ผลิตผลแห่งความดี
1.
อากาศที่ร้อนอบอ้าวในเวลากลางวันต้นเดือนเมษายน ประดุจแผดเผาให้ทุกอย่างมลายหายไปในมวลอากาศ ด้วยอุณหภูมิที่เพิ่มสูงขึ้นทุกๆอย่างจึงดูรีบเร่ง รีบร้อนและตึงเครียดพอสมควร สภาพรถราที่วิ่งกันให้ควักไขว้ ผู้คนจอแจยิ่งกว่าแมลงวัน ความสับสนวุ่นวายจึงเป็นบรรยากาศเดิมๆที่เราทุกคนตื่นเช้ามา ต้องพานพบเจอะเจอซ้ำๆซากๆในทุกๆวัน
ภาพแห่งการเอารัดเอาเปรียบ ชิงดีชิงเด่น ต่างคนต่างทำมาหากินแสวงหาปัจจัยยังชีพ รีบเร่งกันเพราะเป็นมนุษย์สายพันธ์หาเช้ากินค่ำ สภาพแห่งมายาทุนนิยมหลอกลวงหลอกหลอนให้มนุษย์เราเป็นเครื่องจักรสนองตัณหาเพื่ออัตตา ในปัจจุบันวันนี้จึงเห็นได้อย่างชัดแจ้งแจ่มชัดในรูปลักษณ์แห่งความต่างคนต่างอยู่ ไร้การเหลียวแลเห็นใจ ขาดการเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ไร้น้ำมิตรน้ำใจ รวมไปถึงความเห็นแก่ตัวที่ชักจะเพิ่มพูนเป็นนิสัยสังคม
ในสังคมไม่ใช่ว่าไม่มีใครไม่ดีไปเสียทั้งหมด อดัม นักข่าวหนุ่มไฟแรง ของสถานีโทรทัศน์ท้องถิ่นแห่งหนึ่งในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ หลังจากทำงาน เวลาว่างหรือช่วงเสาร์ อาทิตย์ วันหยุดสุดสัปดาห์ กิจวัตรประจำของอดัม คือการไปอ่านหนังสือ พูดคุยกับคนชราไร้ญาติที่โรงพยาบาล อดัมเป็นที่รู้จักรักใคร่ของแพทย์ พยาบาล ประชาชนทั่วไป ยิ่งกว่านั้นเขาคือที่รักยิ่งของคนชราโลกลืมทั้งหลาย ทุกคนรักเขาในนามผู้เสียสละ ผู้มีจิตสำนึกสาธารณะ ผู้ทำเพื่อสังคมส่วนรวม
ในรอบปีที่ผ่านมามากมายคนชราชายหญิงได้ลาจากโลกไปอย่างผู้ไร้ญาติขาดมิตร สังคมแห่งการหลอกลวงนั้นมองมนุษย์ที่หมดอายุใช้งานมองแค่ว่าเป็นเศษขยะสังคมจึงทิ้งขว้าง ทั้งที่ท่านเหล่านั้นเคยเป็นผู้มีสถานะพ่อแม่ เป็นผู้อุปการะเลี้ยงดูลูกๆจนเติบโตมีงานมีการ มีความรู้ แต่ก็นั่นสิ สังคมมันเปลี่ยนไป อะไรๆมันก็เปลี่ยนไป คนชราจึงไร้ค่า ทิ้งขว้างประดังสิ่งของเหลือใช้ ผิดที่สิ่งของเหลือใช้พวกนี้เป็นสิ่งมีชีวิต สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าคนไง
อดัมนักข่าวหนุ่มในวันนี้มาอ่านข่าว อ่านหนังสือศาสนา เล่าวรรณกรรมต่างๆให้คนชราทั้งหลายฟัง ทุกๆครั้งเป็นประจำเขากระทำเช่นนี้ เขากระทำและปฏิบัติต่อเนื่องเป็นระยะเวลากว่า 7 ปีกับอีก 3 เดือน12วัน ป้ารอณีพักอยู่ที่โรงพยาบาลมานานแล้ว 5 ปีกว่าที่ถือว่านานที่สุด จนเพื่อนพ้องที่มาพร้อมกันหรือมาที่หลัง หลายคนล้มหายตายจาก อดัมสนิทกับป้ารอณีมาก อดัมไม่เคยถามปูมหลังชีวิตป้ารอณี ไม่เคยถามว่ามาจากไหน เป็นใคร ครอบครัวไปไหน เพราะกลัวแกจะเสียใจกับความหลัง ความสนิทสนมอย่างมาก เกิดเป็นความผูกพัน คำพูดที่อดัมพูดทุกคำกับป้ารอณีคือ แม่ครับ และทุกคำพูดที่ป้ารอณีพูดกับอดัมคือ ลูก จนทุกๆวันหลังๆพยาบาลสาวชอบล้อกับป้าเสมอๆว่าป้า ลูกชายมาหาบ่อยจังนะ รับสมัครลูกสะใภ้ไหมจ๊ะ สร้างอมยิ้มและความปิติสุขแก่ป้ารอณีอย่างมากทีเดียว
และลึกสุดใจคือความปิติยินดีจากความห่วงใย ที่ไม่รู้ว่า ไอ้หนุ่มนี่ไม่รู้มาจากไหน แล้วมาทำไม ทำไมต้องดูแลเรา รักเรา เสมือนว่าเป็นมารดาตนเยี่ยงนั้น ป้าแอบน้ำตาไหลในความสุข เพราะความซึ้งในน้ำใจ ปรากฏกาณร์บางอย่างที่เราพานพบเจอะเจอบางอย่างมันอธิบายด้วยคำพูดไม่ได้ ต้องอธิบายด้วยใจสำหรับการกระทำบางการกระทำ
แม่ครับ อดัมเรียกป้ารอณี มีอะไรหรือลูก ป้ารอณียิ้ม ช่วงหลังๆผมมีงานสำคัญต้องทำ พักหลังจึงไม่ค่อยมีเวลาว่างมาหาแม่นะครับ อดัมคอตก หากมีเวลาว่างเมื่อไรผมจะมาหาแม่ทันทีนะครับแม่ อดัมหน้าเศร้า ส่วนป้ารอณียิ้ม ตั้งใจทำงานนะลูก ทำเพื่อสังคม ทำสิ่งดีๆ ลูกเป็นคนดี ป้ารอณีพูดพลางลูบหัว อดัมก็ลาจากไป
อดัมหายไป จากวันเป็นเดือน จากเดือนเป็นหลายเดือน เงียบหายไป ป้ารอณีแอบคิดถึงลูกชาย ลูกชายที่พันธ์ผูกยิ่ง เหมือนว่าเป็นลูกตนเองแท้ๆที่คลอดออกมา รู้สึกว่าเสมือนเลือดเนื้อเชื้อไขของตน ป้ารอณีน้ำตาไหล แอบร้องไห้ เฝ้ารอ เฝ้าหา เมื่อไรอดัมจะกลับมา รอ รอ รอ….
2.
สภาพแวดล้อมของสังคมที่เห็นแก่ตัว สังคมที่มีแต่การเยื้อแย่ง ผู้เดือดร้อนมิใช่เพียงแต่มนุษย์เท่านั้นหากแต่เป็นธรรมชาติที่พลอยรับการลงทัณฑ์เพราะการไม่แยแสและเห็นแก่ได้ของใครบางคน บางพวก
ข่าวดังบริษัท เฟอร์นิเจอร์รายใหญ่ในจังหวัดมีการปล่อยน้ำเสียลงสู่แม่น้ำ มีการลักลอบจ้างแรงงานเถื่อนจำนวนมาก ถูกเปิดโปงจนต้องปิดทำการ เจ้าพ่อเส็งหรือเสี่ยเส็ง เจ้าของโรงงานเป็นอันปวดขมับจากข่าวนี้
เสี่ยเส็ง : ไอ้เวร !นักข่าวหน้าไหนหว่ะบังอาจมากระตุกหนวดเสืออย่างข้า
พูดพลางยันไอ้ปื้ดหัวคะมำ โครม!ล้มกลิ้ง
ไอ้ปื้ด : เจ็บครับเสี่ย ผมผิดอะไร ผมทราบว่าเป็นฝีมือของอดัมนักข่าวหนุ่มหน้าหล่อนั่นครับเสี่ย เพราะไอ้เวรนั่นคนเดียวซวยเลยกู
เสี่ยเส็ง : มึงไม่ต้องพูดมากเดี่ยวถีบซ้ำเลย ไอ้หมอนั่นทำกูเสียหายหลายล้านทีเดียว มึงไปจัดการมันเลย
ไอ้ปื้ด : ได้ครับเสี่ย งานนี้ชัวร์ ปื้ดรับรองฮ้าฟฟ
จากข่าวดังของประเทศ อดัมโด่งดังมากจากข่าวนี้ เขามีชื่อเสียงและได้รับรางวัลนักข่าวแห่งปีของประเทศ และเขาได้ถูกเรียกตัวไปเป็นนักข่าวประจำของสถานีโทรทัศน์ที่มีชื่อเสียงของรัฐบาล ความดีอกดีใจมิใช่เป็นของอดัมแต่เป็นของป้ารอณี อดัมเอาโล่รางวัลและเงินรางวัลจำนวนหนึ่งไปที่โรงพยาบาลหวังว่าจะมอบให้แม่ แต่ช้าไป ช้าไปเสียแล้ว ป้ารอณีหายไป ป้ารอณีหายไปไหน ป้ารอณีกลับบ้านไปแล้ว กว่า 5เดือนแล้วแห่งการทำงานหนักด้วยหยาดเหงื่อ ความยากลำบาก แต่บัดนี้วันนี้ช่างหดหู่ยิ่งนัก ด้วยความที่เป็นลูกกำพร้าพ่อแม่แต่แบเบาะ ไร้ญาติขาดมิตร เติบโตจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า มีแต่เพื่อนที่ทำงานและป้ารอณีที่เป็นกำลังใจ เปรียบเป็นแม่ แม่ที่ผูกพันธ์รักใคร่ แต่วันนี้แม่หายไป แม่หายไปแล้ว อดัมพยายามสืบหา สืบค้น สอบถามข่าวสาร ที่อยู่ต่างๆแต่ไม่พบเจอ ไม่ได้ข่าวคราว จากวันเป็นเดือน จากเดือนเป็นปี ก็ไม่มีวี่แววพบเจอ แม่ผมขอโทษ ผมอยากพบแม่ ผมรักแม่นะ อดัมพูดรำพึงรำพันในใจหัวพิงต้นไม้ใกล้สระน้ำริมรั้วโรงพยาบาล
อะไรหวะ! ไอ้ปื้ด โครม!ไอ้ปื้ดโดนถีบชนประตูห้อง แล้วคลานขึ้นมาพนมมือ
ไอ้ปื้ด : เสี่ยครับ เสี่ยคนใจดี ผมพลาดไปแล้วเสี่ยจ๋า ไอ้ปื้ดพนมมือขอร้อง
เสี่ยเส็ง : มึงจัดการเหี๊ยะอะไรหว่ะ นักข่าวคนเดียวทำพลาด โรงงานกูปิดไปแล้วทีนึง กูเสียหายหลายล้าน ตอนนี้มันชักลามปามไปธุรกิจอื่นๆของกูด้วยแล้ว บัดซบสุดๆ ไอ้ฉิบหาย
