คุยกับตนเอง l วันแห่งการเรียนรู้ "ใจ" แห่งความเป็นหนึ่งเดียว

Ka-Poom
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

Note; ความคิดเล็กๆ น้อยๆ

19 กค
แผนที่ชุมชน

หมู่5 แหล่งรวมศูนย์กลางหมู่บ้านจะอยู่ที่ศาลากลางบ้านและแหล่งกระจายข่าวอยู่ที่หอกระจายข่าวที่บ้านผู้ใหญ่บ้าน (140หลังคาเรือน)

หมู่9 (121หลังคาเรือน) ทำแผนที่ได้ดี ละเอียดบอกบ้าน อสม.

หมู่7 (137 หลังคาเรือน) บอกบ้าน ผู้ป่วยจิตเวช มีผู้ป่วยสองหลังคาเรือน อาการสงบ

...


เมื่อเช้าข้าพเจ้าเดินทางไปร่วมด้วยช่วยกันกับน้องหนุ่ยที่บ้านยางเดี่ยว ตำบลหนองเป็ด ณ ที่ตำบลนี้ในพื้นที่มีอัตราการฆ่าตัวตายสูงและการเจ็บป่วยด้วยโรคทางจิตเวชสูงและเป็นทั้งครอบครัวและเครือญาติ แต่กว่าข้าพเจ้าจะลงไปถึงพื้นที่น้องหนุ่ยกับพี่ตู่ล่วงหน้าไปถึงก่อนแต่ด้วยความที่แม่ป่วยกะทันหัน ข้าพเจ้าก็เลยดูแลท่านให้เรียบร้อยก่อนระหว่างที่พี่สาวมารับช่วงดูแลต่อเพราะตอนเย็นจะต้องเดินทางไปร่วมงานมหกรรม R2R

วันนี้เป็นอีกวันที่ข้าพเจ้าได้เรียนรู้เรื่องราวในอีกรูปแบบหนึ่งเพราะขณะที่รอคุณแม่ตรวจ ผู้ป่วยจิตเวชก็อาละวาด ข้าพเจ้าต้องวิ่งไปมาระหว่างสองจุดแต่เหตุการณ์หรือสภาวะที่เกิดเช่นนี้ ทำให้ข้าพเจ้าได้เกิดการเรียนรู้ในเรื่องของการจัดการได้เห็นในจิตในใจของตนเองชัดเจนดี มองเห็นความทุกข์ของคนรอบด้าน การทำงานที่ปราศจากความสุข การเรียกร้องตามความต้องการของตนเอง ความเห็นแก่ตัว ความวุ่นวายจึงเกิดขึ้นมากมาย

ด้วยหน้าที่ข้าพเจ้าได้ฝึกฝนบนเส้นทางแห่งความอดทน เก็บงำความต้องการส่วนตัวไว้เหลือแต่เพียงหน้าที่ เพียงแค่ในครึ่งวันเช้ามีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมายแต่สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้ข้าพเจ้าเห็นจิตใจของตนเองชัด ความเบื่อหน่ายสลดสังเวชในจิตใจของการเกิดมาและเป็นไปของสิ่งแวดล้อมรอบด้าน ความโง่เขลาอันน่าสงสารของการหลงเกิดหลงตาย หลงเป็นหลงอยู่

ความงามแห่งความเป็นจริงของชีวิต ความระลึกการจากไปของผู้คน การเห็นคุณค่าซึ่งกันและกันเมื่อยามตายจากกันแต่ตอนที่มีชีวิตอยู่เราไร้ซึ่งการเมตตา กรุณา หรือแม้แต่การแสดงออกซึ่งมุฑิตาจิตก็ทำได้ยากหรือบางคนพอทำได้ ก็ได้แต่ชื่นชมคนอื่นและก็ยังยากที่จะร่วมลงมือช่วยเกื้อกูลกัน เวลาที่จิตคิดไปเช่นนี้มักทำให้ข้าพเจ้ามีแรงขับที่จะพุ่งไปในทิศทางตรงกันข้ามกับผู้คนอย่างมาก เมื่อก่อนเคยคิดว่าตนเองเป็นคนขวางโลกหรือเปล่าแต่ทุกวันนี้ได้คำตอบต่อเองว่านี่แหละคือการทวนกระแสของโลกแต่มุ่งไปในทิศทางแห่งธรรม

