การศึกษาครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนาครูผู้สอนในการจัดการเรียนรู้เพศศึกษา เพื่อพัฒนาทักษะชีวิต สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 เพื่อศึกษาสัมฤทธิผลการพัฒนาครูผู้สอนในการจัดการเรียนรู้เพศศึกษา เพื่อพัฒนาทักษะชีวิต สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 และเพื่อศึกษาความคิดเห็นของครูผู้สอน ที่มีต่อวิธีการพัฒนาครูผู้สอน ในการจัดการเรียนรู้เพศศึกษา เพื่อพัฒนาทักษะชีวิต สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ในโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาแม่ฮ่องสอน เขต 1 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ ได้แก่ครูผู้สอนเพศศึกษา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 จำนวน 12 คน และนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 จำนวน 428 คน ที่เรียนกับครูผู้สอนเพศศึกษา กลุ่มตัวอย่างทั้ง 12 คน ในโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาแม่ฮ่องสอน เขต 1 ปีการศึกษา 2554 เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ เครื่องมือที่ใช้พัฒนาครูผู้สอนเพศศึกษา และเครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ประกอบด้วย การอบรมเชิงปฏิบัติการ เอกสารประกอบการพัฒนาครูผู้สอน ในการจัดการเรียนรู้เพศศึกษา เพื่อพัฒนาทักษะชีวิต สำหรับนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ในโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาแม่ฮ่องสอน เขต 1 แบบสอบถามครูผู้สอนเพศศึกษา แบบนิเทศติดตามการจัดการเรียนรู้เพศศึกษา แบบประเมินทักษะชีวิตด้านการจัดการกับอารมณ์ และความเครียด แบบประเมินทักษะชีวิต ด้านความรับผิดชอบต่อสังคม แบบประเมินทักษะชีวิต ด้านการคิดวิเคราะห์ ตัดสินใจ และการแก้ปัญหา และแบบสอบถามความคิดเห็น ของครูผู้สอนที่มีต่อวิธีการพัฒนาครูผู้สอน ในการจัดการเรียนรู้เพศศึกษา เพื่อพัฒนา ทักษะชีวิตของนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ผู้ศึกษา นำข้อมูลที่เก็บรวบรวม มาสังเคราะห์ เรียบเรียง และวิเคราะห์โดยใช้สถิติ การหาค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สรุปผลได้ดังนี้
- สัมฤทธิผลการพัฒนาครูผู้สอนหลังการอบรมเชิงปฏิบัติการ ครูผู้สอนเห็นว่า เนื้อหาสาระที่ได้รับจาก การอบรมสอดคล้องกับความต้องการ และสถานการณ์ของ สังคมในปัจจุบัน และมีจำนวนสื่อ และเอกสารประกอบการอบรมอย่างเพียงพอ
2. ผลจากการนิเทศติดตาม พบว่า ครูมีความสามารถอยู่ในระดับมากที่สุด ในเรื่อง ครูมีบุคลิกที่เป็นกันเอง และทักทายนักเรียนอย่างอารมณ์ดี ครูร่วมกับนักเรียนทบทวนบทเรียนที่ผ่านมา เพื่อเชื่อมโยงความรู้ และประสบการณ์เดิม สู่การเรียนรู้ในบทเรียนใหม่ บอกสิ่งที่นักเรียนจะได้รับ และกิจกรรมที่นักเรียนต้องมีส่วนร่วมจากการเรียนรู้บทเรียนใหม่ร่วมกัน มีการร่วมแลกเปลี่ยนหรือแสดงความคิดเห็น กับนักเรียน โดยวิเคราะห์จากสถานการณ์ และความจริงที่เกิดขึ้นในสังคมเกี่ยวกับเพศศึกษาด้วยบรรยากาศแบบเป็นกันเอง อบอุ่น และกระตุ้นการตอบคำถาม หรือการแสดงความคิดเห็นของนักเรียน โดยการใช้คำถามกระจาย ไปยังนักเรียนทั่วทุกคนด้วยท่าทีสุภาพ รับฟังและให้เกียรติกันครูใช้กระบวนการทำงานเป็นทีม หรือกระบวนการกลุ่มของนักเรียน ให้นักเรียนสะท้อนเรื่องที่เรียนรู้ ผ่านการคิดวิเคราะห์ ตัดสินใจ และแก้ปัญหา เกี่ยวกับเพศศึกษา ที่เกิดจากสถานการณ์จำลอง หรือเรื่องจริงในชีวิตประจำวันที่เกิดขึ้นในสังคม ครูระวัง และไม่ใช้ร่างกายของนักเรียน หรือของครูเอง เป็นสื่อในการสาธิต ทดลอง หรือฝึกปฏิบัติจริง ในเรื่องเพศศึกษา และครูเปิดโอกาสให้นักเรียนนำข้อมูลที่สืบค้นมา ผ่านกระบวนการนำเสนอ รายงาน การแสดง แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และอื่น ๆ ตามที่นักเรียนวางแผนไว้ร่วมกัน ส่วนผลการประเมินทักษะชีวิตของนักเรียน พบว่า นักเรียนมีทักษะชีวิตด้านความรับผิดชอบต่อสังคม อยู่ในระดับสูง รองลงมา คือ ด้านการจัดการกับอารมณ์ และความเครียด และด้านการคิดวิเคราะห์ ตัดสินใจ และการแก้ปัญหา อยู่ในระดับพอใช้
3. ความคิดเห็นของครูผู้สอน ที่มีต่อวิธีการพัฒนาครูผู้สอนเพศศึกษา ครูผู้สอน มีความคิดเห็น อยู่ในระดับมากที่สุด ในเรื่อง ความรู้ที่ได้รับสอดคล้องกับความต้องการ ครูมีขวัญกำลังใจมากขึ้น เนื้อหามีความสอดคล้อง และเหมาะสมกับสถานการณ์สังคมในปัจจุบัน ช่วยพัฒนา และยกระดับความเชื่อ ทัศนคติ ความคิดเรื่องเพศศึกษาของครูได้ ตลอดจนครูมีความมั่นใจในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพศศึกษา เพื่อพัฒนาทักษะชีวิตนักเรียนมากขึ้น