ห้องทำงาน


นี่คือ บันทึกแรกที่เขียนขึ้นในปี ๒๕๕๕ "สถานที่ทำความเพียรภาวนาเพื่อการฝึกฝนตนเอง"

อีกไม่กี่วันจะครบรอบการโกนผมอีกครั้ง ซึ่งถือเอาวันพระใหญ่ที่เป็นพระจันทร์เต็มดวง

การไม่มีผมคือ...การได้ตัดภาระออกไปมากพอสมควร

 

ค่ำคืนนี้ข้าพเจ้าแหงนมองท้องฟ้า สว่างจ้ากระทบผืนดิน เสียงลมวีดหวิวกระทบยอดปลายไผ่ให้ความรู้สึกหนาวเย็นพอสมควร โชคดีที่ว่าข้าพเจ้ามีถุงนอนสำหรับศูนย์องศานำมาไว้ใช้ที่นี่หลายปีแล้ว ...

ค่ำคืนนี้...ยังไม่ได้เริ่มต้นทำงานเพื่อทำความเพียรภาวนา หลังจากที่ทำวัตรเย็นเสร็จแล้ว หยิบตารางการนัดหมายการทำงานการบรรยายมาดู ชีวิตหลังการบวชข้าพเจ้าก็ยังคงทำงานเช่นเดิม และในขณะเดียวกันก็ยังคงเพียรทำงานบนเส้นทางการภาวนาหนักมากขึ้นกว่าเดิมด้วย

ในแต่ละวันจะนอนน้อยทำงานมาก งานหลักส่วนใหญ่คือ การภาวนา และการเขียนหนังสือ ...

เช้ามืดประมาณตีสี่ก็ลงครัวทำกับข้าวถวายพระ...และช่วงบ่ายสองก่อนกวาดตาด (ใบไม้) ก็เตรียมกับข้าวสำหรับทำครัวในวันรุ่งขึ้นด้วย ... 

ที่วัดป่าแห่งนี้รับข้าวมื้อเดียว

ชีวิตเช่นนี้ข้าพเจ้าฝึกฝนตนเองมานานเกือบสิบปี ทานมื้อเดียว ภาวนาผ่านการวิ่ง ฝึกปฏิบัติชีวิตบนเส้นทางการรักษาศีล ...ดังนั้นเมื่อได้โกนผมและเปลี่ยนเครื่องนุ่งห่มแบบไม่ใช้สีสรร ก็ไม่ได้ยากเกินไปในเรื่องการปรับตัว ก็ยังคงเป็นปกติเช่นเดิม...

ร่าเริงและสดใส...แต่ที่เปลี่ยนไปคือ ทำงานหนักมากยิ่งขึ้น นอนน้อยลง รับข้าวน้อยลงซึ่งแต่เดิมก็ทานมื้อเดียว และทุกวันนี้ก็เป็นมื้อเดียวที่มีปริมาณน้อยลงไปยิ่งกว่าเดิม ทานนิดเดียวก็อิ่มแล้ว ไม่เหมือนเวลาอยู่ที่บ้าน มื้อเดียวก็จริงแต่ก็ทานเยอะกว่า ทั้งนี้ทั้งนั้นอาจเป็นเพราะว่าที่นี่สัปปายะมากทำให้เราสามารถที่จะปฏิบัติความเพียรได้ง่ายกว่าการใช้ชีวิตอยู่ที่บ้าน

ค่ำคืนนี้...ข้าพเจ้าทำงานเขียนหนังสือ โดยอาศัยแสงเทียน และแสงไฟจากตัวเครื่องคอมพิวเตอร์...

ห้องทำงานที่เป็นกลดสีขาวเป็นผ้ามุ้งกางอยู่บนแคร่ใต้ต้นไม้ใหญ่ปลายทางจงกลมคือ สถานที่ทำงานในปัจจุบันของข้าพเจ้า ... ช่วงนี้ลมแรงและอากาศเย็นข้าพเจ้าใช้ผ้าใบมามุงล้อมกลดอีกชั้นหนึ่งทำให้อุ่นมากขึ้นกว่าเดิม 

ครูบาอาจารย์ท่านเมตตาให้แนวทางการฝึกว่าอย่านอน เพราะเวลานอนนั้นมันหนาว ให้นั่งเอา...ทำให้นึกถึงหลายปีก่อนที่ไปบรรยายอยู่ที่อำเภอปาย ซึ่งอากาศหนาวมากและข้าพเจ้าก็นอนไม่ได้ ต้องอาศัยการนั่งแทน ซึ่งก็ทำให้ร่างกายอุ่นจริงๆ...

ภายในกลดได้โต๊ะไม้เล็กๆ ฝีมือของเด็กๆ ที่มาฟื้นฟูยาเสพติด(ต้นกล้าแห่งอนาคต)ช่วยกันทำ ข้าพเจ้าก็นำมาวางบนแคร่อาศัยไว้อ่านหนังสือ วางของ เขียนหนังสือ และพิมพ์งาน

เพียงเท่านี้สำหรับชีวิต ที่พอโผล่หน้าออกไปจากกลดก็คือ ทางจงกลมที่ใช้เดินภาวนาในระยะทางความยาวที่พอเหมาะ

ในแต่ละวันมีการงานมากมายให้ได้ทำให้ได้พิจารณา ... ยิ่งเพียรภาวนา สิ่งที่ได้เกิดขึ้นกับตนเองคือ ปัญญาและความเข้าใจในสรรพสิ่งต่างๆตลอดจนสภาวะต่างๆ ที่เกิดขึ้น ส่งผลทำให้จิตใจของเราอ่อนโยนขึ้น ละเอียดอ่อนมากขึ้น...มองเห็นความเป็นไปคือ ความแง่งามของชีวิตแห่งการเกี่ยวเนื่องสัมพันธ์กัน

...

๕ มกราคม พ.ศ.๒๕๕๔

จากปลายทางจงกลม...จากก้าวสู่ก้าวเรียนรู้การเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไปของสรรพสิ่งต่างๆ...

ห้องทำงานเพียงเท่านี้เราก็สามารถเกิดการเรียนรู้ในระดับที่ลึกซึ้งแห่งความเป็นชีวิตได้ดียิ่งนัก

หลังรับข้าว...ก็เข้าทางจงกลมเพื่อฝึกความพากเพียรในชีวิต

องค์ความรู้จากพ่อแม่ครูบาอาจารย์ดั่งท่านพุทธทาสที่ผ่องถ่ายความรู้จารึกไว้อย่างมากมาย มีผลอย่างมากต่อการสอบผลความเพียรของเรา

โต๊ะทำงาน...ในค่ำคืนนี้แสงเทียนและแสงไฟจากคอมพิวเตอร์ที่ชาร์ทแบตไว้ในช่วงกลางวัน สามารถให้ความสว่างได้ดีภายในกลดเล็กๆ นี้

หมายเลขบันทึก: 473562เขียนเมื่อ 5 มกราคม 2012 22:35 น. ()แก้ไขเมื่อ 17 ตุลาคม 2013 22:40 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน


ความเห็น (4)

วันละมื้อเองหรือ ตอนอาจารย์มาบรรยาย ผมสงสัยมากเลยว่า มื้อเที่ยงอาจารย์ไม่ทานข้าวหรือ แต่ไม่ได้ถามใคร แต่ค่อนข้างแน่ใจว่าตอนเที่ยงอาจารย์ต้องภาวนา ผมกลับบ้านทานข้าวเที่ยง จะนั่งสมาธิทำไม่ได้เลย เพราะอิ่มท้อง ลมหายใจไม่ละเอียดสักที

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี