พ.ค. 2554

    วันนี้ตื่นตีสามกว่าพาแม่และอาไปทำบุญ และกราบนมัสการ หลวงปู่จันทร์เรียน  คุณวโร วัดถ้ำสหาย  อ.หนองวัวซอ  จ.อุดรธานี  หลวงปู่จันทร์เรียนเป็นพระอริยะเจ้าเพชรน้ำหนึ่ง ท่านเป็นศิษย์องค์สำคัญของหลวงปู่ชอบ  ฐานสโม และหลวงตามหาบัว  ญาณสัมปันโน  ทางขึ้นวัดสูงชันมากเพราะวัดท่านอยู่บนภูเขา ข้าพเจ้าขับรถไปครั้งแรก จนหลงทางหลายครั้งเพราะ ถนนมืดมากและไม่คุ้นเคยทาง แต่ได้จอดถามทางชาวบ้านแถวนั้นก็ได้ ขึ้นไปถึงวัดท่าน วัดท่านสงบร่มรื่นมาก มีพระประมาณ 60  กว่ารูป  ตอนเช้าประมาณ ตีห้ากว่าๆ พระลงไปบิณบาตรที่ตีนภูเขาโดยมีรถไปส่งที่เชิงเขาข้างล่าง  มีคนมาปฏิบัติธรรมจากที่ต่างๆ มารอใส่บาตรท่าน เราได้ใส่บาตรหลวงปู่จันทร์เรียน  ท่านเดินลงมารับบาตรที่หน้าศาลา เราและแม่ใส่บาตรท่าน มีขนม และผลไมหลวงปู่แข็งแรงมากใบหน้าสดใส อิ่มเอิบ เดินคล่องแคล่วมารับบาตรญาติธรรมในตอนเช้าที่หน้าศาลา

            บริเวณวัดหลวงปู่นั้นเปรียบเสมือน มหาวิทยาลัยผลิตพระอริยเจ้าสู่มรรคผลนิพพานโดยแท้ เป็นมหาวิทยาลัยป่า บรรยากาศเงียบสงบ มีพระเณรมากพอสมควร แต่มีความเป็นระเบียบเรียบร้อยสมกับเป็นวัดป่ากรรมฐาน   ถ้าไม่มาคงไม่รู้ไม่เห็นว่าภูเขาลูกนี้เป็นมหาวิทยาลัยของพระอริยเจ้า ผู้งามสง่า ผู้งามพร้อมด้วย ศีล  สมาธิ  ปัญญา  อันหอมทวนลมไปทั้งสามแดนโลกธาตุ

           ข้าพเจ้าและแม่นั่งรอใส่บาตรหลวงปู่อยู่ด้านล่างศาลา รอว่าองค์ท่านจะลงมาตอนไหน สักครู่ข้าพเจ้าเข้าไปกราบพระประธานในศาลาใหญ่  ทันใดนั้นก็มองเห็นพระรูปหนึ่งรูปร่างผอมบาง เดินมาอย่างคล่องแคล่ว และพูดกับพระในศาลาสักครู่หนึ่ง ข้าพเจ้าคิดในใจว่า  คงจะเป็นหลวงปู่จันทร์เรียนเป็นแน่แท้  นี่หรือ พระอริยะเจ้าอันเป็นเนื้อนาบุญของโลก อันกลิ่น โลกกุตรธรรมหอม ทวนลมไปไกลทั่วสารทิศ ไม่มีประมาณ  เป็นบุญตายิ่งนัก ดังที่ท่านว่า อริยะทัศนา การได้เห็นพระพุทธเจ้าและพระอริยเจ้าเป็นบุญอย่างยิ่ง องค์ท่านดูแข็งแรงมาก ท่าทางการเดินคล่องแคล่ว

 