ไอ้ปื้ด : เสี่ยจ๋าปื้ดส่งคนไปส่องมัน 2-3ครั้งแล้ว ในคราวก่อน แต่มือปืนตายหมดทุกคน ในรอบหลังพวกมันตายอย่างปริศนา ตายแบบช็อคตาค้างทุกคน รอบหลังส่งมือดีไปเลย ไม่รู้เป็นอะไรมีคนบอกมาว่ามันยิงปืนใส่ขาตัวเอง ตอนนี้มันบ้าไปแล้วครับเสี่ย ดูท่าไอ้หมอนี่น่าจะมีของดี แฮ่ๆ
ไม่วายโดนถีบอีกคราไอ้ปื้ดโดนยันอีกรอบ นอนจุกคาประตูห้อง ร้องฮือๆ
เสี่ยเส็ง : กูไม่สนว่ามันเป็นใคร นี่มันครบปีแล้วนะไอ้เบื้อก มึงไปจัดการมัน ไปเก็บมันให้เร็วที่สุด กูได้ข่าวมาว่าไอ้สมาน ร้อยศพมันออกจากคุกมาแล้วพักหนึ่ง สมานมันทำงานไม่เคยพลาด
ไอ้ปื้ด : ปื้ดจัดให้
ปื้ดโดนหนักจริงๆรอบนี้ ลากสังขารตัวเองลุกขึ้นมา เจ็บระบมปวดตัวเพราะเสี่ยเส็งระบายอารมณ์เสี่ยน่วมหนัก
เสี่ยเส็ง: กูจะดูว่าคราวนี้มันจะตายไหม มึงตายแน่ไอ้นักข่าวฉิบหาย ทำกูป่นปี้หมดกัน
เสี่ยเส็งขบฟัน พลางซดเหล้าในแก้วดับเครียด
อดัมเริ่มรู้แล้วว่าตอนนี้ชีวิตเขาแขวนอยู่บนเส้นด้าย ชีวิตกำลังเข้าสู่เส้นทางมรณะแล้ว มัจจุราชเตรียมพรากชีวิตเขาไปทุกเมื่อ เขารู้สึกว่ามีคนตามสะกดรอยเขาตลอดหลายเดือน โดนลอบยิงมาก็หลายครั้ง แต่รอดมาได้ทุกครั้ง เขาสงสัยเหมือนกันว่าเหตุใดคนที่มาทำร้ายเขาต้องตายเกือบทุกคนหรือไม่ก็เสียสติเป็นบ้าไปก็หลายราย เขาเป็นคนที่ไม่เชื่อเรื่องโชคชะตา เรื่องเหนือธรรมชาติและอำนาจลี้ลับ แต่เมื่อเขารอดมาได้ทุกครั้ง เขาก็สงสัยเช่นกัน ว่ามีพลังอำนาจใดกันที่คุ้มครอง ปกปักรักษาเขาไว้จนทุกวันนี้
3.
ณ ใต้ต้นมะขามใหญ่
ไอ้ปื้ด : พี่สมานครับ ผมมีงานมาให้พี่ครับ นี่รูปเป้าพี่
สมาน : พี่เลิกแล้วไอ้น้อง พี่ไม่ทำแล้ว
ไอ้ปื้ด : ครับพี่ช่วยหน่อยเถอะน่า ผมเชื่อฝีมือพี่นะ พี่ออกจะไร้เทียมทาน
สมาน : พี่เลิกแล้ว ไม่เอาแล้ว พี่จะดูแลแม่ ไอ้น้องเข้าใจไหม
ไอ้ปื้ด : ผมรู้ครับพี่ แต่พี่พยายามคิดดูดีๆนะครับพี่ออกจากคุกมาใครจะรับพี่เข้าทำงาน พี่ไปอยู่กับเสี่ยดีกว่าไหมพี่ ในวงการนี้สมาน ร้อยศพใครๆก็รู้ว่าคือมือหนึ่ง ไม่มีใครไม่รู้จัก รู้จักแล้วต้องหนาว ว่าไงพี่
สมาน : พี่ต้องการเป็นคนดี พี่ต้องการดูแลแม่
ไอ้ปื้ด : ผมรู้พี่ ตอนนี้ผมรู้เหมือนกันว่าแม่พี่ป่วยมาตลอดแล้วมิใช่หรือ งานนี้เสี่ยให้พี่ 4 แสนนะพี่ พี่จะทำงานอะไร ใครจะเอาพี่ พี่ช่วยผมเถอะว่าไง พี่คิดดูดีๆนะแม่พี่ พี่จะเอาเงินมาจากไหนมาเลี้ยงแม่พี่
สมาน : ……………..สมานคิดหนักทีเดียว
ไอ้ปื้ด : ผมให้โอกาสพี่นะ ผมให้พี่คิดก่อนก็ได้ หรือไม่พี่ก็ไปส่องมันซะเลย แล้วไปเอาเงินที่เสี่ย ไปหาเสี่ยได้นะพี่ที่รีสอร์ท เอาพี่รับไปรูปไอ้หมอนั่น มันชื่อ อดัม เป็นนักข่าว ช่อง 6 TTV
