ทฤษฎีวิวัฒนาการของชาร์ลส ดาร์วิน ว่าไว้ทำนองว่า คนวิวัฒน์มาจากลิง ส่วนพวก creationist (พระเจ้าสร้างโลก) ก็ว่า คนมาจากการเสกของพระเจ้า
ส่วนผมไม่เชื่อทั้งสองอย่าง
ผมว่าคนอาจไม่ได้มาจากลิงหรอก แต่ลิงอาจไปจากคนก็เป็นได้พอกันแหละ อย่างนี้ผมเรียกว่า ทฤษฎี วิบัติฒนาการ ซึ่งโดยหลักสถิติแล้วมันเป็นไปได้พอกัน คือ มีดีขึ้นได้ ก็มีเลวลงได้ (สมมติว่าเป็นคน ดีกว่าเป็น ลิง นะเนี่ย ซึ่งอาจไม่แน่เสมอไป)
ถ้าคนวิวัฒน์มาจากลิงจริงแล้วไซร้ ในวันนี้มันต้องมี สัตว์แบบครึ่งคนครึ่งลิงให้เราเห็นมั่งซิ นี่กลับไม่มีเลย
หรือว่ามันไม่ใช่วิวัฒน์ แต่เป็นกระโดด คือคน กระโดดมาจากลิง (ฝรั่งเรียก mutation) เรียกว่าออกลูกพิการนั่นเอง ไม่เป็นไปตามเผ่าพันธุ์
เอ้าถ้าเช่นนั้นแล้ว ลิง ค่าง บ่าง ชะนี วิวัฒน์หรือ กระโดด มาจากอะไรล่ะ มด ปลวก หรือไร เพราะพวกนี้ฉลาด และเป็นสัตว์สังคมคล้ายมนุษย์อย่างเหลือเชื่อ มีลำดับขั้น อำมาตย์ไพร่ มีกองทัพทำสงครามกันอีกด้วย
ผมว่าสัตว์ที่เหมือนคนมากที่สุดไม่ใช่ลิงนะ แต่คือ นกเพนกวินต่างหาก เพราะมันเดินได้สองขาและสันหลังตรงยิ่งกว่าลิงเสียอีก ดูเผินๆ เหมือนคนเดินมากๆ
หรือว่าคนอาจกระโดดมาจากลูกไม้ เช่น ลูกมักกะลีผล
...คนถางทาง (๒๕ เมษายน ๒๕๕๕)
I give Darwin a lot more medals for bravery. His "Origin of Species" theory gives better scenario for development of "life forms". But like Isaac Newton's Law of Motion which is not quite right when on different (molecular and smaller) scales. (Even Einstein did not like Quantum Physics.) Darwin knew nothing about DNA and modern genes theories.
I think we may have been looking at "forms" of (DNA- or) gene-expressions (what we can see from the outside) but not enough seeing "functions" (or processes in the inside). Life can be looked at as a kind of "DNA-machines". Life live in environment and must survive in the environment (space-time, event-effect, webs of relations, ...). Forms that fit environment would survive better and pass on. (variations) Forms that do not fit, die young and disappear.
When we look at internal organs "designs", we would see a lot of common features between man and ape. We don't have evidence which comes first or man and ape are just branches from another common ancestor. A lot of people are digging (they are worse than miners) and they so found lot of "dirt" and not enough "ore".
