหม)
ไมยราพ
แก้ ขัดเบา เบาหวาน
ขมิ้นอ้อย + บอระเพ็ด ..ทำลูกกลอน
แก้..โรคกระเพาะ ..มีคนเป็น มีก้อนลมเท่าหัวแม่มืออยู่ในท้อง อาเจียนเป็นเลือด เป็นมา 20 ปี กิน 1 กิโล หาย
ว่านทรหด
บำรุงกำลัง บำรุงกำหนัด
ฝางเสน
เป็นยาครอบจักรวาล แก้ท้องร่วง เสมหะ ใช้ทำน้ำยาอุทัย
สุรามริด (สุรามีฤทธิ์ก็เรียก)
แก้ กระษัย ลมขัดข้อ ฟกช้ำ เส้นกระตุก
(เอ..คิดต่อไปว่า เส้นกระตุกเนี่ย มันเกี่ยวกับพาร์กินสันไหมหนอ)
(ใบหอมมาก สงสัยว่าจะเป็นอันเดียวกับ อบเชยหรือเปล่า)
สะแกนา..ใช้จุดเป็นยาสูบได้
โรคเก้าท์ (อีกสูตรหนึ่ง ไม่ทราบมาจากใคร)
ผักบุ้งแดง (ทั้ง5) 1, ไพล 0.5, ขมิ้นอ้อย (หัวขึ้น) 0.5, เปล้าน้ำเงิน (ราก) 0.5,
วิธีใช้..อบ รม
อีกสูตรคือ “ส้มเช้า” หั่นแว่น ย่างไฟ ปะคบ ใช้ผ้ารอง
พญาเท้าเอว (ลูกคล้ายกาแฟ) ตัดโยนใส่น้ำก็ขึ้น
แก้..ปวดฟัน ฟันโยก ฟันคลอน ต้มกินฟันจะแน่นเปรี้ยะ ยังแก้ปวดหลังปวดเอวด้วย
หมี่ (เหนือเรียกอีเหม็น) ใส่ไฟแล้วเหม็น ทุบพอกใช้ดูดฝีได้
ต้นแมงดา..อยู่ทางปักษ์ใต้ กลิ่นแมงดา ใช้ทำแมงดาได้
โรคไอกรน คอตีบ (ทำมะลา)
ใช้ขันทองพยาบาท น้ำปูนใส มะนาวป่า น้ำมะนาว
(สูตรหลวงพ่อจ้อย วัดเขาก่อง อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว)
โรค..นิ่วในไต เบาขัด เบาไม่ออก
ยา..ไม้รวก แนวลาย อย่าเอาแตกแขนง ใช้ลำต้นปิ้งไฟแล้วต้มกิน เป็นน้ำชา กินง่าย หวาน (เอ..คิดต่อยอดว่า ถ้ามันสลายนิ่วได้ น่าเอามาทำเป็นยาบ้วนปาก หรือ ผสมยาสีฟัน แก้หินปูนด้วยได้ไหมหนอ)
ตาลเสี้ยน (ลูกอร่อย) ...แก้ตาลขโมย
ตาลหม่อน..แก้ปากเปื่อย ลิ้นเปื่อย
โป่งฟ้า (ส่องฟ้า) ..แก้ผิดสำแดง เข้ายาจะบูน
ตองแตก ..ยาถ่ายอย่างดี (ไม่ทราบถ่ายท้อง หรือ ถ่ายพยาธิ เพราะตอนต้น จดไว้ว่า เป็นยาถ่ายพยาธิ)
โรค..หัวใจโต ลิ้นหัวใจรั่ว (สูตร ลพ.ทอง ศิษย์ลพ. คูณ วารินชำราบ)
ยา..งิ้วเปลือกแดง เอาเปลือก สับ ตาก คั่ว ชงชา
(งิ้วแดงเนี่ย ...ดูเหมือนเข้ายาได้หลายตัวจัง แก้ความดัน เบาหวาน หรือว่า หัวใจโตก็ทำให้ความดันสูง โรคเดียวกันนั่นเอง)
โรค..เบาหวาน (ลพ.ทอง วัดถ้ำเทพนิมิต)
ยา..เถาวัลย์เปรียง + ไมยราพ
โรค..ไข้ป่า มาเลเรีย ไข้ป้าง ( ท้องแข็งเป็นแผ่น ไปไหนไม่ได้ นอนคราง ปวดมาก)
ยา..เล็บเหยี่ยว (ยองตอ..ไม้ตาย) ข้าวเสีย (ข้าวที่ขึ้นเอง) รวมๆกัน มัด 3 เปาะ ต้มกิน ไม่เกินสามหม้อ หาย (สูตร ลพ.ทอง วัดถ้ำเทพนิมิต)
โรค..นิ่วในไต นิ่วทั้งหลาย
ยา..หญ้าฟันตะเข้ (หรือหญ้าค.ยงู) ใช้แบบทั้งห้า ใช้ตัวผู้เท่านั้น มัด 3 เปราะ ต้ม 3 เอา 1 ไม่เกิน 3 แก้ว หาย (สูตร ลพ.ทอง วัดถ้ำเทพนิมิต)
โรค..กามตายด้าน
ยา..โด่ไม่รู้ล้ม+ พญาช้างดำ + รากไข่เน่า (ต้นไม้นะ ไม่ใช่ไข่ไก่)
โรคเก้าท์ (ตำรับหลวงพ่อชุ่ม วัดท่าวังไทร ต.วังหมี อ.ปากช่อง )
ปลาไหลเผือก (ใช้ราก มีรากเดียวยาวเป็นเมตร + กระโดนดิน (ใบเล็กมนๆ สูง 20 ซม.) (ใช้ราก ใบ) +พญาท้าวเอว (เถายาวใหญ่ เท่าขา มีหนามงอลง คดๆ คล้ายคนยืนท้าวเอว ) ..ใช้แก่น
ต้มกินน้ำ (อย่างละเท่าๆกัน) หรือทำลูกกลอน น้ำผึ้งเดือนห้า
ท่านเล่าว่ารักษาหายมาหลายรายแล้ว
(หลวงพ่อชุ่มนี้ เป็นหมอยาที่ร่ำลือกันมากว่าชงัดนัก รู้จักพรรณไม้ป่าก็มาก เรียกว่าแทบหมดป่า ผู้เขียนได้ไปจำอยู่ที่วัดท่านสามคืน ท่านเป็นนักเลงเก่า พูดจาโผงผาง)
มีอีกมากแต่เอาเท่านี้ก่อน ...เหนื่อยแล้ว
...คนถางทาง (๒๕ เมษายน ๒๕๕๕)
มันน่ามีการจัดมหกรรมยาพื้นบ้านกันสักที หรือมีตลาดนัดยาพื้นบ้าน ใครมีหัวธุรกิจ เชิญ อาจดังกว่าจตุจักร รอกรมแพทย์แผนไทยอาจไม่ทันกาล..ราชการ
I don't know if this will cause chaos. -- modern westernised medical professionals WILL be against such public domain medicine. -- people who can't afford public health services MAY self-diagnose and treat themselves incorrectly. -- insurers, loved ones and (your) enemies CAN use this in some bad ways...
Slow as it is, I think many hospitals and universities are earnestly testing and building databases of herbal medicine. The records include correct dosage, warning and side-effect information. PSU is one I looked at not long ago.
Should we have is a "ranking" or rating -- should we die confirming -- the information?
ท่าน sr ทราบไหมว่า ตอนนี้ฝรั่งมันมาหาข้อมูลยาไทยมาก เพราะมันรู้ว่าไทยเรามีดีมากด้านนี้และมีนักการเมืองนักวิชาการที่โง่ เห่อฝรั่ง ก็เข้าทางมันเลย
มัน ให้เงินอุดหนุนโครงการ "ความหลากหลายชีวภาพ" ก็มาก เพื่อหลอกให้เราไปหาตัวยาให้มัน นักวิชาการไทยก็โก้กันใหญ่ที่ได้ทุนจาก ฝรั่ง ...ระดับนานาชาติเชียวนะกรู เดี๋ยวเอาผลงานไปขอตำแหน่งวิชาการอีกต่อ สกว. ก็ชอบสมทบทุนกันนัก
แถมองค์กรวิจัยด้านชีวภาพระดับกระทรวงต่างมีนักวิชาการฝรั่งเป็นที่ปรึกษากันหมด ให้เงินเดือนงามเสียอีก แทนที่มันจะต้องให้เรา
แบบนี้ความลับชาติเราไม่เหลือหรอกครับ ฝรั่งมันเอาไปต่อยอดหมด ส่วนไทย ไม่กล้า กลัว ไปหมด ...ญี่ป่นมันเอาเปล้าน้อยไปจดสิทธิบัตร ยังจำได้ไหมครับ ต่อไป จะยิ่งมาก เพียงแต่ว่ามันไม่จดหรอก แอบลอกแบบอ้อมๆ ง่ายกว่า
ลูกสมอ แก้อาการปวดท้อง แก้ฤดูทับไข้หรือไข้ทับฤดู
Are we helping ourselves or international pharmaceutical corporates with public domain information? Should we not do better with a body/office (even for profit) to collect, verify, register, and maintain IP owership or at least indiginus knowledge status of our herbal medicine?
I can see the benefit of of having online folk medicine but I'd rather have "good/helpful" and for "public health" info. Then I'd like to see the info protected from being exploited by those pharmacos anf others vultures.
Does anyone have ideas?
ใช่เลยครับ ท่าน sr คิดตรงกัน 100% ในเรื่องนี้