ครอบครัวไทยกับคุณภาพชีวิต
ครอบครัวเป็นสถาบันพื้นฐานที่เป็นหลักสำคัญที่สุดของสังคม ทำหน้าที่หล่อหลอมและขัดเกลาความเป็นมนุษย์ให้แก่สมาชิกของครอบครัว ด้วยการอบรมเลี้ยงดู ให้ความรัก ความเอื้ออาทร ความช่วยเหลือเกื้อกูลกัน พร้อมทั้งปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และถ่ายทอดวัฒนธรรมของสังคมให้แก่สมาชิกในครอบครัว เพื่อให้เป็นบุคคลที่มีคุณภาพ มีความพร้อมที่จะทำงานอย่างเต็มที่และสร้างสรรค์ เป็นพลังสำคัญในการพัฒนาสังคมและประเทศชาติต่อไป ดังนั้น ครอบครัวจึงมีความสำคัญและมีอิทธิพลที่สุดต่อชีวิตของทุกคน
สถานการณ์ครอบครัวไทย
- รูปแบบของครอบครัวเปลี่ยนจากครอบครัวขยายมาเป็นครอบครัวเดี่ยวมากขึ้น
- อัตราการจดทะเบียนสมรสลดลง
- จำนวนผู้หญิงเป็นหัวหน้าครัวเรือนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
- จำนวนผู้สูงอายุมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
- ความอยู่ดีมีสุขด้านชีวิตครอบครัวมีแนวโน้มลดลง
ครอบครัวในปัจจุบันเผชิญกับภาวะการณ์เปลี่ยนแปลงอันเป็นผลมาจากปัจจัยภายในครอบครัวและปัจจัยแวดล้อมในชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยสภาพเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ซึ่งเปลี่ยนแปลงตามกระแสโลกาภิวัฒน์ และความก้าวหน้าของเทคโนโลยี่สมัยใหม่
ผลกระทบต่อแบบแผนการดำเนินชีวิตของครอบครัวได้เปลี่ยนแปลงไป จะเห็นได้ว่าครอบครัวไทยมีลักษณะหลากหลายยิ่งขึ้น และสมาชิกในครอบครัวมีวิถีชีวิตที่แตกต่างไปจากเดิม การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอาจยังผลให้เกิดความสั่นคลอนของสถาบันครอบครัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านโครงสร้างและความสัมพันธ์หรือพันธะระหว่างสมาชิกภายในครอบครัว ที่มีต่อกันทั้งทางเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของสังคมและประเทศ
ทำอย่างไรจึงจะเป็นครอบครัวที่มีคุณภาพ
ทุกข์สุขของครอบครัวจะขึ้นอยู่กับบุคคล สองคนคือพ่อและแม่ที่จะปั้นแต่งลูกให้ออกมามีลักษณะหน้าตา บุคลิกอย่างไร รวมทั้งความสุขและทุกข์ของทุกชีวิตในครอบครัวก็ล้วนขึ้นอยู่กับการวางตัวของ พ่อแม่ในครอบครัวนั้นทั้งสิ้น” เราทุกคนต่างก็เกิดมาในครอบครัวเหมือนๆกันแต่ทำไมบางครอบครัวดูจะมี“ คุณภาพ” มากกว่าครอบครัวอื่น
- บางครอบครัวพ่อแม่ลูก มีลักษณะคล้ายบุคคลแปลกหน้าที่ถูกจับมารวมอยู่ในบ้านหลังเดียวกัน
- บางครอบครัวมีแต่ความไม่เข้าใจ ขัดแย้งกันตลอด อยู่ใกล้กันแต่กาย แต่ใจห่างกันสุดขั้ว
- แต่บางครอบครัว แม้จะทะเลาะกันบ้าง แต่ก็ยังดูรักใคร่กันดี
องค์ประกอบของบ้านกับคุณภาพชีวิตที่ดีกว่า
การสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีในบ้าน มีกฎหลักเกณฑ์โบราณที่ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ ทั้งปรัชญญาตะวันออกและตะวันตก แต่ที่ตรงกันนั้นคือ การมีสุขภาพอนามัย รายได้จุนเจือ และสภาพแวดล้อมในการดำรงชีวิตที่แยกย่อยออกได้อีกหลายลักษณะเช่น คุณภาพชีวิตด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ด้านสุขภาพจิต ด้านการพักผ่อนหย่อนใจ และรวมไปถึงการรับรู้ข้อมูลข่าวสารความเป็นไปในสังคม ที่มีผลต่ออารมณ์ความรู้สึกนึกคิด
