GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

เมื่อคนไข้กระโดดตึก...เราจะทำอย่างไร

..."คนไข้จิตเวช...สังคมมองเขาอย่างไรกันนะ..."

       ช่วงวันที่ดิฉันไม่อยู่มีเหตุการณ์เกิดขึ้นมากมายในที่ทำงาน ได้ทราบข่าวจากน้องหนิงเล่าให้ฟัง...ว่ามีอุบัติการณ์เกิดขึ้นที่เป็นผู้ป่วยจิตเวช...กระโดดตึกแต่ไม่เสียชีวิต อาการสาหัส ด้วยความสุดวิสัยจริงๆ ของเราทีมจิตเวช เพราะช่วงเวลาที่คนไข้กระโดดนั้นเป็นช่วงเวลาที่เรายังไม่ได้ไปทำงาน เช้ามาก...

...
       วันนี้หลังเสร็จสิ้นภารกิจช่วงเช้า...ดิฉันจึงชวนพี่เขียวลงพื้นที่ไปเยี่ยมบ้านผู้ป่วย เพื่อสอบข้อมูลเพิ่มเติมเพราะจริงๆ แล้ว case นี้มีอาการที่ไม่ค่อยคงที่เพิ่งถูกส่งตัวมารับการรักษาที่เราได้ไม่กี่เดือน และมาด้วยการฆ่าตัวตาย (suicide ซ้ำ) หลายครั้ง...

       สภาพบ้านที่ดิฉันไปเจอ..ทำให้รู้สึกสงสารผู้ป่วยมาก..อาศัยอยู่กับพ่อ และพี่ชาย ที่มีอาการเจ็บป่วยทางสุขภาพจิตเหมือนกัน หากมองทางด้านการวิเคราะห์ family support แทบจะไม่มีเลยในผู้ป่วยรายนี้..เมื่อคุยกับ อสม. (อาสาสมัครในหมู่บ้าน) ให้ข้อมูลว่าปกติผู้ป่วยก็มีอาการดีอยู่...แต่บางครั้งที่มีอาการกำเริบ จะอาละวาด และเคยทำร้ายตัวเองมาหลายครั้ง...

       และในครั้งนี้...น้องหนิงไปประเมินอาการของคนไข้หลังจากที่ได้รับการช่วยเหลือหลังกระโดดตึกแล้ว ปรากฎว่าคนไข้เรามีอาการหูแว่ว...ได้ยินเสียงคนบอกให้เดินตามไป นั่นตั้งข้อสังเกตได้เลยว่าคนไข้ขาดยา หรือรับประทานยาไม่ต่อเนื่อง...เมื่อสอบถามญาติและทีม อสม.ในเขตพื้นที่รับผิดชอบ บอกว่าคนไข้จะมีอาการบ่อยครั้ง และไม่ค่อยทานยา อีกทั้งมีอาการเจ็บป่วยด้วยโรคเบาหวานเป็นโรคประจำตัว...และเพิ่งแยกทางกับสามี...จึงค่อยข้างคิดมาก อีกทั้งคนไข้ไม่มีอาชีพทำ ต้องไปขอกับข้าวที่วัดมาให้พ่อกับพี่ชายทานที่บ้าน...

       การเผชิญปัญหาหลายอย่างของคนไข้ ล้วนแล้วสามารถเป็นสาเหตุกระตุ้นซ้ำได้ทั้งนั้น ... สภาพการมารักษาที่โรงพยาบาลก็ต้องมารอตรวจนานเนื่องจากแพทย์ไม่สามารถออกตรวจตอนช่วงเช้าได้ เวลาที่คนไข้มีอาการกำเริบเราค่อนข้างพบอุปสรรคในการหาทางช่วยเหลือคนไข้มาก...นั่นคือประสานแพทย์ได้ลำบากพอสมควร...อีกทั้งประเด็นการไม่รับประทานยาของผู้ป่วย ถือว่าเป็นปัญหาสำคัญที่เราแก้ไม่ตก รวมไปถึงไม่มีญาติมาดูแล...ทุกอย่างล้วนเป็นปัญหาที่ต้องมาแก้ไขอย่างเป็นระบบในกลุ่มผู้ป่วยจิตเวช...

       จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มติที่ประชุมขององค์กรให้จิตเวชย้ายที่ทำการไปอยู่...ศูนย์เลี้ยงเด็กเดิมที่อยู่ด้านหลังของโรงพยาบาล...???...และหลายหน่วยโล่งใจที่คนไข้กระโดดตึกไม่ใช่คนไข้ของตน หากแต่เป็นคนไข้จิตเวช...???...ทุกอย่างถูกมองอย่างแยกส่วน...และเกิดคำถามในใจว่า..."คนไข้จิตเวช...สังคมมองเขาอย่างไรกันนะ..."

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 48454
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 22
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (22)

เฮ้อ น่าสงสารมากค่ะ ขอให้กำลังใจกะปุ๋มนะค่ะ

ดร.จันทวรรณ

ขอนำกำลังใจนั้นส่งต่อให้คนไข้นะคะ...

ขาหักสองข้าง...เมื่อเขารู้สึกตัว...ตื่นจากภวังค์แห่งอาการหลอนทางจิต...คนไข้ขอร้องพร้อมน้ำตาว่า...ช่วยชีวิตเขาด้วย...

เรื่องของจิตใจนี้ซับซ้อนนะคะ..หากเราไม่มองอย่างละเอียดมากพอ..เราจะไม่เข้าใจเขาดีพอเลย...

ขอบคุณนะคะ

กะปุ๋ม

ขอถามหน่อยนะจ้ะกะปุ๋ม เวลาเขียนเรื่องเหล่านี้ แล้วรู้สึกมีอารมณ์เข้ามากระทบบ้างมั้ยค่ะ บางครั้งผู้หญิงเราเวลาเขียนเรื่องเศร้าๆ แล้วร้องไห้ออกมาได้ง่ายๆ เลยนะ
  • ถ้าอย่างนั้นคราวหน้าต้องบอกผู้ป่วยไว้ล่วงหน้านะครับ ทำตารางแจ้งผู้ป่วยครับว่า ถ้าจะกระโดดตึกควรเลือกโดดเฉพาะเวลา 08.30-16.30 น. ครับ ได้เฉพาะวันทำงานปกติเท่านั้น วันหยุดราชการหรือวันหยุดประจำสัปดาห์โดดไม่ได้ครับ
  • ขอให้ความเห็นในฐานะประชาชนทั่วไปครับ เพราะมีหลายโรงพยาบาลที่เคยเห็น ช่วงนอกเหนือเวลาราชการ ประมาณว่าห้ามเจ็บและห้ามตายครับ เพราะไม่มีหมออยู่ครับ น่ากลัวจังครับ โดยเฉพาะโรงพยาบาลต่างอำเภอ ที่หมอต้องรีบไปเปิดคลินิคและพักอยู่ในตัวจังหวัด
  • ถ้าอย่างไรอย่าลืม R2R มาแก้ปัญหาช่องว่างระหว่างเวลานี้นิดนึงนะครับ จะได้ป้องกัน "ชีวิต" ของคนไข้ได้ครับ
  • มีอีกเหตุการณ์หนึ่งครับ (ขออนุญาตครับ พูดถึงเรื่องนี้แล้วต้องขอนิดครับ) วันนั้นเป็นวันศุกร์ที่รัฐบาลประกาศเป็นวันหยุดแบบกระทันหัน โรงพยาบาลก็ดีมากเลยครับ ประกาศออกวิทยุกระจายเสียงประจำจังหวัดเลยครับว่า ผู้ป่วยที่นัดรับยาไว้วันศุกร์ เนื่องจากรัฐบาลประกาศปิดทำการ ขอให้เลื่อนมารับยาวันจันทร์แทน งงมาก ๆ เลยครับ "คิดได้ไง"
  • ถ้าอย่างไรคุณหมอกะปุ๋มช่วยตอบข้อสงสัยสำหรับคนไข้ขี้สงสัยอย่างผมนิดนะครับ
  • ขอบพระคุณล่วงหน้าครับ
  • ขอพลังแห่งจิตที่มีไมตรีจงสถิตกับท่านกะปุ๋มตลอดไปครับ 

