เรื่องแก้รธน. ม. ๒๙๑ ที่กำลังเป็นข่าวแรงในวันนี้ ผมน่าจะเป็นคนแรกที่ออกมาวิจารณ์ ในการประชาพิจารณ์ ร่าง รธน. ในปี พศ. ๒๕๔๙   โดยผมได้พิจารณ์ว่า “ทำไมมันแก้กันได้ง่ายๆ แบบนี้”  ..กล่าวคือ ใครได้(ซื้อ)เสียงข้างมากเกิน "กึ่งหนึ่ง" ในสภา ก็แก้รธน. ได้ง่ายๆด้วยการยกมือในสภากระนั้นหรือ  ...เท่ากับว่าใครที่มีเงินซื้อสส. สว. ได้มากที่สุด ก็ซื้อประเทศไทยได้โดยปริยายกระนั้นหรือ 

 

..ประเทศไทยเราที่บุรพกษัตริย์และชนชาวไทยได้รวมเลือดเนื้อชาติเชื้อไทยสร้างไว้นานมา ถึงวันนี้มันมีราคาถูกขนาดนี้เจียวหรือ (โว้ย)

 

วันนี้ผมได้มาอ่าน รธน. ม. ๒๙๑ อีกครั้ง เพิ่งตระหนักว่า ได้มีการกำหนดว่าเมื่อญัตติแก้รธน.ผ่านมติรัฐสภาแล้ว ให้นำขึ้นทูลเกล้าถวายให้ในหลวงลงพระนามรับรอง  โดยใช้กรรมวิธีตามที่กำหนดไว้ในม. ๑๕๐-๑๕๑

 

..แต่ช้าก่อน  ม. ๑๕๐-๑๕๑ ได้กำหนดให้ในหลวงทรงมีอำนาจ “วีโต้” ได้ และหากทรงวีโต้ รัฐสภาต้องมาลงคะแนนใหม่ แต่คราวนี้ต้องได้เสียงข้างมากแบบ 2 ใน 3 ....โอย...แบบนี้ก็ยุงละซี่ครับ

 

เพราะ ในการโหวตรับหลักการแก้รธน. ที่ผ่านมาหยกๆนั้น (๒๓ กพ. ๒๕๕๕)  มีเสียงสมาชิกรัฐสภาสนับสนุน 399 เสียง  ค้าน 199 ไม่ออกเสียง 14 ดังนั้นถ้าเอาเฉพาะที่สนับสนุนและคัดค้านมาคำนวณสัดส่วนจะเห็นได้ว่า คะแนนที่สนับสนุนนั้นไม่ถึง 2 ใน 3 (ขาดไปนิดเดียวเป็นจุดทศนิยม)

 

ผมเลยถึงบ้างอ้อ (หรือ “บางปู”  ก็ไม่ทราบได้) ว่าทำไมพวกเขาถึงต้องการแก้ ม. ๒๙๑ ...ก็คงได้นกหลายตัวทีเดียว ดังที่ผมจะทำนายต่อไป ดังนี้

 

1)      รับรองได้ว่าพวกเขาจะตัด หรือดัดแปลงข้อความที่ให้อำนาจ พระมหากษัตริย์ในการวีโต้การแก้กฎหมาย เพื่อที่จะได้ไม่ต้องการเสียงข้างมากถึง ๒ ใน ๓

2)      การแก้รธน. แบบที่พวกเขาต้องการนั้นจะทำให้พวกเขาพ้นมลทิน เพราะเท่ากับว่าเป็นการแก้โดยคณะกรรมการ “อิสระ”  ที่เรียกกันว่า  สสร.  ..ฟังดูดี แต่มันเลวร้ายที่สุดเพราะพวกเขาจะชักใยสสร. อยู่เบื้องหลัง ผ่านกระบวนการที่เรียกกันว่า “เลือกตั้ง”

3)      พอเสนอแก้ ม. ๒๙๑ แบบนี้ แล้วส่งขึ้นไปทูลเกล้า ก็เท่ากับมัดพระหัตถ์ชก ในหลวงก็คงต้องทรงจำยอมเห็นชอบ ลงพระปรมาภิไธย เพราะหากไม่ลง ก็จะเท่ากับว่าพระองค์ไม่เห็นชอบกับ “การเลือกตั้ง”

4)      จากนั้น “พวกเขา” ก็สามารถแก้รธน. ได้ตามอัธยาศัย ผ่านร่างทรงของ สสร. ...ก็ชอบธรรมด้วยประการทั้งปวงแล

 

ข้ออื่นๆ ท่านผู้อ่านช่วยผมคิดต่อด้วยสิครับ

 

...คนถางทาง (๑ มี.ค. ๒๕๕๕)

 

ปล. โปรดอ่านต่อตอน ๒ ...คัมมิ่งเวรี่ซูน