สมานคิดหนัก กูเลิกแล้ว กูไม่ทำแล้ว สมานคิดในใจ สมานนอนไม่หลับ คิดตลอด ในฝันในความคิด คิดว่าคนจะมองว่าขี้คุก มองว่าเลว คงไม่มีใครรับทำงานเป็นแน่แท้ ตอนนี้แม่ก็แก่เฒ่าชราแล้ว ซ้ำเจ็บป่วยก็บ่อยครั้ง แม่ขอร้องสมานให้เป็นคนดี ให้กลับตัวกลับใจ ปรับปรุงตัว มาอยู่กับแม่ มาดูแลแม่เพื่อแก้ไขความผิดบาปแต่ก่อนเก่า
สมานเดินไปใต้ต้นมะขามใหญ่หน้าบ้านพัก มืออันหยาบกร้านบรรจงเสียมขุดลงดิน ฉับๆๆพักนึงก็ปรากฏหีบไม้เก่าๆ แก็กๆ เปิดออกดู สภาพมันยังดีอยู่ .38 แม็กนั่ม กระบอกสแตนเลต สมานหยิบฑูตมรณะคู่กายขึ้นมาทำความสะอาด เขายังสนิทสนมกับมันอยู่ ประหนึ่งว่าเขากับปืนคืออวัยวะอีกส่วนหนึ่งของกันและกัน มีสมานต้องมีปืน มีปืนต้องมีสมาน สมานควงปืนไปมาว่องไว ส่องไปทางซ้ายขวา แล้วเดินตรงไปข้างหน้าสู่ถนนใหญ่พร้อมปืนคู่กายเหน็บไว้ที่เอวซ้าย เขารำพึงรำพันในใจ กูเลิกแล้ว กูไม่ทำแล้ว แต่นี่ขอเป็นครั้งสุดท้าย ครั้งสุดท้ายจริงๆ เพื่อแม่ เพื่อแม่ สมานย้ำบอกใจตัวเอง
ปัง ปัง! เสียงปืนดังก้อง ไอ้ปื้ดนอนแน่นิ่งไม่เคลื่อนไหว นอนสงบคาประตูรีสอร์ท พร้อมลูกน้องอีกคนคือ ไอ้เหลิม กระสุนเขาหัวไอ้ปื้ดดั่งจับวาง อีกคนตรงแสกหน้า แม้เขาจะติดคุกติดตะรางมานานปี 7 ปีกว่า แต่ฝีมืออยู่ในระดับพระกาฬไร้เทียมทาน
โครม! ประตูล้มครืนลง สมานส่องปืนไปตรงหัวอดัม เปล่ามิใช่อดัมแต่เป็นเสี่ยเส็ง
เสี่ยเส็ง : สมาน เฮ้ยมึงทำอะไรหวะ! มึงจะทำอะไรกู อย่านะเว้ย มึงจะเอาอะไร ใครจ้างมึงมา มึงจะเอากี่แสน กี่ล้าน กูให้ มึงอย่ายิงกูนะสมาน
สมาน : กูมาเคลียร์กับมึงให้รู้เรื่อง
เสี่ยเส็ง : ได้ๆๆด้าย แต่กูจ้างมึงไปเก็บไอ้นักข่าวนั่น แล้วมึงมาหากูทำไมหวะ มึงฆ่าไอ้ปื้ด ไอ้เหลิมทำไมหวะ กูชักจะงงแล้วนะเว้ย
สมานเตะปาก เสี่ยเส็งล้มกลิ้ง เสี่ยเส็งปากกลบเลือด มือสั่นเครือ คลานหนีหัวซุกหัวซุน สมานเดินตามไปติดๆ
สมาน : มึงเลิกยุ่งกับนักข่าวนั่นได้ไหม
เสี่ยเส็ง : มันทำกูฉิบหาย ให้มึงไปจัดการ มึงมาเสือกขอชีวิตมันทำไมกันวะ ทำไมมึงมาทำกับกูแบบนี้สมาน กูเคยมีบุญคุณกับมึงนะเว้ย
สมาน : กูไม่ทำ มึงนี่เลวจริงๆไอ้สัตว์
ทันใดเสี่ยเส็งลุกขึ้นถีบสมานล้มลง ฟาดซ้ำด้วยเก้าอี้อีกรอบนึง แล้ววิ่งตรงไปยังลิ้นชักเก็บปืน หยิบปืนขึ้นมา 11 มม. กระบอกดำสนิท แกว่งเล็งตรงไปยังสมานที่นอนอยู่กับพื้น เสี่ยเส็งพร้อมเหนี่ยวไก วินาทีมรณะมาถึง ปัง ปัง ปัง! เลือดสาดกระเซ็น ปิดบัญชี….