ปัญหาเรื่องการเจ็บป่วยทางจิต เป็นเรื่องละเอียดอ่อนมากค่ะ เข้าใจนะคะว่าการช่วยเหลือผู้ป่วยแต่ละ case นั้นต้องใช้ความพยายาม และความอดทน รวมถึงความตั้งใจ มากแค่ไหน

ขอเป็นกำลังใจให้นะคะ พี่กะปุ๋ม

การให้คำปรึกษาเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ Dr.Ka-Poom ถือว่าโชคดีที่มีโอกาสได้ช่วยผู้ป่วยจิตเวชเหล่านั้น

ผมให้กำลังใจครับ 

น้องไออุ่น...

ขอบคุณมากนะคะสำหรับกำลังใจ...

พี่กะปุ๋มเชื่อว่า...ทุกคนที่อยู่ ณ ตรงนี้ต่างอยู่ได้ด้วยความรัก...รักในงาน...และเรารักคนไข้...และพร้อมที่จะลุกขึ้นมาเพื่อปกป้องเขาเหล่านั้น...ให้ได้รับสิทธิที่เขาพึงได้รับจากสังคมคะ...

*^__^*

พี่กะปุ๋ม

ดร.จันทวรรณคะ...

อารมณ์เข้มแห่งการเรียกร้อง...ความยุติธรรมสู่คนไข้ของกระปุ๋มมากกว่าคะ...คนไข้จิตเวชมักไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการปฏิบัติต่อสังคม...

...

ชักสงสัยตัวเองเหมือนกันคะว่า...ร้องไห้ครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่...ต้องไปถามเพื่อนสนิทก่อนคะ...เพราะเวลาอยากร้องไห้...มักจะขอร้องไห้กับเขาเสมอคะ...(ยิ้มๆๆ)...ครั้งสุดท้ายจำได้ว่า...เขาบอกว่าเขาต้องทำให้กะปุ๋มเข้มแข็งและไม่ร้องไห้...จนถึงทุกวันนี้กะปุ๋มก็ลุกขึ้นมาได้อีกครั้ง...และยังไม่ร้องไห้อีกเลยคะ

*^__^*

กะปุ๋ม

คุณปภังกร...

นั่นสิคะ...กะปุ๋มก็ยังหาคำตอบให้แก่ตนเองไม่ได้เหมือนกัน...เชื่อไหมคะว่า..."โชคดีจัง...ที่กระโดดลงมาน่ะไม่ใช่คนไข้เรา...แต่เป็นคนไข้จิตเวช????...." dกะปุ๋มงง...เป็นไก่ตา...ถลนออกมาเลยคะ...

...

คนไข้ของกะปุ๋มมักโดนผลักออกจากสังคมคะ...หากตามอ่านบันทึกย้อนหลัง...จะทราบ...

...

ปัญหาการดูแล...รักษาคนไข้เรานี้...เราขาดแพทย์ที่มารักษาโดยเฉพาะ...เท่าที่มีแพทย์สองท่านแวะเวียนมานี่ก็ถือว่าเป็นพระคุณอย่างยิ่ง...เพราะเป็นการเพิ่มภาระท่าน ... ทั้งที่การมาตรวจผู้ป่วยจิตเวชนี้แพทย์มาตรวจจะไม่ได้รับค่าตอบแทน...และแพทย์ท่านอื่นๆ จะมองว่าไม่ใช่ธุระของท่าน ยิ่งกรณีผู้ป่วยรายนี้ที่มีภาวะอาการกำเริบ...เราแทบต้องวิ่งอ้อนวอน...ขอให้แพทย์ท่านอื่นสั่งยาให้ก่อน...

สำหรับเรื่องนี้...หากเราคนจิตเวช...มีอำนาจมากพอในองค์กร...เราคงจัดการมาตรการได้ดีกว่านี้...เราเสนออะไรไปคนตัวเล็กๆ อย่างเรา...ก็ทำอะไรได้ไม่มาก...ทุกอย่างต้องมองอย่างเป็นระบบ...และแก้ไขอย่างเป็นระบบ...ไม่ใช่การมาแก้ไขที่ปลายเหตุ...และปกป้องความจริง...เพราะเพียงแค่กลัวว่าจะไม่ผ่านการประเมิน HA...

สลดใจยิ่งนัก

กะปุ๋ม

คุณเอกคะ...

ตอนนี้กะปุ๋มมีโครงการหลายอย่างที่อยากลงมือทำอย่างจริงจังมากกว่าเพียงแค่การรายงานไปตามระบบ...แล้วบอกว่าเราได้ทำตามสนองนโยบายแล้ว...

ปัญหาผูป่วยจิตเวชนี้...เรื้อรังมากแต่ละรายรักษาไม่ต่ำกว่า 2-10 ปีขึ้นไป...อะไรคือปัจจัยที่แท้จริงที่ทำให้เขาไม่หาย...และอะไร...อะไร...อะไร....มีมากมายหลายคำถาม...ที่ก้องอยู่ในใจ...ที่ต้องแสวงหาคำตอบอีกเยอะ...

ตอนนี้ใจร้อนมาก...มีงานอยู่ในมือหลายอย่างหากเป็นไปได้....ไม่ต้องหลับต้องนอน...ทำงานๆๆ...เพื่อแสวงหาคำตอบแห่งความสงสัย...นั้น...ก็คงดีนะคะ...แต่ตอนนี้ได้แต่ตั้งสติ...และค่อยทำไปอย่างสุขุมมากขึ้น

ขอบคุณนะคะสำหรับกำลังใจ

กะปุ๋ม

คุณปภังกรคะ..อีกรอบ..

ที่กะปุ๋มเล่าว่าสุดวิสัยเราคนจิตเวช...ที่เราไม่ได้ดูแลผู้ป่วยรายนี้ตอนที่เขากระโดด...หากเราเจอรับรองได้เลยว่า...เราจะไม่ยอมให้เกิดเหตุแน่นอน...

อย่างคราวที่คนไข้อาละวาดที่แผนก OPD ชักมีดและดาบออกมา...เชื่อไหมคะว่าทุกคนวิ่งหนีหมด...มีดิฉันกับน้องหนุ่ยที่วิ่งลงไป...ช่วยเขา...เพราะอะไรทราบไหมคะ...เพราะเรารู้ว่าตอนนั้นเขากำลังทุกข์มากเลยคะ...เขากำลังต่อสู้กับความรู้สึกภายในจิตใจของเขากับเสียงรบกวนที่ได้ยิน ที่เราเรียกว่าอาการหูแว่ว...เราช่วยเจรจากับเขาจนเขาสงบคนอื่นๆจึงวิ่งออกมา...ทั้งกดและผลักเขาให้นอนราบกับพื้น...คุณทราบไหมว่าตอนนั้นน้ำตาเขาไหลพรากออกมาและมองดิฉันพร้อมกับอ้อนวอนว่าช่วยเขาหน่อย...เสียงในหูนั้นรบกวนเขามากเหลือเกิน...

