งานประเภณียกธงสงกรานต์ (ชาวบ้านมักเรียกว่างานยกทุง น่าจะคล้ายกับที่ชาวเหนือเรียกว่าตุง) ที่วัดบ่อกรุนี้เป็นประเภณีเก่าแก่ที่มีมาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษที่ชาวบ้านได้ร่วมกันอนุรักษ์เอาไว้ โดยความร่วมมือกันของผู้คนในตำบลนั้นๆซึ่งจะประกอบด้วยหลายๆหมู่บ้าน เมื่อการยกธงสงกรานต์มีขึ้นที่หมู่บ้านใดก็หมายถึงวันสงกรานต์ที่หมู่บ้านนั้นได้สิ้นสุดลงแล้ว และชาวบ้านก็จะเริ่มทำไร่ทำนากันต่อไปตามแบบวิถีชาวบ้าน โดยการจัดงานนี้จะมีการนัดหมายกันว่าในแต่ละหมู่จะจัดขึ้นวันใดเพื่อไม่ให้ตรงกันส่วนที่วัดบ่อกรุนั้นจะเป็นงานใหญ่ซึ่งงานนี้จะมีขึ้นทั้งวันตั้งแต่เช้าตรู่จนมืดค่ำ

 

โดยชาวบ้านจะนำคันธงหรือเสาธงและธงที่แต่ละหมู่บ้านเตรียมเอาไว้แห่มาที่วัด คันธงนั้นทำด้วยไม้ไผ่ทั้งลำซึ่งจะมีการประกวดประขันกันด้วย ซึ่งจะแบ่งออกเป็น การประกวดความยาวโดยวัดจากโคนถึงปลายยอด ซึ่งแต่ละหมู่บ้านจะปกปิดไม่ยอมให้ใครรู้ การประกวดความใหญ่โดยวัดโดยรอบของโคนเสา การประกวดความสวยงามของธงซึ่งชาวบ้านจะช่วยกันเย็บ การประกวดความสามัคคีของคนในชุมชนโดยการนับจำนวนของคนที่มาร่วมงานว่าหมู่บ้านใดสามารถดึงคนมาร่วมแห่ได้มากที่สุด สำหรับผู้หญิงนั้นจะนัดกันใส่ผ้าซิ่นตีนแดง(แบบที่เห็นในภาพซึ่งจะทอเองด้วยมือของกลุ่มแม่บ้าน)มาร่วมงานกันเพื่อเป็นการอนุรักษ์งานหัตถกรรมพื้นบ้าน เมื่อขบวนแห่มาถึงวัดก็จะมีการละเล่นต่างๆที่จัดขึ้น เช่นการประกวดรำวงย้อนยุคของแต่ละหมู่บ้าน

การแข่งขันสำหรับผู้สูงอายุ การแข่งขันฟุตซอลสำหรับเยาวชน เป็นต้น พอตอนบ่ายก็จะมีการสงน้ำพระและรดน้ำดำหัวผู้สูงอายุ

เสร็จแล้วก็เตรียมแห่ธงรอบวัดสามรอบก่อนจะนำไปปักลงหลุมที่เตรียมขุดเอาไว้ การแห่ธงของแต่ละหมู่บ้านนั้นก็จะมีเครื่องเป่าและรำวงกันอย่างสนุกสนาน ในตอนที่จะนำธงไปปักลงหลุมนั้นบางทีก็จะมีการแกล้งกันเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายนำธงไปปักได้ง่ายๆ แกล้งกันพอหอมปากหอมคอ หลังปักธงได้แล้วชาวบ้านก็จะรำวงรอบเสาธงอีกสามรอบเพื่อเป็นการสักการะ

จากนั้นก็จะมีการแห่ดอกไม้รอบหมู่บ้าน ปรกติการแห่ดอกไม้นี้ก็จะมีขึ้นทุกวันนับตั้งแต่วันที่ 13 เป็นต้นมา การแห่ดอกไม้ก็จะมีพระภิกษุสงฆ์และสามเณรเดินถือดอกไม้ไปด้วย โดยชาวบ้านจะเตรียมขันน้ำใส่ขมิ้นและน้ำหอมและดอกไม้คอยรับอยู่ตลอดทางที่พระจะผ่านมา พอพระผ่านมาถึงก็จะเอาดอกไม้จุ่มในขันน้ำของชาวบ้านและประพรมให้เพื่อเป็นศิริมงคล

เสร็จแล้วชาวบ้านก็จะเดินตามพระไปด้วยพอผ่านบ้านถัดไปก็ร่วมกันเอาดอกไม้ประพรมให้ชาวบ้านที่รออยู่ต่อจากพระด้วย ซึ่งผู้คนก็จะมากขึ้นเรื่อยๆจนจบระยะทางกลับเข้าวัด จากนั้นชาวบ้านก็จะนำดอกไม้ไปถวายพระพุทธรูป

ในสมัยก่อนผู้เฒ่าผู้แก่เล่าให้ฟังว่า การแห่ดอกไม้นี้จะทำกันข้ามหมู่บ้านเลยทีเดียว โดยพระสงฆ์จะนำชาวบ้านจากหมู่บ้านหนึ่งเดินข้ามทุ่งนาแห่ไปยังหมู่บ้านอื่นๆด้วย แต่มาระยะหลังก็มีเพียงกระทำภายในหมู่บ้านเท่านั้น หลังจากแห่ดอกไม้เสร็จแล้วก็จะเป็นการเฉลิมฉลองด้วยการเล่นรำวงย้อนยุคกันอย่างสนุกสนาน

พูดถึงรำวงย้อนยุคก็อดนึกถึงอดีตเมื่อครั้งผมยังเป็นเด็กไม่ได้ สมัยก่อนยังไม่มีไฟฟ้าใช้เหมือนอย่างสมัยนี้ ชาวบ้านต้องใช้ตะเกียงน้ำมันก๊าซให้แสงสว่างยามค่ำคืน นานๆถึงจะมีงานสำคัญๆสักครั้งหนึ่งเช่นงานบวช งานแต่ง หรืองานทำบุญหมู่บ้าน นั่นถึงจะมีเครื่องไฟและได้เห็นแสงสว่างจากไฟฟ้า และตอนกลางคืนก็จะมีการเล่นรำวงของหนุ่มสาว เป็นจังหวะต่างๆเช่น รำวง รำแคน ตะลุง สามช่า โซน ม้าย่อง ทวิส ค่อม เป็นต้น และงานยกธงสงกรานต์ในวันนี้ก็ได้เห็นชาวบ้านมาเล่นรำวงย้อนยุคกันแบบสมัยก่อนด้วยจังหวะต่างๆที่ได้กล่าวมาแล้ว และเช้าวันถัดมาก็จะมีการทำบุญตักบาตรที่วัดเป็นอันสิ้นสุดวันส่งกรานต์ในปีนี้