I am happy to watch and keep watching -- as it has little bearing on my "present" life in my current environment. But I do want to evolve a notch up in the next life ;-)
ประโยคปิดของท่าน sr คือสิ่งที่ผมครุ่นคิดมานาน
ดาร์วิน คิด พูด แต่เรื่องวิวัฒนาการทางกายภาพ แต่วิวัฒนาการทางใจ จิตวิญญาณ นั้น พพจ. คิด พูด มานานก่อนนั้นมากนัก
ชาติก่อนเป็นสัตว์ชาตินี้เป็นคน (and vice versa) นี่คือทฤษฎีของ mutation of the spirit ได้ไหม
By the way, ผมได้เคยพิสูจน์สมการ E=mc2 ของท่านไอน์ไสตน์ ด้วย mechanical theory กฎที่สองของนิวตันธรรมดาเมื่อสัก 30 ปีก่อน โดยให้ความเร็วของโมเมนตัมเข้าหาความเร็งแสง (in the limit) ...วันนี้ผมมา search หา ปรากฎว่ามันก็มีคนพิสูจน์เหมือนผมเดี๊ยะเลย
ผมว่า Quantum reality กับทฤษฎีนาม-รูป ของศาสนาพุทธไม่ต่างกันมากครับ เพราะมัน inter-dependent
ดังนั้น หลวงพ่อโตวัดระฆัง (คู่กัดของร ๕) จึงตอบคำถามของคณะนักวิทยาศาสตร์ฝรั่งที่มาลองภูมิท่าน ด้วยคำถามว่า โลกเรานี้มีอายุสักเท่าใด ...ว่า
"โลกเราก็มีอายุประมาณอายุอาตมานี่แหละ" (คือประมาณ 70 ปีเท่านั้นเอง)
ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ฝรั่งหัวเราะเยาะ เพราะพวกเขา ไม่มีวันเข้าใจได้เลย เนื่องเพราะตอนนนั้น ยังไม่มีทฤษฎี Quantum ที่ observer ต้องมี ไม่งั้น "ความจริง" มีไม่ได้
สรุปคือ ฝรั่งกะไทย คงโง่พอกัน กระมังครับ อิอิ
ขณะที่วิทยาศาสตร์บูชาความจริงเชิงประจักษ์ และในขณะนี้ก็มักจะเทข้าง..ไปในความเห็นว่า "คนและลิงมีบรรพบุรุษมาร่วมกัน แล้วแตกสายไป" ส่วนเรื่องของ form & function คิดว่าเป็นสิ่งที่คู่กันในธรรมชาติและเห็นได้ อธิายได้.. เป็นคำตอบซึ่งกันและกันสำหรับสองคำนี้ ในการสอนเรื่องวิวัฒนาการและการปรับตัว ก็มักจะชี้แนะให้นักศึกษาพยายามค้นหาว่าคืออะไร ในบริบทของ form&function โดยมีฐานมาจากธรรมชาติ
..มี ..ฝรั่ง(สมัยนี้).."คัน"..ความคิด..ว่า..อะไรทำให้...สัตว์..มาเดิน..สองขา..และเป็นคนจนทุกวันนี้..ย้อย..ลอยไปถึงเจ็ดสิบล้านปีที่แล้ว..เลย.แอบถ่ายรูปลิงสมัยนี้..ตอนลุยน้ำมาให้ดู...ดูเหมือนคน..แฮะ.ลูกขี่คอ..แถม..เอามือ..ชูไว้เหนือหัว..อีกด้วย..กันเปียก..แอบถ่ายรูปคน..นอนผึ่งแดด..เล่นน้ำ..มาให้ดูคู่กับลิง..อิอิ...(รำๆว่า..สิ่งแวดล้อม..เป็น..ต้นเหตุ..ของวิวัฒนาการ..ของชีวิต..เป็นต้นว่า..ปลาเดลฟิล..มีกรรมพันธุ์..คล้ายคลึงกับ..วัว..มากที่สุด...แต่วััวมีตีน..อ้ะ..ปลาไม่มีตีน..แถมอยู่ในน้ำ..หรือ..หมูกับคน..มีกรรมพันธุ์เหมือนกันมากที่สุด..จน..ค้นคิดกันว่า...หัวใจคนที่เละแล้ว..เอาหัวใจหมูใส่แทน....๕๕๕...(ยายธี)
Yes, we have a (Hindu) theory of evolution much older than Darwin's.
According to this old theory, man can reach the highest of evolution (become a Buddha) and fall into a 'singularity' (nibbaana) or nothingness.