ดิฉันแทบจะขอร้องคนที่ใช้เท้ากดเขาไว้ว่า...เขาคือคนนะ...ดิฉันคุยกับเขาได้...เขาถึงได้รับอิสระ...อีกครั้ง...ทราบไหมคะว่าเราคนจิตเวช...ถูกต่อว่า...วิ่งลงไปทำไม...????...ณ ตอนนั้นเราก็ตอบไม่ได้นะคะว่าวิ่งลงไปทำไม...เรารู้แต่ว่าคือหน้าที่ที่เราต้องไปช่วยไม่ใช่วิ่งหนี...

บางทีดิฉันก็งง ๆๆ เหมือนกันนะคะ...

บางทีไปหาสอนหนังสือในสถาบันศึกษาก็ดีเหมือนกันนะคะ...อยู่กับทฤษฎี...ตลอดเวลา...จินตนาการสภาพการณ์จริงเอาเอง...

ขอบคุณคะ

กะปุ๋ม

 

1อยากบอกว่าเมื่ออ่านถึงสภาพความเป็นไปและเป็นอยู่ของผู้ป่วยแล้วก็รู้สึกสะท้อนใจและเห็นใจผู้ป่วยมากเลย...แต่ขณะเดียวกันสภาพการทำงานที่บางครั้งเสี่ยงอันตรายในการช่วยเหลือผู้ป่วยที่มีอาการทางจิตของกะปุ๋มและน้องๆก็เป็นเหมือนสิ่งซ้ำซากในระบบบริการของเราจริงๆ....อยากให้กำลังใจอย่าเพิ่งรีบหนีไปสอนหนังสือเลย...อยู่ต่อเพื่อคนไข้เถอะ ขนาดมีเราเขายังเอาเท้าเหยียบแต่ถ้าไม่มีเราล่ะอะไรจะเกิดขึ้น....

2.กรณีคนไข้จิตเวชและพยายามทำร้ายตัวเองหรือฆ่าตัวตายซ้ำซาก เป็นเรื่องสุดวิสัยที่จะห้ามไม่ให้เกิดขึ้นได้...แม้เราจะพยายามป้องกันหรือให้การบำบัดไปแล้วก็ตาม....การย้ายตึกอาจเป็นการแก้ปัญหาเพียงเบื้องต้น...อย่างที่ทำงานของseangjaเองแต่เดิมก็มีผู้ป่วยโดดตึก เขาจึงทำลูกกรงกั้นไว้รอบอาคาร ผู้ป่วยเขาก็ใช้วิธีการอื่นแทน เช่น กรีดข้อมือ หรือ เก็บผ้าหรือสายเชือกเอาไว้ผูกคอ แต่บางรายอดทนหน่อยก็กลับไปทำที่บ้านไม่ทำที่โรงพยาบาล....ตราบใดที่แรงกดดันหรือสภาพจิตใจหดหู่เศร้าหมองนั้นยังคงอยู่และไม่สามารถที่จะค้นหาสิ่งสนับสนุนหรือกำลังใจช่วยเหลือให้แก่ตนได้ ผู้ป่วยก็ยังคงมีโอกาสเสี่ยงที่จะทำร้ายตนเองหรือฆ่าตัวตายได้อยู่เสมอ...ปัญหาที่น่าเศร้าก็คือกระบวนการติดตามผลหลังเกิดเหตุการณ์แทนที่เราจะมองอย่างทั้งที่เป็นการค้นหาจุดที่ควรนำมาแก้ไขและป้องกันต่อไปข้างหน้าและจุดที่เป็นข้อควรปฏิบัติต่อไปหากอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ สิ่งที่มักพบและรู้สึกไม่ค่อยดีนักก็คือ การค้นหาผู้กระทำผิด??เขียนรายงานและถูกไต่สวน....งานบริการทางจิตสังคมเรามักถูกแพทย์วิจารณ์ว่าเรารู้ดีแต่What ...แต่How and Whyไม่ค่อยมีบอก...จริงแล้วก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเราบอกแล้วแต่ท่านไม่สามารถเข้าใจหรือเป็นเพราะว่าอะไรก็ไม่รู้....คิดในด้านบวกก็อาจจะดีนะที่ย้ายตึกไปอยู่ในที่อันสงบและพื้นที่ไม่สูงเพราะเกิดคนไข้จะโดดตึกจิตเวชอีกอย่างน้อยคนไข้ก็ไม่เจ็บ/ตาย หรือถ้าหากเขาจะโดดจริงตอนนี้คงต้องไปใช้สถานที่อื่น

...

