ทิมดาบ..ลูกรัก
สามสี่วันที่ผ่านมา..พ่อเห็นปรากฏการณ์แปลกประหลาดกับบรรยากาศที่เกิดขึ้นกับชีวิต
ยามเช้าพ่อออกมานั่งรับอรุณ เห็นหมอกโรยตัว อากาศเย็นยะเยือก
แต่พอเวลาก่อนสองโมงเช้าที่ส่งทิมดาบไปโรงเรียน
แดดจ้าเปรี้ยง ราวกับจะเผาผลาญให้เราไหม้เกรียม
ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ ทำให้พ่อได้ค้นพบถึง...ความว่าง
ความว่างของพ่อ ไม่ได้หมายถึง
การที่พ่ออยู่คนเดียวใน...ห้องว่าง ๆ เปล่า ๆ หรือลานวัดที่เปล่าเปลือยใบไม้ร่วง หรือป่าช้าที่เงียบวังเวง หรือแม้กระทั่งแก้วน้ำที่ไม่มีน้ำสักหยด
แต่ความว่างของพ่อ คือ ความว่างที่แท้จริงในจิตใจ
ใจที่ว่างสงบและมีสติ
ถึงแม้เราจะอยู่ในห้องประชุมที่มีผู้คนมากมาย หรือท่ามกลางเวทีคอนเสิร์ต หรือกลางถนนที่เต็มไปด้วยรถราคับคั่ง
ความว่าง สำหรับพ่อที่ค้นพบไม่ได้ผูกพันกับสถานที่
แต่ความว่างในจิตใจของเราต่างหาก
ท่ามกลางอารมณ์รัก-โลภ-โกธร-หลง
และพ่อเชื่อว่า ไม่มีใครในโลกที่จะไม่พบพานกับอารมณ์เหล่านั้น
แต่ถ้าเราใช้สติในการเข้าใจกับอารมณ์ที่เกิดขึ้น
และมีมุมมองในแง่งามที่เกิดขึ้น
ลูกจะพบเห็นความว่าง...ที่นำความอิ่มเอมในใจมาสู่ลูก
โลกของเราล้วนมีมุมมองที่งดงามและเลวร้าย
แน่นอนพ่ออยากให้ลูกมองแต่แง่งามของโลก
เพราะโลกในใจของลูกงดงาม ลูกจะมีความรัก ความเกื้อกูล และความเชื่อมโยงทุกชีวิตกับธรรมชาติ
เช่น เปียโนของลูก
ทำมาจากไม้...ไม้เหล่านั้น ก่อนจะเป็นเปียโน คงจะเป็นต้นไม้ใหญ่ มีใบไม้ให้ร่มเงาผู้คน มีผลไม้ให้นกกาได้ประทังชีวิต ให้แสงตะวันลูบไล้ให้แข็งแรง และให้สายฝนชุ่มฉ่ำให้ต้นไม้ตั้งตระหง่าน
พ่อเชื่อแน่ว่า ลูกจะรักเปียโน และสิ่งต่าง ๆ ล้อมรอบตัวลูก
เพราะลูกได้ค้นพบโลกในแง่งาม ความรัก ความเกื้อกูล และความเชื่อมโยงกับธรรมชาติ...เข้าแล้ว
และแน่หล่ะนะ...ความว่าง ของพ่อไม่ใช่...ความกลวง
แต่ความว่างในความคิดของพ่อ...จะมีแกนกลาง และทางสายกลางพาดผ่าน
เช่น มีใครถามพ่อว่า ให้ลูกไปเรียนดนตรีทำไม ทำไมไม่ให้เรียนพิเศษ ?
พ่อตอบอย่างชวนคิดอันเบาปัญญาของพ่อว่า
...เพื่อให้ลูกเห็นดวงตาแห่งธรรม...
เพราะพระพุทธเจ้าก่อนที่พระองค์จะตรัสรู้ ว่าการบำเพ็ญเพียรแสวงหาธรรมนั้น
ถ้าเคร่งครัดนักก็เปรียบเสมือนการขึ้นสายพิณ ให้ตรึงเกินไปแล้วย่อมขาด
ถ้าหย่อนยานนักไม่มีเสียงไพเราะ แต่ถ้าทำอยู่ในขั้นปานกลาง
ก็เหมือนการขึ้นสายพิณแต่เพียงพอดีกับระดับเสียง...ย่อมให้เสียงดังกังวานไพเราะ
หลายถ้อยคำในบันทึกนี้ของพ่อ...ลูกอาจไม่เข้าใจตอนนี้
และในเวลาข้างหน้า พ่อก็หวังว่าอยากมีชีวิตกับลูกให้ยาวนานที่สุด แต่ก็อดห่วงกับเงื่อนไขของชีวิตและธรรมชาติไม่ได้
พ่อหวังว่า ลูกคงได้อ่านบันทึกนี้ของพ่อ...ในบ้านโกทูโนหลังนี้
ซึ่งพ่อเขียนรหัสในการเข้าระบบแล้วในสมุดบันทึกของพ่อ
ถ้ามีเวลาและนึกถึงพ่อ...
จงอ่านทุกบันทึกของพ่อ และกัลยาณมิตรทั้งที่เป็นผู้ที่พ่อติดตามและผู้ที่ติดตามพ่อ
โลกจะงดงามเสมอ ถ้าลูกรู้จักความรัก ความเกื้อกูล และความเชื่อมโยงทุกชีวิตกับธรรมชาติ
และลูกจะอิ่มเอมในใจเสมอกับโลกที่งดงาม…
ถ้าลูกเรียนรู้และเข้าใจถึงความว่าง
* ดีใจกับคุณลูกที่มีคุณพ่อผู้ประเสริฐในการถ่ายทอดความรู้สึกที่งดงามเช่นนี้ค่ะ
* เพลงไพเราะมากค่ะ
ความว่าง ของพ่อไม่ใช่...ความกลวง
แต่ความว่างในความคิดของพ่อ...จะมีแกนกลาง และทางสายกลางพาดผ่าน
ชอบประโยคนี้จังค่ะ ลึกซึ้ง..
เมื่อน้องทิมดาบโตเป็นหนุ่ม แล้วกลับมาอ่านคงได้รับรู้ว่าคุณพ่อรักลูกมากแค่ไหน
หลีกเร้นจะพันธะ ชัยชนะจึงมั่นคง"
เป็นวาทะการสอนที่งดงาม ลึกซึ้ง ชี้ให้เห็นแก่นแท้ ของความเป็นมา
แล้วหลอมเป็น ความรัก เฉก เปียนโนของลูก
ว่าง แต่ได้เรียนรู้ ทิมดาบคงมีความสุขนะครับ...
สวัสดีค่ะคุณหมอ
มาชื่นชมความรัก ความหวังดี ของคุณพ่อค่ะ
ชอบมากกับเหตุผลที่ให้น้องเล่นเปียโนค่ะ เพราะชอบเช่นกัน :)
สุขสันต์วันสุดสัปดาห์นะคะ