๓.ภูเขาหิมพานต์

     ภูเขาหิมพานต์ ตั้งอยู่ในที่ประมาณ ๓,๐๐๐ โยชน์ สูง ๕๐๐ โยชน์ มีจำนวน ๘๔,๐๐๐ ยอด กลุ่มภูเขาหิมพานต์นั้นมีทั้งหมด ๕ ลูกคือ สุทัสนกูฏ  จิตรกูฏ  กาฬกูฏ  คันธมาทนกูฏ  และเกลาสกูฏ ตั้งแวดล้อมสระอโนดาต มีคำอธิบายเพิ่มเติม ว่า

                ๑)สุทัสนกูฏ เป็นภูเขาทอง สูง ๒๐๐ โยชน์ คตภายใน มีสัณฐานคล้ายปากกา

                ๒)จิตรกูฏ เป็นภูเขารัตนะ

                ๓)กาฬกูฏ เป็นภูเขาแร่พลวง

                ๔)คันธมาทนกูฏ เป็นภูเขาป่า ภายในมีสีเหมือนถั่วเขียว เป็นภูเขาประเสริฐ อบอวนด้วยกลิ่นทั้ง ๑๐ คือ กลิ่นเกิดแต่ราก กลิ่นเกิดแต่แก่น กลิ่นเกิดแต่กระพี้ กลิ่นเกิดแต่เปลือก กลิ่นเกิดแต่สะเก็ด กลิ่นเกิดแต่รส กลิ่นเกิดแต่ใบ กลิ่นเกิดแต่ดอก กลิ่นเกิดแต่ผล และกลิ่นเกิดแต่ลำต้น ดาดาษด้วยสมุนไพรต่าง ๆ ในวันอุโบสถแห่งกาฬปักษ์ โพลงดุจถ่านเพลิงอันไฟติดทั่วแล้วตั้งอยู่

                ภูเขาคันธมาทน์ มีเงื้อมชื่อนันทมูลกะ เป็นที่อยู่ของพระปัจเจกพุทธเจ้าทั้งหลาย มีถ้ำ ๓ ถ้ำ คือถ้ำทอง ถ้ำแก้วมณี และถ้ำเงิน ซึ่งภูเขาคันธมาทน์นี้ เป็นยอดของภูเขาหิมพานต์  ที่ปากถ้ำแก้วมณี มีต้นคำสูง ๑ โยชน์ กว้าง ๑ โยชน์ ผลิดอกบานสะพรั่งไปทั้งต้นโดยพิเศษในวันที่พระปัจเจกพุทธเจ้ามา ข้างหน้าต้นคำนั้นเป็นโรงกลมสำเร็จด้วยสรรพรัตนะ  ณ โรงกลมนั้น สัมมัชนกวาต(ลมกวาด) กวาดหยากเยื่อทิ้ง สมกรณวาต(ลมเกลี่ย) เกลี่ยทรายซึ่งล้วนแล้วด้วยสรรพรัตนะให้เสมอ สิญจนวาต(ลมรด) นำน้ำจากสระอโนดาตมารด สุคันธกรณวาต(ลมกลิ่น) นำกลิ่นของต้นไม้หอมทุกอย่างมาจากป่าหิมพานต์ โอจินกวาต(ลงโปรย) โปรยดอกไม้ สันถรกวาต(ลมลาด) ปูลาดในที่ทุกแห่งในโรงกมนี้ มีอาสนะปูไว้ทุกเมื่อซึ่งเป็นที่นั่งประชุมของพระปัจเจกพุทธเจ้าทุกองค์ ในวันอุบัติแห่งพระปัจจเจกพุทธเจ้า และในอุโบสถ พระปัจเจกพุทธเจ้าครั้นนั่งแล้วย่อมเข้าสมาบัติบางอย่าง แล้วออกจากสมาบัตินั่น จากนั้นพระสังฆเถระก็ถามพระปัจเจกพุทธเจ้าองค์มาใหม่ถึงกรรมฐานว่า “ท่านได้บรรลุอย่างไร?” เพื่อพระปัจเจกพุทธเจ้าทั้งปวงจะได้อนุโมทนา ในกาลนั้นพระปัจเจกพุทธเจ้าองค์มาใหม่ก็จะกล่าวคาถาพยากรณ์อันเป็นคำอุทานของตน

                ๕)เกลาสกูฏ เป็นภูเขาเงิน ทุกยอดมีความสูงและมีสัณฐานเสมอด้วยภูเขาสุทัสนกูฏ ทุกยอดฝนตกทั่วด้วยอานุภาพของเทวดาและอานุภาพของนาค

     นครราชคฤห์ ตั้งอยูในที่ดุจท่ามกลางภูเขาทั้ง ๕ คือ ปัณฑวะ  คิชฌกูฏ  เวภาระ  อิสิคิลิ  เวปุลละ  ฉะนั้น จึงเรียกนครราชคฤห์ว่า คิริพพชะ เพราะตั้งอยู่ดุจคอกโดยการแวดล้อมของภูเขา

     บรรดาภูเขาทั้ง ๕ นั้น ภูเขาเวปุลละ ครั้งพระพุทธเจ้าพระนามว่า กกุสันธะ มีชื่อว่า ปาจีนวังสะ มนุษย์ทั้งหลายชื่อว่า ติวรา มนุษย์เหล่านั้นขึ้นสู่ภูเขานั้นได้โดย ๔ วัน ลงได้โดย ๔ วัน

     ครั้นพระพุทธเจ้า พระนามว่า โกนาคมนะ ภูเขาเวปุลละ มีชื่อว่า วังกตะ มนุษย์ทั้งหลายชื่อว่า โรหิตัสสา มนุษย์เหล่านั้นขึ้นลงภูเขานั้นได้โดย ๓ วัน

     ครั้นพระพุทธเจ้า พระนามว่า กัสสปะ ภูเขาเวปุลละ มีชื่อว่า สุปัสสะ มนุษย์ทั้งหลายชื่อว่า อัปปิยา มนุษย์เหล่านั้นขึ้นลงภูเขานั้นได้โดย ๒ วัน

     ครั้นพระพุทธเจ้าของเรา(โคตรมะ) ภูเขาเวปุลละ มีชื่อว่า เวปุลละ มนุษย์ทั้งหลายชื่อว่า มคธกา มนุษย์เหล่านั้นขึ้นลงภูเขานั้นได้โดยครู่หนึ่ง

 

๔.ภูเขาจักรวาฬ

     ภูเขาจักวาฬ หยั่งลงไปในน้ำ ๘๒,๐๐๐ โยชน์ พ้นจากน้ำ ๘๒,๐๐๐ โยชน์ ซึ่งตั้งล้อมรอบสถานที่โลกธาตุทั้งหมดเอาไว้ วัดได้โดยรอบ ๓,๘๕๖,๓๕๐ โยชน์