ขอบคุณคะ...พี่ขวัญ

ขอบคุณที่เข้าใจกัน...

กะปุ๋ม

...

 

  • ขอบพระคุณท่านกะปุ๋มเป็นอย่างยิ่งครับ ที่ท่านเสียสละเวลา (นอน เอ้ยไม่ใช่ เวลาทำงาน) อันมีค่ายิ่งของท่านมาตอบคำถามให้ถึง 2 ครั้งสองคราครับ
  • แต่อ่านประโยคแล้วตกกะใจหมดเลยครับ เจอคำว่า "โชคดีจัง...ที่กระโดดลงมาน่ะไม่ใช่คนไข้เรา...แต่เป็นคนไข้จิตเวช?" อันนี้อาจต้องคุยกันยาวได้นะครับ (อันนี้ยอมมะได้ครับ ถ้าผมไม่ใช่เป็นคนไข้กะปุ๋ม กะปุ๋มก็จะไม่โดดตามลงมาช่วยเหมือนที่บอกไว้เมื่อวานใช่ไหมครับ ถ้างั้นตอนไปโรงพยาบาลยโสธร ผมต้องระบุหมอด้วย เพราะไม่งั้นกะปุ๋มไม่โดดลงมาช่วยล่ะแย่เลยครับ อิอิ)
  • สำหรับเรื่องชักมีดดาบนั้น ก็เป็นเหตุทำให้สงสัยถึงความกล้าหาญชาญชัยดุจวีรบุรุษของกะปุ๋มขึ้นมามาก ๆ เลยครับว่า ได้ความกล้าหาญแบบนี้มาจากไหนครับ แต่สิ่งที่ทำไปประเสริฐมาก ๆ เลยครับ แต่อย่างไรก็อย่าลืมระวังตัวหน่อยนะครับ เดี๋ยวจะได้ 5 ขั้นแทน 2 ขั้นครับ
  • เอาเรื่องผู้ป่วยที่มีมีดนี้มาลงบันทึกหรือยังครับ น่าระทึกจริง ๆ ครับ
  • ถ้าอย่าไรคราวหน้าก็ระวังตัวนิดนึงก็ดีครับ หาคนลงไปช่วยเยอะ ๆ ครับ หรือโทรบอกผมก็ได้ครับ จะรีบปั่นจักรยานจากอุบลฯ ไปช่วยครับ
  • ขอบพระคุณเป็นอย่างสูงอีกครั้งครับที่เล่าเรื่องดี ๆ และตอบสิ่งที่เป็นประโยชน์ให้ผมและทุก ๆ ท่านได้รับทราบครับ
  • ขอพลังแห่งความกล้าหาญและเสียสละนี้จงสถิตกับท่านตลอดไปครับ
  • อุ้ย ผิดพลาดอย่างใหญ่หลวงแล้วเรา
  • ..."โชคดีจัง...ที่กระโดดลงมาน่ะไม่ใช่คนไข้เรา...แต่เป็นคนไข้จิตเวช????...."  ประโยคนี้ขออภัยครับ นึกว่ากะปุ๋มพูดครับ ขอภัย ๆ ๆ ๆ  อย่างใหญ่หลวงเลยครับ