          ประมาณ 7 โมงเช้า ข้าพเจ้าและแม่ได้ทานข้าวที่วัด  ท่านชี้มาที่เรา บอกให้ไปเอาชาม กะละมังมารอทานข้าวกับญาตโยม ตอนแรกเราไม่รู้ธรรมเนียมว่าต้องทำอย่างไร เพราะไม่เคยมา  ท่าน พูดประมาณว่า  " เบิ่งแน ว่า เขาพาเฮ็ดหยัง " เราวิ่งไปเอาชามที่โรงครัว มาเตรียมนั่งทานข้าวหลังจากพระเณรตักอาหารใส่บาตรเสร็จแล้ว  หลังจากพระตักอาหารเสร็จแล้ว ญาติธรรมทั้งหลายก็นั่งเป็นแถวตักอาหารเวียนใส่ชามของตน ซึ่งแต่ละคนจะมีชามคนละสามใบ  ใส่กับข้าว  ผลไม้ และ ของหวาน สำหรับเราเอง ไม่รู้มาก่อนจึงเอาชามมาใบเดียวตักอาหารรวมกันหมด แต่ก็ทานได้ไม่มีปัญหาอะไรเพราะเคยทานแบบรวมมิตรมาก่อนแล้ว

           หลังจากทานอาหารเสร็จแล้ว เราได้ถือลังน้ำที่เตรียมาถวายท่าน เดินตามหลวงปู่ขึ้นไปบนถ้ำ ก่อนถึงศาลา  หลวงปู่ท่านหยุดให้อาหารกระต่าย ท่านเอาอาหารและผลไม้ให้ พวกกระต่ายประมาณ เกือบ 10 ตัวที่มารอท่านอยู่บนถ้ำ  หลังจากนั้นข้าพเจ้า ได้เข้าไปกราบเท้าท่านอีกครั้ง ท่าน มองมา  แล้วพูดว่า " อีหยังละ " เราตอบกลับไปว่า  มากราบหลวงปู่ขอครับ (ในใจอยากบอกว่า ผมอยากกราบหลวงปู่มานานแล้วขอรับ ) ท่านเดินขึ้นไปบนศาลาที่เป็นถ้ำ ข้างบนถ้ำสวยมาก เป็นก้อนหินขนาดใหญ่มีรูปครูอาจารยฺ ติดบนผนังถ้ำมากมาย อาทิเช่น หลวงปู่มั่น  หลวงปู่ชอบ   หลวงตามหาบัว ท่านเข้าไปในกุฎิที่เป็นศาลาไม้ ที่ยกตัวเรือนขึ้นมาสูงจากพื้นมาก หลังจากนั้นท่านมานั่ง พักที่โต๊ะไม้ และระหว่างนั้นทานก็เริ่มเทศน์ พร้อมทั้งสูบบุหรี่ใบตองไปด้วย  ท่านเทศน์ได้ จับใจ พูดตรงไปตรงมาอย่างสนุกสนานเป็นภาษาอิสาน ปนภาษาไทย  เรานั่งฟังข้างหน้าด้วยความตั้งใจ หัวข้อธรรมที่ท่านท่านเทศน์มีดังนี้

       1. พระชอบโทรศัพท์มือถือ พระองค์ใดรูปใดใช้โทรศัพท์มือถือแล้วมาพูดสอนญาติโยมเกี่ยวกับมรรคผลนิพพาน เป็นยังไงหือ  ว่าจะไปนิพพานทั้งๆที่ ฮัลโหลๆ ๆ อยู่ให้มาปาดคอเลย พุทธังสรณังคัจฉามิ  ธรรมมังสรณังคัจฉามิ   สังฆังสรณังคัจฉามิ ไม่มีนะเดี๋ยวนี้ มีแต่ ฮัลโหล   ฮัลโหล สรณังคัจฉามิ นะสมัยนี้  โหย ดูไม่ได้เลย

