กุฏิหลังใหม่ กับคุณยายเจ้าของเดิม


หลังจากที่หลวงปู่...อนุญาตให้สร้างกุฏิเพิ่มขึ้นอีกสองหลัง หลังจากที่คุณยายพิมพา สายหยุด ท่านถวายบ้านให้กับวัด พระอาจารย์ท่านก็แยกชิ้นส่วนออก เพื่อแยกสร้างเป็นสองหลัง ข้าพเจ้าจึงขอโอกาสร่วมเป็นเจ้าภาพสร้างกุฏิหลังหนึ่ง และพี่เติ้ลเป็นเจ้าภาพอีกหลัง...

หลังเดิมที่พักเป็นประจำนั้น...ตอนนี้แม่ชีภัสรา พักอาศัย

หลังใหม่ที่เข้าพัก จะอยู่ใกล้ทางจงกลมและที่นั่งภาวนา

พร้อมมีเจดีย์ธาตุใส่เถ้ากระดูกอีกสามอันวางเรียงรายต่อกัน

กุฏิหลังนี้ ถูกสร้างขึ้นด้วยความเมตตาของพระอาจารย์ต้อ...ที่มีเพียงแรมโบ้ ลูกศิษย์ช่วยกันสร้างหนึ่งท่านกับหนึ่งคน ท่านสร้างไปเรื่อยๆ จากที่ตั้งใจว่าจะว่าจ้างชาวบ้านมาช่วย แต่ด้วยความที่หลายชีวิตต้องทำมาหากินทำให้ไม่สามารถมาช่วยพระอาจารย์ท่านได้ พระอาจารย์ท่านจึงตัดสินใจลงมือสร้างเอง

หากเป็นเมื่อก่อนก็คงจะเป็นเด็กๆ สมาชิกศูนย์ฟื้นฟูฯ ช่วยกันทำ แต่เนื่องในช่วงนี้หลวงปู่เมตตาให้พักก่อน เพราะไม่มีที่พักสำหรับเด็กๆ...พระอาจารย์จึงขาดแรงงานช่วยในการพัฒนาปรับปรุงวัด

กุฏิยังไม่แล้วเสร็จดีนัก ...

แต่ข้าพเจ้าก็ตัดสินใจเข้าไปพักภาวนา ... 

หลังนี้ มีระเบียงกว้างขวาง ลมพัดโชยถ่ายเทสะดวก...สงบและห่างไกล วิเวกเป็นส่วนตัวดี ทำให้การเรียนรู้ดูจิตดูใจดำเนินไปอย่างลื่นคล่อง ก่อเกิดสำนึกในพระคุณของหลวงปู่ พระอาจารย์ต้อ และคุณยายพิม...ที่เมตตาอนุเคราะห์และเกื้อกูล...บนเส้นทางแห่งการภาวนาของสตรีเพศ

ที่ตั้งของกุฏิอยู่ในตำแหน่งที่สูง ทำให้ทัศนียภาพกว้างขวาง มองเห็นภูมิทัศน์รอบด้าน และที่สุดแม้อยู่ไกลแต่ก็สามารถมองเห็นหนองไคร้ด้วย

วันแรก...

ทำความสะอาด เก็บกวาดบริเวณรอบๆ ทั้งวันกว่าจะเสร็จออกเป็นภาพที่เห็น

นำภาพ "ปฏิจจสมุปบาท" ...มาติดไว้เป็นที่ระลึกลงไปในใจ

บริเวณ...เมรุ 

ที่อยู่ส่วนด้านหน้าวัด ถ่ายภาพในวันที่ไปภาวนาและนอนที่เมรุ พอรุ่งเช้า...ได้เดินภาวนาท่ามกลางอากาศอันสดชื่น

คุณยายพิมพา สายหยุด ผู้ถวายบ้านต่อองค์หลวงปู่ และท่านเมตตาให้นำมาสร้างเป็นกุฏิแม่ชี

ถ่ายภาพเมื่อเช้าวันที่ ๙ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๕

คุณยายพิม ดูสดชื่น...

คุณยายพิมพา เป็นภรรยาคุณตายง ผู้เป็นมัคทายกวัด ทั้งสองท่านนั้นไปวัดเป็นประจำ คุณยายพิมนั้นเป็นผู้หญิงที่อ่อนโยน เช้าๆ ไปถึงวัดมักจะทำความสะอาดบริโวณโต๊ะหมู่บูชาเป็นประจำ

วันที่คุณยายพิม...ป่วย หลังจากที่ถวายจังหันแล้วและทานข้าวร่วมกันกับชาวบ้านคนอื่นๆ ... ท่านก็บอกว่า "พูดไม่ได้" แล้วปากก็เริ่มเบี้ยว โชคดีที่วันนั้นข้าพเจ้าอยู่วัด และได้วัดความดันคุณยาย พบว่า ความดันพุ่งขึ้นสูงมาก ทั้งๆ ที่ประวัติไม่มีโรคความดันโลหิตสูง จากนั้น...เราก็นำส่งคุณยายสู่โรงพยาบาล ... หมอบอกว่าคุณยายเป็นเส้นเลือดในสมองตีบ อยู่รักษาตัวในโรงพยาบาลนานหลายวัน และอยู่ในความอนุเคราะห์เมตตาจากองค์หลวงปู่

จากนั้นก็กลับมาพักฟื้นที่บ้าน

การได้พบถึงซึ่งสัจจะแห่งธรรมชาติ ... ผ่านภาวะการเจ็บป่วย

คุณยายพิมและครอบครัว ต่างมีความมุ่งมั่นที่จะสละทาน เพื่อให้เป็นอานิสงฆ์แก่ชีวิต จึงได้ตัดสินใจถวายบ้านให้แก่องค์หลวงปู่และทางวัด ... หลวงปู่ท่านได้เมตตานำบ้านคุณยายพิม...มาสร้างเป็นกุฏิแม่ชี 

...

๙ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๕

หมายเลขบันทึก: 484736เขียนเมื่อ 9 เมษายน 2012 21:09 น. ()แก้ไขเมื่อ 17 ตุลาคม 2013 22:40 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน


ความเห็น (4)

สุขี สุขี ปีใหม่ ครับ

ขอบพระคุณค่ะ อาจารย์ JJ

Large_zen_pics_007 

คุณยายพิม...ท่านน่ารักมากนะครับ

เมื่อตอนเย็น...เข้ากราบหลวงปู่ นำภาพคุณยายพิมถวายต่อหลวงปู่

"นี่แหละคือ อานิสงค์ของการให้ทาน"... คือ คำสอนที่หลวงปู่เมตตาสอน คุณยายพิมหน้าตาสดชื่น หลวงปู่ท่านยิ้มอย่างพอใจ ในจิตใจของข้าพเจ้านี้นอบน้อมและซาบซึ้งเป็นอย่างยิ่งที่หลวงปู่เมตตาให้สร้างกุศล...

หากเราเพียร เชื่อในคำสอนของพ่อแม่ครูบาอาจารย์นั้น...เชื่อแน่ว่า เป้าหมายที่เราได้วางไว้บรรลุผลแน่นอน...

...

๑๒ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๕

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี