...

 

        วันนี้มีอากาศเปลี่ยนแปลงตลอดทั้งวัน  ทำไมผมว่าอย่างนั้นเพราะได้สัมผัสมาด้วยตนเอง  คือยามเช้าขณะเดินวิ่งออกกำลังกายเห็นลมสงบเย็น  พอยามสาย ๆ แสงแดดร้อนแรงขณะไปทำงานพบคุยกับเพื่อน ๆ พอตกตอนบ่ายและเย็นลงขณะพาครอบครัวลงไปเดินเล่นรับลมชมวิวกับเจอเม็ดฝนไปหลายเม็ดทีเดียว

 

        บางช่วงวันนี้ได้อ่านหนังสือเล่มเล็ก ๆ เลยเก็บมุมมาบันทึกดังต่อไปนี้

 

เมื่อโลกมีคนอยู่มากขึ้นก็เกิดภาวะวิกฤติและการล่มสลายของคนก็ตามมา ด้วยความเสื่อมโทรมทางสิ่งแวดล้อมกลายเป็นปัญหาระดับโลก  เมื่อสังคมแตกแยกนั่นคือแก่นของความทุกข์ที่เกิดขึ้นในระดับครอบครัวและคนทั้งชาติ

 

        สังคมแตกแยกก่อเกิดปัญหาทางสังคม  ทางวัฒนธรรม  และจิตวิญญาณ  ทำให้อาชญากรรมและความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นอย่างน่ากลัว

 

        ด้วยโลกใบใหญ่กับจิตใจที่คับแคบเพราะคนพยายามลดคุณค่าทางปัญญาอันประเสริฐทางศาสนาลง...พระเจ้าจะเป็นของชนเผ่าโน้นเผ่านี้ได้อย่างไร..?  จิตใจมนุษย์ที่คับแคบนั่นเองที่กำหนดเผ่าพันธุ์ให้พระเจ้าแล้วก็สู้รบกันจนเป็นสงครามศาสนาที่ใหญ่โต  ทั้ง ๆ ที่ทุกศาสนามุ่งหวังให้มนุษย์หลุดพ้นเป็นอิสระ  แต่จิตใจที่คับแคบนั่นเอง  ที่ใช้ศาสนาเป็นข้ออ้างสำหรับกดขี่  ข่มเหง  ทรมาน  และเข่นฆ่ามนุษย์ที่นับถือศาสนาอื่น...

 

        เมื่อวิทยาศาสตร์ลงหลักมั่นคงในยุโรปเมื่อ  400 ปีมาแล้ว  วิทย์เป็นหัวหน้านำชาวโลกไปสู่วัตถุนิยมอันเป็นความจริงเพียงครึ่งเดียว  และละทิ้งมิติทางจิตวิญญาณไป  ทำให้คนกระโจนลงสู่อาณาจักรแห่งความโลภ  มีเทคโนโลยีด้านอุตสาหกรรมเป็นเครื่องมือทำให้ความโลภขยายตัว  และความโลภเข้าครองโลกด้วยพลังของลัทธิวัตถุนิยมและบริโภคนิยม  เศรษฐกิจลดคุณค่าตนเองลงแค่เงินตรา  ทุนมีแต่เงิน  บดบังทุนทางสังคม  ทุนทางวัฒนธรรม  ทุนทางสิ่งแวดล้อม  และทุนทางความโลภบุกเข้าทำลายทุกทุนที่กล่าวมาจนย่อยยับ

 

        ความขัดแย้งทางผลประโยชน์นำไปสู่สงครามโลกมาแล้ว 2 ครั้ง ได้ทำลายคนและสังคมอย่างยับเยิน  นั้นคือจิตใจคนไม่ได้พัฒนาเท่าเทียมพลังอำนาจทางเทคโนโลยี  ระบบตลาดทำให้เงินไหลไปทั่วโลกด้วยอัตราความเร็วของแสง  เพื่อเก็งกำไรและช่วงชิงจากคนมีข้อมูลน้อยกว่า

 

        คนโลภเพียงคนเดียวสามารถทำให้เกิดหายนะต่อธนาคารหรือประเทศทั้งหลายได้  จนถึงกับประเทศล่มสลายเพราะเงินไหลออกไม่หยุด  ขณะนี้คนโลภมีมากกว่าใบไม้ในป่าแล้วเราจะทำกันยังไง

 

        ด้วยวิกฤตการณ์และการล่มสลายของชาวโลกเกิดจากการสูญเสียการยึดโยงของเครือข่ายคน  วิธีแก้ต้องเสริมสร้างเครือข่ายของคนให้มั่นคนดุจใยแมงมุม

        โลกยุคใหม่นี้เป้าหมายของคนคือกำไรสูงสุด เกิดมาจากวัตถุนิยมและบริโภคนิยมทำให้คนมีจิตสำนึกที่คับแคบและฉาบฉวย

 

       การจักการศึกษาที่เน้นทักษะอาชีพโดด ๆ ทำให้คน มีจิตสำนึกที่คับแคบและฉาบฉวยด้วย  เป้าหมายที่แท้จริงของชาวโลกควรอยู่ที่การดำรงอยู่ร่วมกันอย่างสันติระหว่างคนด้วยกันและระหว่างคนกับธรรมชาติ

 

        การศึกษาแผนใหม่ควรพุ่งเป้าไปที่  3  เรื่องคือ

  1. Transcending  Wisdom  การฝึกปัญญาแห่งการหยั่งรู้ ( สมาธิ )  เรียนรู้ความจริงของธรรมชาติทั้งหมดแบบองค์รวม

  2. Community  การเสริมสร้างชีวิตชุมชน ( ศีล )  แกนกลางชุมชนคือ  การแบ่งปัน  เอื้ออาทร  เมตตากรุณา  ใจถึงใจ

  3. Spirituality  การพัฒนาจิตวิญญาณ ( ปัญญา ) แบบหลากหลายและเหมาะสม

แนวทาง ( วัฏจักร ) ใหม่ในการพัฒนาคน  โดยอาศัยแนวคิดความจริง  ( อริยสัจจ์ ) 4  มี

  1. รู้ที่ถูกต้อง

  2. คิดที่ถูกต้อง

  3. เห็นที่ถูกต้อง

  4. ทำที่ถูกต้อง

ดังนี้

  1. ไม่มุ่งกำไรแต่มุ่งการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ

  2. ส่งเสริมจิตสำนึกที่ดีถูกต้อง

  3. สร้างเสริมชีวิตชุมชน

  4. สร้างพลังทางสังคม

  5. ปฏิรูปการศึกษาแบบใหม่ดังกล่าว 

จิตสำนึกที่ถูกต้องคือคนเราล้วนเป็นส่วนหนึ่งของเอกภพ  ด้วยทุกสิ่งทุกอย่างเป็นเอกภาพ  อย่าลืมว่าจักรวาลนี้เกิดมาจาก Big  Bang  เมื่อประมาณ  15,000 ล้านปีผ่านมาแล้ว และ Big  Bang    ซึ่งเกิดมาจากสภาวะที่เรียกว่า   Singularity  ด้วยทุกสิ่งในจักรวาลล้วนเคยอยู่ในเอกภพเดียวกันและจบลงด้วยการฝึกคนให้เห็นทำนองว่า  หนึ่งเดียวคือทุกสิ่ง และ ทุกสิ่งคือหนึ่งเดียวนั้นแล.

....................................................

บรรณานุกรม

ประเวศ  วะสี . ( 2546 ) . การพัฒนามนุษย์แนวใหม่เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน . พิมพ์ครั้งที่ 2 . กรุงเทพ ฯ : หมอชาวบ้าน .