In stories about the Buddha's many jatakas, He was reborn life (and form) after (another) life (and another form) until He became a Buddha then He grew old. One day He was given a special meal which He ate some and ordered the left over to be buried. He got severely sick, called up monks and asked them if any monk had question on anything. No one asked. So the Buddha told them to live in "appamada", opened his robe and went to nibbaana.
Apart from "His wisdom", what is the difference between a normal man and the Buddha at the highest point of human evolution? [This is not a trick question. We may find answers in many stories about super-human powers and super-human abilities in other parts of the Tipitaka.]
;-)
ท่าน sr ครับ จากคำสอนของท่าน เรา พพจ. ไม่ต่างกัน ก็ต้องอยู่ภายใต้ หรืออย่างมากก็ "เคียงข้าง " กฎไตรลักษณ์ เท่าเทียมกันครับ ..อนิจัง ทุกขัง อนัตตา
คนเรามีพลังในการยกตนขึ้นให้สูงเรื่อยๆ แต่สูงสุดก็เพียงแค่ระดับเสมอกับกฎไตรลักษณ์เท่านั้น ก็ไม่ต้องอยู่ใต้ใคร และไม่อยู่เหนือใคร
my two cents
ท่านยายธีครับ
เคยดูหนังเรื่อง the monkey trial ไหมครับ ...คนกะแตงโม มีจีนส์เหมือนกัน 99% แน่ะ ..โห...แล้วหมู (ที่นักวิจัยบางกระแสว่า ฉลาดกว่าลิง ) จะมียีนส์ ดีเอ็นบี เหมือนเราสักเท่าไหร่ อิอิ
Now we can talk about 2 kinds of evolution (going on at the same time): -- physical appearances or forms (there is a "technical term" I have it under my nose somewhere ;-) -- processing functions or ability to do things which is not quite visible.
Evolution of the 2nd kind is what I like to learn more. [The Buddha looked physically much the same as us, but His ability to do things is quite different. We call what ability we evolve in our life time -- learning --. Can we pass on what we have learned to our children? to ourselves in the next life? (as instincts or innate knowledge, -- not through culture or tradition--) ]
I accept the "foundational characters" of "everything" (the universe).
The people who try to live young healthy and beautiful are forgetting to observe these laws. ;-)
ท่าน sr ครับ ภาษาคอมพ์ วันนี้ ก็ hardware กับ software แหละครับ แต่ firm ware ก็สำคัญ เรียกว่า สามประสานแหละครับ
ส่วนศาสนาพุทธว่าเรามี ขันธ์ห้า ...รูป (hardware) เวทนา (...) สัญญา (rom ram operating system) สังขาร (cpu) วิญญาณ (....)
..ÄÄÄ...(ฝรั่งรู้มาก..จริง..รึ..เปล่า..ไม่รู้)..ดูหนังฝรั่งเมื่อวาน...ลิง..อยู่ระดับสาม..หมููระดับหก..คนยังอยู่ระดับหนึ่ง..ยีนส์ที่ว่า..ชิมแปนซีกับคน..ฝรั่งว่า..เก้าสิบเก้าเปอร์เซ็น..จาเลือกเป็นลิง..เป็นหมู..หรือเป็นแตงโม..."เห็นว่า..จะต้องเป็นแตงโม..อ้ะะ..เพราะเคยถูกถามว่า..คนสมัยใหม่เนี่ยะ...จะมีวิวัฒนาการไปอย่างไร.."..ตอนนั้นอายุยี่สิบกว่า..เพิ่ง..จบปริญญาตรี.."ยาย..ตอบว่า..คนคงเหมือนลูกแตงโม..อ้ะะ..ตัวกลมกลิ้งได้..."..แล้วเห็นไหมล่ะ..ผ่านไป.หกสิบปี...ว่าแล้วไหมล่ะ....ก็วนๆกันเป็นวงกลมอยู่ตรงนี่..น่ะะะ..อ้ะะๆๆ..(ยายธี)