คุณภาพ ชีวิตของในแต่ละครัวเรือนนั้น ไม่สามารถเปรียบเทียบกันได้ เป็นเรื่องของความรู้สึกพึงพอใจในสิ่งที่มี บางทีชอบเล่นกับธรรมชาติ สัตว์เลี้ยง เทคโนโลยี รถยนต์ เป็นต้น จนไม่อาจจะเปรียบเทียบกันว่าของเธอของชั้นใครดีหรือสวยกว่ากัน
ฉะนั้นสุขภาพชีวิตที่ดีกว่า จึงหมายถึงการดำเนินชีวิตในสังคมปัจจุบันที่อยู่ดีมีสุขครบถ้วน ทั้งสุขภาพทางกายและใจที่ไร้ความอิจฉาริษยา ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ มีภูมิคุ้มกันอย่างพอประมาณ จนเกินความสมดุล มิจำเป็นต้องรวยหรือจนล้นฟ้า
แนวทางการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าจึงมีอยู่ด้วย กัน 4 มิติคือ
1. มิติทางด้านสุขภาพ
2. มิติทางด้านความสุขของครอบครัว
3. มิติทางความเจริญก้าวหน้า
4. มิติทางสภาพแวดล้อมกายภาพของที่อยู่อาศัยปราศจากมลภาวะทางเสียง
กลิ่น และอากาศที่ไม่บริสุทธิ์
ประเมินคุณภาพชีวิตครอบครัว
โดยใช้แบบประเมินคุณภาพครอบครัว ที่ดัดแปลงจากแบบประเมินคุณภาพชีวิตสมรสในครอบครัว ของกรมสุขภาพจิตและกระบวนการเสวนาแลกเปลี่ยนภาระบทบาทหน้าที่ของพ่อแม่ที่มีต่อลูกในช่วงวัย เจริญเติบโต มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้ปกครองเด็กได้ทบทวนบทบาทของตนเองในครอบครัว ความสัมพันธ์ภายในครอบครัว มีประเด็นในการทบทวน 6 ด้าน ดังนี้
1. การชื่นชมคุณค่าบุตรหลานและสมาชิกในครอบครัว
2. การมีเวลาอยู่ร่วมกัน
3. การเต็มใจร่วมทุกข์ร่วมสุขกันในครอบครัว
4. การติดต่อสื่อสารระหว่างกัน
5. การมีศรัทธาต่อศาสนา
6. การใช้สมรรถนะจัดการกับวิกฤติการณ์ในครอบครัว
ความผูกพันภายในครอบครัวของสังคม ไทยได้เปลี่ยนแปลงจากเดิมไปมาก จากครอบครัวใหญ่มาเป็นครอบครัวเล็กที่อยู่กันตามลำพังมากขึ้น ครอบครัวที่มีการแยกกัน หรือหย่าร้างกันมีจำนวนเพิ่มขึ้น บางครอบครัวยังได้รับการช่วยเหลือเกื้อกูลจากครอบครัวเดิมหรือญาติพี่น้อง แต่หลายครอบครัวต้องเผชิญชีวิตตามลำพัง ความสัมพันธ์ต่อกันภายในครอบครัวห่างเหิน มีสภาพต่างคนต่างอยู่มากขึ้น โดยมีการทำงานของพ่อแม่ การเรียนหนักของลูก สื่อต่างๆ และวัตถุเข้ามาแทนที่ความสัมพันธ์ใกล้ชิด ในครอบครัวที่เป็นปัญหาจะพบเด็กถูกทอดทิ้งตามลำพังหรืออยู่กับผู้อื่น แม้ในครอบครัวที่พ่อแม่ลูกอยู่ร่วมกัน เด็กก็จะถูกทอดทิ้งโดยไม่ตั้งใจได้มาก ในทางตรงข้าม บางครอบครัวที่พ่อแม่รักลูกมาก ห่วงใยมาก มีความคาดหวังมาก ก็มีส่วนทำให้เด็กเกิดความไม่มั่นคงทางจิตใจได้ ซึ่งเป็นเหตุทำให้เกิดความผิดปกติในบทบาทหน้าที่และความเป็นอยู่ร่วมกันของ สมาชิกในครอบครัว
บทความอ้างอิง
http://158.108.70.5/guidance/family.htm
http://rc.nida.ac.th/nada25092551.pdf
http://magazine.ps.co.th/ps-decoration/ps-home-composition
www.m-society.go.th/document/edoc/edoc_470.doc
http://kokpettumbon-hospital.blogspot.com/2011/09/blog-post.html
http://www.nesdb.go.th/portals/0/news/journal/eco_journal/01-01_2550/26.pdf
http://www.meditationit.org/board/index.php?topic=102.0
http://www3.cdd.go.th/pathumthani/BMN/BMN/what%27s%20BMN.pdf
http://www.chaiwbi.com/0drem/web_children/2547/475102/03-3.html
http://www.ramamental.com/journal/v4512.html