สูตรนี้ได้มาจากหลวงพ่อแคนอีกแล้ว
เอาน้ำตาลกรวด คั่วกับเกลือให้หอม ต้มกับจุกกระเทียม
มันมีเท่านี้จริงๆ ท่านว่าหอมหวานดีมาก
อีกสูตร...ไม่ใช่เจ มาจากหลวงพ่อเงิน (นามสมมติ) วัดถ้ำเทพนิมิต
สัปปะรดสุก ต้ม ใส่เกลือ แล้วเอาปูนามาต้มปนลงไป อาจใส่ผงชูรสด้วยก็ได้
ท่านว่าเก็บได้นาน ไม่มีบูด ทำให้ผมเดาว่าสารจากสัปปะรดอาจมีสารกันบูดธรรมชาติ
ถ้าใช่ น่าศึกษาสกัดเอามาทำสารกันบูดอาหารนะครับ อาจทำเงินกันมหาศาลก็เป็นได้ โดยเฉพาะจากแกนของมันที่ทิ้งกันเฉยๆ
ท่านใดนึกสนุกเอาไปลองทำดูนะครับ ได้ผลอย่างไรกรุณาแจ้งกันด้วยครับ
ผมเอามาคิดต่อยอดว่า มะละกอดิบน่าจะเอามาร่วมแจมได้ เพราะดังที่ผมได้เคยรายงานแล้ว ผมพบกับตัวเองว่าน้ำมะละกอต้มมันหวานดีมาก
หลวงพ่อแคนยังให้สูตรทำน้ำซอสมะเขือเทศเทียมที่อร่อยด้วย แต่ผมไม่ได้จดไว้ (วันนี้ลืมไปแล้ว) จำได้ว่ามีมะละกอต้มนี้แหละเป็นเบส เอามาตำให้เละ ๆ จากนั้นคงใส่เกลือ น้ำตาล และสีแดงจากอะไรสักอย่าง
...คนถางทาง (๒๔ เมษายน ๒๕๕๕)
บ้านญาติอยู่อุตรดิตถ์ ก็ทำน้ำปลากินเอง กลิ่นแรงมาก สงสัยต้องเอาสูตรอาจารย์ ไปให้ลองใหม่ เพราะพอไปที่ไรต้องแอบซื้อน้ำปลาขวดเล็กๆไปเองทุกที