  • ข้าน้อยสมควรตาย แต่เนื่องจากมิได้เจตนาจึงสมควรได้รับการอภัยจากท่าน....
  • ขออภัยครับ ผมก็ว่าแล้ว กะปุ๋มไม่ใช่คนแบบนี้ จะพูดแบบนี้ได้ไงใช่ไหมครับ
  • ขอพลังแห่งการใจดีที่จะให้อภัยผมนี้สถิตกับท่านกะปุ๋มตลอดไปครับ
การสูญเสียคนไข้คือความเจ็บปวดในใจเราทุกคน...Case นี้รวมทั้งอีก 4 Caseที่เคยมีอุบัติการณ์ " เรา" จะทำเป็น Case Conferrence รวมทั้งทำ Risk Management เพื่อจัดการความเสี่ยงที่เกิดขึ้น ขอรับรองด้วยเกียรติและใจ ของคนที่ผ่านการรับรองด้าน HA ยาเสพติดว่า " เราชาวจิตเวช "จะบริหารความเสี่ยงที่เกิดขึ้นโดยวิเคราะห์กระบวนการหลักทุกขั้นตอนและจัดทำรูปแบบรวมทั้งแนวทางการดูแลเพิ่มเติมเพื่อคนไข้ของเราอย่างดีที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ รวมทั้งจะจัดการประสานงานกับบริบทต่างๆที่เกี่ยวข้องให้ดีที่สุด เพราะเมื่อวิเคราะห์ Caseต่างๆเราพบว่ามีปัจจัยที่เกี่ยวข้องเยอะมากตั้งแต่ การซักประวัติไม่ครอบคลุม , Diagnosis ไม่ครบ , ยาไม่สอดคล้องกับโรคที่เป็น , ไม่มียาจิตเวชตัวใหม่ๆ ( คนไข้ถ้า on ยามากว่า 5 ปี ควรได้รับการปรับยาใหม่เพื่อให้สามารถควบคุมโรคได้ดีขึ้น ) , การกินยา ( ส่วนมากคนไข้เราจะ poor drug compliance ), การสูญหายของข้อมูลจากการ Refer , ความไม่ต่อเนื่องของเวชระเบียน ( คนไข้บางคนมีเวชระเบียน 3 ชุด ) , การติดตามดูแลอย่างต่อเนื่องในชุมชน , Care giver ของคนไข้ , ไม่มีงานทำ และ ไม่ยอมทำงาน ฯลฯ สิ่งเหล่านี้ถ้ามีการทำ Case Conference" เรา" หวัง ว่าจะส่งผลดีทำให้เกิดการพัฒนางานอย่างเป็นระบบและมีรูปแบบที่ดีขึ้น  .. " เรา " สัญญา..

---ก็ต้องทำใจละครับ...เขาว่ากันว่าถ้าคนเราพอใจและชอบในงานที่ตังเองทำ  จะมีความรู้สึกเหมือนไม่ได้ทำงานเลยละ  ถ้าไม่ชอบก็ต้องหางานใหม่กันละครับ..ชะงั้น

---ถ้าเหนื่ยใจหนักใจก็ให้มองขึ้นไปบนฟ้า ก็จะรู้ว่าเราเป็นเพื่ยงสิ่งเล็กๆที่อยู่ในจรักวาลนี้แล้วเรื่องแค่นี้จะไปหนักหน่าอะไรไม่เห็นดวงอาทิตย์จะดับเพราะเรื่องนี้เลย ---ไม่ก็คิดไปหาคนที่เป็นทุกมากกว่าเรา---และที่สำคัญคนบ้าก็คือคนบ้าครับ

---เวลามีปัญหาหนักใจ ผมชอบมองขึ้นฟ้าแล้วคิดว่า แล้วมันจะผ่านไป แล้วดูเหมือนจิดใจจะโล่งขึ้นมาทันตาลองดูนะครับ 

อ่านแล้วสงสารคุณ KA-Poom และรพ.ยโสธรจังค่ะ รพ.ทั่วไปที่มีหน่วยงานจิตเวชอยู่ด้วย อาจต้องประสบกับปัญหาแบบนี้ คือผู้ป่วยเราจะถูกแบ่งค่ะ ถูกอคติ หรืออย่างน้อยที่สุดก็ถูกเหล่แหละค่ะ แต่ทำไงได้ล่ะคะ รพ.จิตเวชแท้ๆของกรมสุขภาพจิต มีไม่กี่โรงเอง ของยโสธรจะอยู่ใกล้รพ.พระศรีฯหรือเปล่าน่ะ แต่ปัญหาก็คือ ผู้ป่วยที่มีอาการซับซ้อน หรือมีปัญหายุ่งยากซับซ้อน น่าจะได้รับการดูแลจากรพ.เฉพาะทาง เพื่อประโยชน์แก่ตัวผู้ป่วยเองน่ะค่ะ แต่นี่มันปลายทางไปซะแล้ว จุดเริ่มต้นมันต้องดูแลกันตั้งแต่ก่อนป่วยโน่น ดูแลตนเเอง ดูแลคนรอบข้าง ถ้าเริ่มป่วยก็ต้องรีบรักษา ไม่ใช่รีบผลักไส หรือรีบตั้งข้อรังเกียจ จนทอดระยะเวลาไปนาน อาการจะยิ่งแย่ลง แล้วไงละคะ ใครที่สูญเสีย ถ้าไม่ใช่ญาติ คนจะรู้สึกกลัว ไม่กล้าเข้าใกล้ ถ้าผู้ป่วยทำอะไรให้เดือดร้อนในชุมชนนั้น ก็จะถูกรังเกียจหรือถึงขั้นผลักไสเลยทีเดียว แต่ถ้าอสม.เก่งๆละก็ เป็นบุญของผู้ป่วยและครอบครัวล่ะค่ะ แต่ญาติสิสำคัญที่สุด ถ้าญาติก็พาลรังเกียจผู้ป่วยด้วย ก็เศร้ามากเลย..

คุณ อ.จอห์น...

ขอบคุณมากนะคะ...ปล่อยไว้เนิ่นนาน...ตอนนี้กะปุ๋มเจอปัญหาที่ผ่านไป...ตามมาไม่เจอว่ามีบันทึกไหนบ้างที่มีความเห็นล่าสุด...ก้เลยพลาดไปหลายบันทึก...ไม่ได้คุยกับมิตรที่ดีหลายท่าน

...

ขอบคุณสำหรับกำลังใจที่มีให้..แก่คนจิตเวชนะคะ

*^__^*

กะปุ๋ม

ขอบคุณคะ...พี่เบิร์ด...สัญญาเช่นกันคะ...

คุณ arnato_kung คะ...

ขอบคุณนะคะ..เราไม่เคยมีใครบ่นว่า...เหนื่อยกับการทำงาน..เป็นความโชคดีของกะปุ๋มที่ได้มาร่วมทีมเพื่อนร่วมงานที่หนักเอาเบาสู้คะ...และที่สำคัญ...เราทำงานด้วยความรักคะ...

*^__^*

กะปุ๋ม

คุณกิ่งดาวคะ...

ขอบคุณมากนะคะ...สำหรับกำลังใจ

จิตเวช รพ.ยโสธรเป็นเครือข่าย...ของโรงพยาบาลพระศรีมหาโพธิ์คะ...และคนไข้ที่ส่งต่อมาที่เรา เพื่อให้ได้รับที่สถานบริการใกล้บ้าน และหากคนไข้ที่อาการไม่ดีหรือไม่คงที่เราก็จะส่งกลับคืนพระศรีฯคะ...

...

กะปุ๋มชอบมากเลย..และส่วนตัวก็ค่อนข้างเชื่อ...ในกระบวนการป้องกันมากกว่า..การแก้ไขทีหลังคะ

*^__^*

ขอบคุณคะ

กะปุ๋ม