4.
|
6 TTV News |
พาดหัวข่าวครึกโครมกลบทุกกระแสการเมือง ข่าวดารา ละครน้ำเน่าในทีวีทั้งหมด เป็นประเด็นร้อนในสังคมที่ทุกคนเฝ้าติดตาม พาดหัวข่าวเกือบทุกฉบับหนังสือพิมพ์ ข่าวดังติดต่อกันหลายอาทิตย์ เป็นประเด็นร้อนของสังคม เสี่ยเส็งนักธุรกิจพันล้านพร้อมสมุนมือปืนพระกาฬบัญชีดำกองปราบปราม โดนส่องเรียบสามศพกลางวันแสกๆ ทั้งนี้เสี่ยเส็งเป็นผู้กว้างขวาง เป็นที่นับหน้าถือตาของประชาชนทั่วไป มีเพื่อนมีสหายเป็นนายตำรวจ นายทหารระดับบิ๊กๆหลายคน ประกอบกับธุรกิจพันล้านไม่ว่า โรงงานเฟอร์นิเจอร์ โรงแรม รีสอร์ท โกดังสินค้าและรถบรรทุกร่วมร้อยคัน ด้วยความที่เป็นคนเพื่อนเยอะ ศัตรูก็เยอะ ทำให้ตำรวจปวดหัวเป็นอย่างมากในการติดตามผู้ลงมือ ผู้บงการอยู่เบื้องหลัง เป็นประเด็นมืดแปดด้านสำหรับผู้พิทักษ์สันติราษฏร์ และเป็นการสร้างความหนาวๆร้อนๆในวงการผู้มีอิทธิพลทั้งหลายในเมืองไทย
ข่าวคราวที่ได้ทราบกันเป็นอาหารอันโอชะสำหรับนักข่าวและนักวิจารณ์ข่าวสถานีต่างๆ ทุกคนทุกผู้มีงานทำ มีการวิเคราะห์สาเหตุ เบื้องลึกเบื้องหลังอย่างเผ็ดร้อนดุเดือด จากหลายอาทิตย์ลามไปเป็นเดือน ทำให้ในวงราชการในจังหวัด นักธุรกิจในจังหวัดต้องใส่เสื้อเกราะกันกระสุน ไปไหนมาไหนต้องมีบอดี้การ์ดมาล้อมหน้าล้อมหลัง จากข่าวที่ออกมามีเสียงวิจารณ์กันอย่างหนัก ว่าจะมีการล้างแค้นล้างบางกันยกใหญ่ งานนี้อุจจาระปัสสาวะไม่คล่องกันทีเดียว
อดัมนักข่าวในพื้นที่ จึงสนใจและติดตามข่าวนี้อย่างใกล้ชิด อดัมลงพื้นที่สืบหาข่าว สืบค้นโครงข่ายธุรกิจของเสี่ยเส็ง ทั้งที่ถูกต้องตามกฎหมายและใต้ดิน เขาพยายามสอบหา สอบถามคนสนิทที่เหลือๆอยู่ หาข้อมูลคู่ค้าขายประกอบธุรกิจ รวมไปถึงคู่กัดคู่แค้นว่ามีใครบ้าง แต่อดัมก็มืดสนิทแปดทิศ ตามไม่ถูกไปไม่เป็น เพราะโจกท์เสี่ยเส็งมีมากเหลือเกินจึงสงสัยทุกๆคน ใจหนึ่งของอดัมก็ดีใจที่คนเลวๆได้ตายจากไปเสียบ้าง สังคมจะได้อยู่ดีๆมีความสุขบ้าง แต่ใจหนึ่งก็เสียใจทุกข์ใจที่มีใครมาโดนฆ่าโดนยิง เพราะทุกชีวิตย่อมรักตัวเอง ย่อมมีคนที่ตนเองรัก ย่อมมีครอบครัว ทุกคนมีชีวิตมีความรู้สึก แม้กระทั่งเดียรัจฉานก็ตามที
5.
ในวันหยุดสุดสัปดาห์ อดัมไปเที่ยวเพชรบุรี ก็ตะลอนๆไปทั่วเมืองไปตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆในจังหวัด จนถึงสามสี่ทุ่มจึงตัดสินใจกลับประจวบคีรีขันธ์ จึงตะบึงหน้ากลับไปมาตุภูมิ เขารู้สึกแปลกๆตลอดทาง ตลอดเวลาเมื่อตอนอยู่ที่เพชรบุรี เขารู้สึกว่ามีคนตามติดเขาตลอด มีคนสะกดรอยตามมา จนขับรถกลับประจวบคีรีขันธ์ก็มีรถขับตามมาอีก เขาพยายามซิ่งหนีสุดชีวิต จนคิดว่าปลอดภัยแล้ว
กลับเข้าสู่ประจวบคีรีขันธ์บ้านเกิด เฮ้อ! กว่าจะถึง ใครกันนะตามเรามาตลอด สงสัยมาแล้วชักทะแม่งๆ ดูท่าไม่ดีแล้วสิ พรุ่งนี้ต้องไปเจอสารวัตรสมบูรณ์สักหน่อยแล้ว อดัมพึมพำคนเดียว แล้วเดินเข้าบ้านตนเอง
