ข้าพเจ้าได้บันทึกการเรียนรู้ joomla ผ่านอนุทินมาเป็นระยะๆ
จนวันนี้ปลอดโปร่งที่หนึ่งในสองเวบไซต์ที่กำลังทำ ได้ถูกนำออกสู่โลก www.เสียที
แม้จะยังไม่สมบูรณ์แบบ ต้องตกแต่งแก้ไขกันต่อไป
.
เมื่อได้รับมอบหมายให้ปรับปรุงเวบของหน่วยงาน
ข้าพเจ้ายอมรับว่า "จิตตก" ไปขณะหนึ่ง 
เพราะแม้ไม่รังเกียจเทคโนโลยี แต่ก็ไม่ใช่สิ่งที่เชี่ยวชาญ
ไฟแรงอยากทุ่มเทให้กับงานด้านที่เรียนมามากกว่า..
ในใจนั้นคิดแต่ว่า
"เสียเวลา" "ไม่เป็น" "ไม่เห็นมีใครดู" "เป็นภาระ(ไม่งาน)"  etc.
ที่สำคัญ "มันไม่ใช่สิ่งที่ข้าพเจ้าอยากเป็น (web master)!" 
เหล่านี้เป็น มนต์ดำ ให้ข้าพเจ้าถ่วงเวลาไปเรื่อยๆ
แต่ตอนนี้ข้าพเจ้ากลับรู้สึกขอบคุณ
ที่ได้รับความไว้วางใจ  ให้โอกาสได้ทำงาน...
อันนำมาซึ่งบทเรียนชีวิตที่มีค่า
.
จนช่วงสงกรานต์ มีเวลาอ่านบทความของอาจารย์ wasawat
ชื่อ "ดีที่สุดในสิ่งที่เป็น"
คำนี้ สะท้อนไปมาในหัวข้าพเจ้าอยู่หลายวัน
ย้อนคิด ชีวิตก็บังเอิญเหมือนกัน

            "บังเอิญไม่มี"..ที่ให้ลองผิดลองถูกได้มากเท่าคอมพิวเตอร์ 
  "บังเอิญไม่เรียน"..เยอะและกว้างจนจำไม่ไหว จึงปรึกษากับ Prof.google บ่อย
                                   "บังเอิญไม่ชอบ"...


             
.
จริงอย่างที่ว่า การเริ่มต้นก็เท่ากับเสร็จไปแล้วครึ่งหนึ่ง
เมื่อข้าพเจ้าตัดสินใจติดตั้ง joomla ในเครื่อง
แล้วลอง (คิดเสียว่า) เล่นกับมันไปเรื่อยๆ
ประสบการณ์เคยใช้ portal.in.th ช่วยได้มาก
เพราะทำให้พอเข้าใจเรื่อง "Backend", "Frontend"
ข้าพเจ้าไม่ได้มีทักษะพิเศษแต่อย่างไร 
บางส่วนเช่น ที่เกี่ยวกับเมนู นั้นใช้เวลากว่าครึ่งค่อนวัน
กว่าจะเข้าใจแนวคิด การติดตั้ง Module
น่าแปลกที่ ข้าพเจ้ารู้สึกเวลาผ่านไปเร็วแบบไม่รู้ตัว 
ได้ลุ้นเหมือนเล่นเกมส์ :)
.
ได้เห็นสไตล์การเรียนรู้ของตนเอง
คือหากได้ลองผิดลองถูกแล้วถามผู้รู้
จะมีประสิทธิภาพสูงกว่า ถามตอนที่ยังไม่ได้ลอง อย่างชัดเจน
เราจะไช้ศักยภาพของ "ผู้รู้" อย่างคุ้มค่า
เมื่อเรารู้แล้วว่า "อยากรู้อะไร"
ยกตัวอย่าง เมื่อข้าพเจ้าพยายาม upload เข้า host ขององค์กร
พยายามสองสามครั้งก็ไม่ได้
โทรศัพท์ถาม ได้คำแนะนำว่า host ที่ไม่อนุญาต FTP (ศัพท์ใหม่วันนี้)
จะทำแบบนั้นไม่ได้  ให้ลงโปรแกรมเสริม
ปรากฎว่า เข้าไปในเวบของโปรแกรมนั้น งง ไปไม่ถูก
จึงตัดสินใจไปให้ผู้รู้ช่วยทำ แต่ขอนั่งดูตลอดกระบวนการ
เป็นเวลาที่ = คุ้มค่า =
สร้างความมั่นใจว่าแม้ต่อไปมีปัญหา
ก็สามารถทำใหม่ ทำแล้วทำอีก ได้ด้วยตนเอง
ดั่งสุภาษิต 
"ให้ปลาฉันหนึ่งตัว ฉันมีกินแค่หนึ่งวัน
  สอนฉันจับปลา ฉันมีกินตลอดไป"
.
ประสบการณ์นี้ น่าจะเรียกว่า 
เป็นภูมิคุ้มกัน ทุกข์จากการเป็น ในสิ่งที่ไม่อยากเป็น
ทำอะไรไม่ดี ดังที่หวัง
เพราะไม่ว่าจะเป็นอะไร จะออกมาอย่างไร
และแม้เราจะไม่ได้อยู่กับสิ่งนั้นตลอดไป
ก็เกิดความสุขได้..
เมื่อเรา-พอใจที่จะ-"ดีที่สุดในสิ่งที่เป็น"

###

The final : as good as it get