ก่อนไปก็เข้าเน็ตตรวจสอบก่อนว่ามีการแสดงอะไรบ้าง   ทำให้ผมตั้งใจไปชมภาพวาดที่ยืมมาจากพิพิธภัณฑ์ ดอร์เซย์ ที่ปารีส   และได้ชมและถ่ายภาพสำคัญๆ สมใจ   แต่ก็ไม่สะดวกตรงห้องมืดเกินไป (เดาว่าเขาป้องกันแสงทำให้สีของภาพจาง แต่จำได้ว่าตอนผมไปดูที่พิพิธภัณฑ์ ดอร์เซย์ (Musee d’Orsay) ที่ปารีสก็ไม่มืดอย่างนี้   และไม่กั้นคนให้อยู่ห่างภาพและป้ายมากอย่างนี้   ทำให้ผม(ตาแก่)อ่านป้ายไม่เห็น ต้องใช้วิธีถ่ายรูปคำอธิบายมาอ่านที่บ้าน

          แต่ก็มีส่วนดี ตรงที่เขามี audio guide ให้เราเช่า เพื่อฟังคำอธิบายเรื่องราวของภาพสำคัญที่เขาเลือก ๓๐ ภาพ   คนไม่มีศิลปะอย่างผมจึงได้เรียนรู้วิวัฒนาการของยุคศิลปะภาพวาด   รวมทั้งวิธีดูรายละเอียดของภาพ

          สายวันที่ ๑๕ ม.ค. ๕๕ หลังชมพิพิธภัณฑ์เปอรานากันเสร็จ ก็ถามทางจากเจ้าหน้าที่   เขาเอื้อเฟื้อเดินออกมานอกพิพิธภัณฑ์และชี้ทางให้   เดิน ๕ นาทีก็ถึง โดยผ่าน SMU อันทันสมัยอยู่ ๒ ข้างถนน   จ่ายเงินซื้อบัตรผ่านประตูเสร็จ (ราคาผู้สูงอายุ ๖ เหรียญ)   ผมตรงรี่ตรงไปที่ชั้น basement เพื่อดู Special Exhibition : Dreams & Reality : Masterpieces of Painting, Drawing & Photography from the Musee d’Orsay, Paris   ใช้เวลาชั่วโมงเศษก็เกือบเที่ยง   ลูกสาวยังไม่โทรศัพท์มาตาม   จึงไปเดินดูSingapore History ซึ่งเขามี audio & text guide ให้ใช้ฟรี

          ประวัติของสิงคโปร์นี้มีทั้งภาครัฐหรือคนใหญ่คนโต และภาคคนธรรมดา    แต่ผมมีเวลาเดินผ่านๆ เท่านั้น   ตั้งใจว่าคราวหน้าจะมาดูลงรายละเอียด

          ลูกสาวเขาบ่นว่าคนสิงคโปร์เหยียดหรือดูถูกเชื้อชาติ มองคนเป็นชั้นๆ   สามีของเขาเป็นคนอินเดียก็โดน เขาเองหน้าตาคล้ายคนฟิลิปปินส์ (ที่มาทำงานรับจ้างทำงานบ้าน เลี้ยงเด็ก และเลี้ยงหมา) จึงโดนด้วย   ผมเองสมัยอายุน้อยก็รู้สึกว่าโดนดูถูกในเมืองไทยเอง  เรื่องแบบนี้ผมมีวิธีแก้ว่าคนที่แสดงท่าทีเช่นนั้นเป็นคนมีปมด้อยในตัว   เราโอภาปราศัยกับเขา หาทางแสดงไมตรีกับเขา บรรยากาศก็จะดีขึ้น  

 

วิจารณ์ พานิช
๑๖ ม.ค. ๕๕
บนเครื่องบินกลับกรุงเทพ


 

อาคารพิพิธภัณฑ์อันโอ่อ่า


 

ภาพ Venus in Paphos 1852 - 1853 วาดโดย Jean-Auguste Ingress

เขาอธิบายว่าภาพนี้ท่านั่งบิดตัวหลังงอ รวมทั้งสายตา

แสดง strange erotism ซึ่งผมมองอย่างไรก็ไม่เห็น


 

ภาพชื่อ War หรือ The Cavalcade of Discord c. 1894 โดย Henri Rousseau

เป็นภาพที่โดนวิจารณ์ว่าเอาเท้าวาด 

แต่คนที่ชอบก็ว่าให้อารมณ์ความโหดร้ายของสงครามได้ดีมาก


 

ภาพชื่อ In the Black Country โดย Constantin Meunier

แสดงมลภาวะทางอากาศในเมืองหนึ่งในเบลเยี่ยม


 

 Young Peasant Girl Lighting a Fire, c
1887-1888 by Camille Pissarro
ใช้วิธีวาดภาพด้วยจุดจำนวนมากซ้อนทับกัน


 

The Harvest หรือ Breton
Landscape, 1888 อันลือชื่อ
วาดด้วยเทคนิกใหม่ที่ใช้เส้นดำหนาตัดตัดขอบภาพโดยพัฒนาเทคนิก

ร่วมกับพอล โกแกง
เมื่อนำออกแสดงก็ได้รับการปฏิเสธเหยียดหยาม

 


 

ภาพชื่อ A Box at the Theatre des Italies, 1875 - 1878

วาดโดยศิษย์ของ Edouard Manet ชื่อ Eva Gonzales

ที่แม้จะวาดเลียนครูแต่ก็มีความเป็นตัวของตัวเอง


 

ภาพชื่อ Boats - Regatta at Argenteuil โดย Claude Monet

ภาพท้องฟ้าและพื้นน้ำเป็นภาพที่วาดยากมาก


 

ภาพชื่อ The Card Players โดย Paul Cezanne อันลือชื่อ

แสดงสมาธิของคนทั้งสอง


 

Study a Picture Outdoors - Woman
with a Parasol Looking to the Right  โดย Claude Monet
เขาอธิบายว่าสีไม่เป็นธรรมชาติแต่ก็ให้ความงาม
โปรดสังเกตชื่อภาพสะท้อนว่าศิลปินใหญ่วาดภาพเพื่อการทดลองหรือการศึกษาของตนเอง

 


 

ภาพชื่อ The Alyscamps, Aries, 1888 โดย Paul Gauguin

วาดในช่วงเวลา ๒ เดือนที่ไปอยู่กับแวนก็อก สีที่ใช้ไม่ตรงกับความจริง

เป็นการสร้างสรรค์ศิลปะ Fauvism และศิลปะเชิงนามธรรม


 

ดาราใหญ่ที่สุดในห้องนิทรรศการ
ชื่อ Starry Night โดย Vincent van Gogh
ผู้เขียนจดหมายรำพันว่า For my part, I
know no thing with any certainty, but the sight of the stars makes me dream