ปลดล็อคกุญแจ เปิดประตูบ้าน เดินเข้าไปด้านในบ้าน เปิดสวิทซ์ไฟ ทิ้งตัวลงบนโซฟานุ่มๆ แต่รู้สึกแปลกๆอากาศเย็นผิดปกติทั้งแอร์ก็ยังไม่เปิด ฝนก็ยังไม่ได้ตก ไม่เป็นไรคิดมากไปเอง อดัมปิดตาลงกะจะหลับสักงีบนึง เฮ้ย! อดัมลุกขึ้นพรวดตกใจสุดขีด ปืน.38 ตั้งอยู่บนโต๊ะ พลางพูดไปบ้านกูไม่มีปืนนี่หว่าของใครหว่าเนี๊ยะ มองไปที่โซฟาอีกตัวนึงใกล้ๆ ชายหนุ่มหน้าตานิ่งสงบ ตาดุจดั่งนกเหยี่ยว จมูกโด่งดั้งยก ผิวคล้ำสีน้ำผึ้ง รูปสูงใหญ่จนน่ากลัว ประกอบกับชุดยีนต์ รองเท้าหนัง มือขวาจับแว่นดำเรย์แบนด์บรรจงสวมเข้าไปอีกรอบหนึ่ง งานนี่ไม่ต้องบอกก็รู้งานเข้าแล้ว อดัมเอ่ย
คุณเป็นใคร เข้ามาบ้านผมทำไม นี่มันก็ดึกมากแล้วนะคุณพี่ คุณไม่รู้หรือผมเป็นนักข่าวนะครับ ผมรู้จักสารวัตรสมบูรณ์นะ คุณเดือดร้อนติดคุกหัวโตได้นะ อดัมพูดใจดีสู้เสือ ทำท่าว่าจะเผ่นในทันใด
สมาน : เฮ้ย! หยุดนั่งลงเดี่ยวนี้ เดี่ยวยิงตับแตกเลย
คำพูดสมานดุจประกาศิต อดัม นิ่งเงียบนั่งลงอย่างแมวเชื่องๆแต่หน้าเหมือนลิงป่วยตอนนั้น
อดัม : อย่าๆๆย้านะเฟ้ยพี่ครับ ผมนั่งแล้ว ผมนั่งแล๊วว พี่เอาอะไรเอาไปเลย เงินอยู่ในลิ้นชัก นี่กุญแจ เอาไปเลย ทีวี หม้อหุงข้าว ตู้เย็นพี่เอาไปเลย ผมยกให้
สมานหยิบปืนขึ้นมาจากบนโต๊ะ เอามาเหน็บที่เอวซ้าย พร้อมยิ้มอย่างสบายใจ
สมาน : รู้จักผมไหม ไอ้น้อง
อดัม : ฮือๆตายแน่กูคราวนี้ คุๆๆ สๆๆๆ สมาน ร้อยศพ คุณๆๆๆนั่นเอง แม่จ๋าช่วยลูกด้วย…
สมาน : ใช่ผมเอง ผมมาหาคุณ
อดัม : คุณมาทำอะไร มีธุระอะไรกับผมเหรอ ผมไม่มีปัญหาอะไรกับคุณใช่ไหม
อดัมตอบแบบใจดีสู้เสือ แต่ชักไม่สู้แล้วสิ เหงื่อกาฬเต็มไปหน้า หน้าซีดเป็นไก่ต้ม รู้สึกว่าท้องไส้ปั่นป่วน ทั้งๆที่เข้าห้องน้ำมาแล้วที่ปั๊มริมทาง ตอนนี้ปัสสาวะอุจจาระชักจะไหลออกมาแล้ว อดัมภาวนาในใจ อย่าฉี่ราดนะเว้ยกู อายคน วันนี้แล้วสินะ เอาสิวะเป็นไงเป็นกัน
สมาน : ผมมีธุระกับคุณ ผมมาหาคุณ ผมอยู่เพชรบุรี ผมตามคุณมาตลอด ตลอด 3-4 เดือนมาแล้วจนวันนี้
อดัม : คุณจะยิงผมเหรอ ใครจ้างคุณมา
สมาน : เปล่าหรอก แต่ผมมายิง มายิงคนที่มายิงคุณคนที่ทำร้ายคุณ
อดัม : แปลกจริงมาช่วยผม ผมงงเลย
สมาน : ผมแปลกใจเสมอนะ บางครั้งไม่ได้ยิงคนพวกนั้น คนที่มายิงคุณ แต่บางคนมันยิงขาตัวเอง บางคนมันตายไปเองหรือหลายคนมันบ้าไปหลายคนแล้ว ผมสงสัยว่าอะไรที่คุ้มครองคุณ
อดัม : ขอบใจนะ แต่มาช่วยผมทำไมกัน ช่วยผมทำไมหรือ
อดัมสงสัยและครุ่นคิดว่าทำไมมือปืนดังแห่งยุคมาช่วยเขาทำไม ทั้งๆที่ไม่เคยพูด ไม่เคยรู้จักกัน ไม่ใช่ญาติกัน แปลกจริง แปลกจริง แต่นี่มันจริงแบบแปลกๆเว้ยเห้ย มันมองเราแปลกๆดูยังกะเราเป็นน้องมัน เหงื่อไม่มีทีท่าว่าจะหยุดไหล หน้าตาดูหม่นๆซีดเผือด ภาวนาในใจอย่ายิงกูนะเว้ย กูไม่มีเมีย ขอแต่งงานก่อนเถอะ สายตาเหลือบมองโทรศัพท์ พลางหันมองกระบอกปืนที่เอวซ้ายมัจจุราชสมานอยู่ตลอดเวลา
6.
การสนทนาตึงเครียดไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลง คนหนึ่งฉี่ใกล้ราดกางเกง แต่อีกคนหนึ่งสัมภาษณ์แล้วสัมภาษณ์อีกยิ่งกว่าจะรับเข้าสมัครงานบริษัท
สมาน : คุณมีแม่ไหมคุณอดัม
สมานถามพลางชักปืนออกมา แกะลูกปืนออกวางเรียงบนโต๊ะ แล้วปิดลูกโม่ แล้วหันมาทางอดัม ลั่นไก แป็กๆๆๆ อดัมแทบสิ้นสติ คราวนี้ฉี่ราดจนได้ มือสั่นงกๆ
อดัม : ผะๆผมเป็นลูกกำพร้า พ่อแม่แต่ยังแบเบาะ ไร้ญาติขาดมิตร มีแต่เพื่อนที่งานคอยเป็นที่พึ่งและดูแล
สมาน : ผมไม่ได้มายิงคุณ ผมมายิงคนที่มายิงคุณ ผมยิงไอ้ปื้ด ไอ้เหลิม เสี่ยเส็งและคนอื่นๆ ด้วยปืนกระบอกนี้
สมานพูดพลางยื่นปืนให้อดัม เอ้าจับมันไว้ อดัมร้องไห้โฮออกมา พูดจาไม่ออก อดัมรู้สึกว่าวันนี้กูตายแน่ นึกในใจ แต่ก็สงสัย
อดัม : แล้วคุณยิงพวกนั้นทำไมกัน พวกนั้นไม่ใช่พวกเดียวกับคุณเหรอ แล้วคุณมาช่วยผมอีก ผมงงไปหมดแล้ว
อดัมเริ่มมีความหวังมือกำปืนแน่น แต่แล้วมือก็สั่นหงึกๆๆ
สมาน : ผมช่วยคุณ คุณเหมือนน้องชายผม
อดัม : เฮ้ยใครน้องชายคุณ คุณสมานครับ
อดัมปฏิเสธส่ายหน้าไปมา
สมาน : เดี่ยวผมเล่าให้ฟังนะ พี่ติดคุกมา 7ปีเต็มๆ แต่ก่อนจากโทษประหารชีวิต เปลี่ยนมาเป็นโทษจำคุกตลอดชีวิต สุดท้ายก็เหลือโทษแค่ 7ปี จนออกมาพักหนึ่งได้แล้ว ผมกลับมาอยู่กลับแม่ แม่อยู่คนเดียวมานานหลายปี แม่เจ็บแม่ทรมาน เพราะความเลวร้ายของผม จนวันนี้ผมสัญญากับแม่ว่าผมจะเป็นคนดี ผมจะเลิก ผมจะกลับตัวเป็นคนดี ผมจะไม่ไปทำร้ายใครอีกแล้ว แต่ตอนนี้ ทุกวันนี้ผมฆ่าเพิ่มไปอีก 15 ศพ รวมๆเป็นพวกเสี่ยเส็งทั้งหมด ผมผิดสัญญาแก่แม่และตัวเอง แต่ผมจำเป็นจริงๆผมฆ่าเพื่อแม่ ผมฆ่าเพื่อน้อง ผมจำเป็น
อดัม : คุณมีน้องชายด้วยเหรอ ได้ข่าวว่าคุณเป็นลูกคนเดียวของพ่อแม่ครอบครัวคุณ
สมาน : ใช่ ผมเป็นลูกคนเดียว ตอนที่ผมติดคุก แม่พักอยู่ที่โรงพยาบาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ใกล้บ้านเดิมของแม่ ทุกคืนวันแม่ทรมานร้องไห้เพราะเจ็บปวดจากความเลวร้ายและบาปกรรมที่ผมก่อไว้ จนมาวันหนึ่งแม่ได้พบชายคนหนึ่งมาหาแม่ทุกวัน ซื้อของมาฝากทุกวัน มาอ่านหนังสือให้แม่ฟัง แม่สบายใจมาก แม่เล่าให้ผมฟังทุกเช้าเย็นเมื่อผมกลับมา แม่รักเขามาก รักพอๆกับผม ผมรู้สึกว่าผิดพลาดกับแม่มาตลอดชีวิต และไม่ได้ดูแลทดแทนบุญคุณแม่ให้ดีเลย ไม่ได้ดูแลแม่ ไม่ได้ทำหน้าที่ลูกที่ดีเหมือนใครเขา ผู้ชายคนนั้นเขามีบุญคุณกับผมกับแม่มาก เขาเหมือนดั่งกับน้องของผม ผมรู้มาตลอด และแม่ก็ย้ำหนักหนา ว่าตามหาน้องดูแลน้องให้ดี อย่าให้ใครมาทำร้ายน้อง คุณรู้ไหม เขาคือใคร เขาคือคุณไง อดัมไอ้น้องชาย แม่ผมก็คือป้ารอณี ไงหละไอ้น้องชาย
อดัมอึ้งไปพักหนึ่ง รู้สึกว่าสับสนไปหมดทุกอย่าง
อดัม : คุณอย่าล้อเล่นกับผมสิคุณสมาน
สมานหัวเราะชี้ไปที่ประตู ป้ารอณียิ้มร่ารออยู่ อดัมวิ่งไปโผกอดทันทีทันใด
อดัม : แม่ผมคิดถึงแม่มากเลยครับ
ป้ารอณีน้ำตาไหลเพราะซึ้งใจ สมานน้ำตาไหลอย่างสุดซึ้ง พร้อมหยิบปืนมาเหน็บไว้ที่เอวเหมือนเดิม หลังจากอดัม เขวี้ยงทิ้งเตลิดไปกอดแม่ มือขวาสมานถอดแว่นออกมา น้ำตาไหลริน มือซ้ายปาดน้ำตาที่ร้องออกมาอย่างไม่อายใคร ไม่สนใจว่าใครครหานินทาว่าเสือร้องไห้ หรือมัจจุราชตกทุกข์ก็ช่างหัวมันประไร
7.