     2. บารมีคนเราก็ต่างกันนะ ต้องสร้างบารมี ไม่ใช่ไปอยากร่ำรวยเหมือนเขา แต่ตัวเองไม่ได้สร้างทานบารมีไว้ เราต้องสร้างทาน  ศิล ไว้ก่อน แล้วบารมีจะได้ค่อยเพิ่มพูน ท่านยกตัวอย่าง หลวงปู่ชอบสมัยที่ท่านติดตามหลวงปู่ชอบ ออกธุดงธ์  ท่าน กินลูกหว้า มีรสเปรี้ยว  ส่วนหลวงปู่ชอบกินแล้วลูกหว้ากลับมีรสหวานอย่างน่าอัศจรรย์ เห็นไหมบารมีคนเราต่างกันนะ ก็เทวดาละสิทำให้หวาน ส่วนเรากินแล้ว มันเปรี้ยวนะ เพราะบารมียังไม่ถึงท่าน  หรือจะเป็น เพราะเทวดานะ เห็นไหมบารมีหลวงปู่ชอบ

    3. เด็กสมัยนี้ เขาอบรมให้เกี่ยวกับการเมือง ไม่ได้อบรมศิลธรรมก่อน เกิดมาก็เรียนการเมืองแล้ว ยุ่งกับการเมืองก่อน ไม่อบรมศีลธรรมก่อนจึงเกิดความวุ่นวาย ในบ้านเมืองทุกวันนี้

   4. ท่านเทศน์ เกี่ยวกับหลวงตามหาบัวว่า หลวงตาไปนิพพานแล้ว ไม่ยุ่งกับอะไรอีก ไม่มีใครมีบารมีเท่าท่านนะสมัยนี้  ใครทำก็ไม่เหมือนท่านทำโครงการอะไรต่างๆสำเร็จหมด

   5. จิต คนเรามีมีพลัง มีอำนาจมาก ขอให้ภาวนา ทานก็ทำเป็นสมบัติติดตัวติดตามไปทุกภพทุกชาติ  แต่จิตภาวนานี้มีอำนาจมากมีพลังมากขอให้ภาวนาอย่าได้ขี้เกียจภาวนา (ท่านหันไปทางอุบาสกท่านหนึ่ง พร้อมกับถามว่า "นี่ภาวนาบ้างไหมละ ต้องภาวนานะ อย่าลืมภาวนา สำคัญมาก ")

   
 6.ท่านบอกว่าพระอะไรไปเที่ยวกรุงเทพกรุงไทย ไปหาอะไร ทำไมไม่อยู่ปฎิบัติเอามรรคผลนิพพพานให้เจ้าของ นี่เราไปแล้ว เราไม่ค่อยชอบนะ วุ่นวาย นี่มันไม่ใช่นิสัยเรา ท่านว่าอยู่นี่อยู่วัดนี่สงบ เราไม่ใช่ญาติโยมฆราวาสแบบเขา จะไปหาอยู่หากินอะไรที่กรุงเทพ ถ้าอย่างนั้นก็ไปก็ไปเป็นเหมือนญาติโยมเอาโลด ออกไปทำมาหากินกรุงเทพ
    

 

       หลังจากนั้น  ข้าพเจ้ากราบ ถวายปัจจัย และน้ำดื่มหลวงปู่หนึ่งลัง  ท่านบอกให้ไปกราบพระในถ้ำก่อนค่อยกลับ  ข้าพเจ้ากราบลาท่านกลับ ประมาณ  เกือบ 10 โมงเช้า 

         วันนี้ได้เห็น ได้ยิน  ได้ฟัง ธรรมะ พระอริยะเจ้าเพชรน้ำหนึ่งอันหาได้ยากยิ่ง  ลีลาสง่างาม องอาจกล้าหาญในธรรมะ เนื้อธรรมของพระคุณเจ้า หลวงปู่จันทร์เรียนไพเราะในเบื้องต้น   ไพเราะในท่ามกลาง และไพเราะในที่สุด สมกับเป็นพระอริยสาวก ของพระพุทธเจ้าโดยแท้