ขณะที่อยู่ที่วัดบ้านยางเดี่ยว ข้าพเจ้านั่งมองดูชาวบ้านทำกระบวนการ หากเรามีความเข้มแข็งในเป้าหมายชัดเจน จะทำให้เราต้านกระแสได้ ทำให้ข้าพเจ้านึกไปถึงเมื่อก่อนที่ถูกฝึกวิ่งสวนทางกับกระแสของผู้คน ตอนนั้นเกิดการเรียนรู้ว่าวิ่งไปในทิศทางเดียวกับคนหมู่มากจะลื่นไหลกว่า แต่การวิ่งสวนทำให้เรามีพลังและความอดทนใช้ปัญญาไปด้วยในขณะที่วิ่ง

ช่วงบ่ายหลังจากที่ส่งแม่สู่ความดูแลของพี่สาว และไปลงพื้นที่ทำวิจัยช่วยน้องหนุ่ย ข้าพเจ้ากลับมานั่งทำงานต่อที่ทำงานพร้อมทั้งรอรับยาไปให้ผู้ป่วยที่อยู่ในความดูแล เตรียมตัวเดินทางไปร่วมงานมหกรรม R2R ความใคร่ครวญของภารกิจนี้คือความเป็นหนึ่งเดียว ข้าพเจ้ามาถึงที่เมืองทองก็ล่วงเลยเวลาสี่ทุ่มเจอปัญหาที่ต้องแก้ไขยิ่งโดยเฉพาะในฐานะของผู้ที่เชิญเครือข่ายมานั่นน่ะคือความรับผิดชอบ ในท่ามกลางของการได้เรียนรู้ความเป็นหนึ่งเดียวและกัลยาณมิตรในสภาวะนั้นก็มีความงามซ่อนอยู่ในตัว เครือข่าย รพ.ป่าติ้วและเครือข่ายหน่วยจ่ายกลางนครศรีธรรมราชอย่างพี่โอ-ป่าติ้วและเสาร์-บางขันธ์ก็ได้ให้ความช่วยเหลือเกื้อกูลการเตรียมภาระกิจของวันรุ่งขึ้นโดยที่เราไม่ต้องพูดมอบหมายหรือเอ่ยปาก เพียงแค่สบตากันก็รู้ได้ซึ่งใจกันและกัน

ขณะที่เดินไประหว่างอาคารที่พักและอิมแพค ข้าพเจ้าได้คิดว่า "ความเป็นหนึ่งเดียวนั้น" เป็นอยู่ที่ใจหาใช่ความใกล้ชิดไม่ คนที่อยู่ใกล้กันอาจไม่ใช่นัยแห่งความหมายของการเป็นหนึ่งเดียว "ใจใกล้ใจหรือใจแนบใจ" ที่อยู่ภายใต้ศรัทธาเดียวกันต่างหากที่ทำให้ผู้คนพูด คิด และกระทำไปในทิศทางเดียวกัน และชีวิตข้าพเจ้าก็ไม่ได้แห้งแล้งความเป็นหนึ่งเดียวนี้จากผู้คน

...

๑๙ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๕๔

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ชีวิตและวิถีแห่งธรรม(ชาติ)

คำสำคัญ (Tags)#วิถีชีวิต#วิถีธรรมชาติ#คุยกับตนเอง#ใคร่ครวญในตน

หมายเลขบันทึก: 450003, เขียน: 20 Jul 2011 @ 07:32 (), แก้ไข: 17 Oct 2013 @ 22:40 (), สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน, ดอกไม้: 4, อ่าน: คลิก


ความเห็น (0)