น้ำตาออกมาของทุกคน อดัม สมาน ป้ารอณี มิได้บ่งบอกถึงความเสียใจที่ประสบไม่ หากเป็นน้ำตาแห่งความปิติสุขที่พานพบ ความยินดีที่ทุกคนได้ประสบสำหรับความเลวร้ายของสังคมที่อุดมไปทุกอณูตารางนิ้ว ช่องว่างแห่งความดีงาม จักปรากฏและเฉิดฉายอย่างแจ่มจรัสในความมืดบอดและมืดดำ
เมื่อต้นไม้แห่งความดีงามได้ถูกเพาะปลูกลงไปในแปลงแห่งความฝัน ความมุ่งมั่นอย่างตั้งอกตั้งใจแล้วไซร้ เมื่อหมั่นรดน้ำ พรวนดิน ใส่ปุ๋ยและดูแลอย่างเอาใจใส่ ผลิตผลของมวลไม้ประเสริฐนั้น ย่อมผลิดอกออกผลออกมาอย่างดีเยี่ยม ผลนั้นคือผลิตผลแห่งความดีงามนั่นเอง
ผลิตผลแห่งความดีงาม รสชาติช่างหอมหวานนัก ช่างเอร็ดอร่อยเสียนี่กระไร เมื่อได้ลิ้มลองลิ้มรส แม้ว่าความเลวร้ายมรสุมจะโหมกระหน่ำซ้ำเติมมาสักเพียงใด เมื่อจิตใจจิตวิญญาณได้มาพักสงบและหยุดนิ่ง มองไปในมโนภาพ มโนสำนึกแห่งความรัก ความเอื้ออาทร โลกนี้จักสงบโดยพลัน
อุดมการณ์ที่ดำรงอยู่ของอดัมที่มีแต่ให้ ให้โดยมิคาดหวังสิ่งอื่นใดตอบแทน ผลก็คือความสุข อุดมการณ์แห่งความหวังของป้ารอณีที่มีอยู่คือกำลังใจและเป้าหมายที่เป็นสุข ผลก็คือความอดทน อดกลั้นและมีความสุขในบั้นปลาย อุดมการณ์แห่งการเริ่มต้นและเปลี่ยนแปลงชีวิตจิตวิญญาณของสมาน จากมือปืนพระกาฬร้อยศพ คนคุก คนเลวสามานย์ จากจิตใจจิตวิญญาณมุ่งมั่นไม่ยอมแพ้ เขาก็สามารถบูรณาการพัฒนาเปลี่ยนแปลงอัตตาตนเองได้ ผลก็คือความดีงาม ความดีงามที่สมบูรณ์ แม้มันจะมาจากกระบวนการที่บูดเบี้ยวและทุกข์ระทม ผลก็คือ ความดีงาม ความดีงามที่สมบูรณ์ สมบูรณ์แบบ
วันนี้ปืน.38กระบอกนั้นได้ถูกฝังลงใต้ต้นมะขามใหญ่อีกคราหนึ่งแล้ว ประมาณการณ์ว่าคราวนี้คงปลดประจำการระยะยาว คงจะเป็นตลอดกาลมันคงย่อยสลายไปกับอินทรียสารทั้งมวลในธรณี แว่นดำเรย์แบน เสื้อยีนต์ รองเท้าหนังคู่ใจ ถูกเด้งเข้ากรุอย่างกะทันหัน ดูท่าว่าคงจากลากัน ทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้วบัดนี้ ทุกอย่างละลายหายไปกับน้ำตาหยดสุดท้ายที่หลั่งริน น้ำตามัจจุราช น้ำตาซาตาน น้ำตาปีศาจ น้ำตามันคือน้ำตา ไม่แปลกที่มันจะหลั่งริน หากว่าท่วมโลกได้ก็เป็นการดี จะได้ล้างบางความทุกยากและเลวร้ายต่างๆเสียให้สิ้น จากนี้ต่อไปสิ่งแรกและสิ่งสุดท้ายที่สมานจะกระทำ คือการแสวงหาชีวิตใหม่ การเริ่มต้น การทำดี คิดดีต่อไป และน้ำตาก็หลั่งริน หยดแล้วหยดเล่า สมานปาดน้ำตาตนเอง
ก้าวย่างที่เดินหลังจากนี้จะไปแห่งหนใด เขาเดินมุ่งหน้าไป ฝ่าแสงแดดแห่งปัจจุบัน ฝ่าความเร้าร้อนแห่งความมุ่งมั่นศรัทธา เดินฝ่าไปบนถนนแห่งความจริงและอนาคตกาล
…ผมเลิกแล้ว ผมทำเพื่อแม่ ผมทำเพื่อสังคม ผมทำเพื่อความดีงาม…
มาอีกแล้วนะคะ พี่น้องคู่นี้ มากันเป็นประจำเลยคะ คุณอดัม คุณสมาน วันนี้ไม่มีของฝากมาให้ดิฉันหรอกหรือค่ะ แฮ่ๆ พยาบาลสาว ยิ้มพลางหยอกล้อสองพี่น้อง
ณ โรงพยาบาล…………………………………………………………………………………………….
แด่ บิดา มารดาที่รักยิ่ง
…. เจ้าชาย….
22 /1 /55
สวัสดีครับ
อ่านได้บทเดียวเดี๋ยวมาอ่านต่อนะครับ
สวัสดีอีกครั้งครับ
นับเป็นนักเขียนเรื่องสั้นรุ่นใหม่จากแดนใต้
สะท้อนให้เห็นว่า จิตสำนึก หรือความคิดทางการเมืองของคนปักษ์ใต้ของค่อนข้างสูง
ผมรู้ว่า อาจารย์มีของดีมากมาย
ปลาย ๆ ปี ถ้ามีโอกาส
ส่งผลงานเข้าร่วมประกวดวรรณกรรมเรื่องสั้นและบทกวี
ทางการเมืองรางวัลพานแว่นฟ้านะครับ
ผมจะมาตามเชียร์ครับ