GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

เหลียวหลังแลหน้า 2 เดือนผ่านไป ไวเหมือนโกหก

ชีวิตผมกลับมาอีกแล้ว ชีวิตที่ผมเป็นผู้กำหนดอัตราเร่งได้เอง

วันนี้ครบรอบ 2 เดือนที่มาประจำการในบ้านใหญ่ท้ายซอยหลังนี้ คงไม่ต้องเฉลิมฉลองอะไร

เช้าตรู่ ของวันที่ 14 สิงหาคม ระงมไปด้วยเสียงกบ เขียด จิ้งหรีด ที่ดังอยู่รอบบ้าน เพราะเหตุว่าฝนตกต่อเนื่องแต่วันวาน ตลอดวันตลอดคืน คงด้วยอิทธิพลของพายุฝน (ศรีสะเกษเป็นหนึ่งในหลายๆ จังหวัดที่เตือนภัยน้ำท่วม--ไชโย ชาวบ้านดีใจยกใหญ่ ข้าวจะตายหมดทุ่งแล้วเพราะแล้งจัด) ประกอบกับท้ายบ้านมีบ่อน้ำขนาดย่อมๆ จากที่เคยแห้งขอดตอนนี้กลายเป็นที่ชุมนุมของสรรพสัตว์ไปเสียแล้ว  ได้แต่ภาวนาว่าฝนจะหยุดก่อน 08.00 น.  เพราะเวลานั้นเป็นช่วงอาหารเช้าของคนในบ้าน ถ้าไม่หยุดคงลำบากในการเข้าแถวทานมื้อเช้าที่โรงอาหาร

มื้อเช้าของคนในบ้านเป็นข้าวต้ม เป็นข้าวต้มเครื่อง และข้าวต้มกุ๊ย สลับกันไป

นั่งทบทวนท่ามกลางบรรยากาศสายฝนยามเช้า (ผมไม่ชอบเลยนั่งมองสายฝน มองแล้วชอบคิดถึงบ้าน มองแล้วชอบเหม่อ ตาลอย--ใจลอย) ว่า 2 เดือนแล้ว มีอะไรบ้างที่เปลี่ยนไป
งานเปลี่ยนไป ชีวิตเปลี่ยนไป มุมมองเปลี่ยนไป หรืออยากบันทึก อยากบอกเล่าอะไรบ้างไหม

ลองๆ นั่งทบทวนดู...

ที่นี่บ้านนิคมปรือใหญ่ ที่นี่สถานสงเคราะห์บ้านนิคมปรือใหญ่

เรื่องเล่าจากคนในพื้นที่ทำให้ทราบว่า ก่อนหน้านี้มีป้ายขนาดเขื่องติดไว้ตรงข้ามสถานสงเคราะห์ว่า "ระวังคนโรคจิตข้ามถนน"

ผมไม่กล้าถามว่าใครกันละหนอช่างปรารถนาดี เป็นต้นคิดหาป้ายที่ว่านี้มาติดไว้เพื่อบอกใครๆ ให้ระมัดระวังคนโรคจิตข้ามถนน (ผมกลัวคำตอบที่ได้รับว่าต้นคิดจะเป็นคนในสถานสงเคราะห์) ผมเข้าใจว่าเขาคงเลียนแบบป้ายที่เราคุ้นชินทำนอง "โรงเรียนโปรดลดความเร็ว" หรือ "ระวังสัตว์ป่าข้ามถนน"

ผมละโชคดี ที่มาอยู่ในยุคที่ป้ายนั้นถูกรื้อถอนโดยคนในสถานสงเคราะห์
ไม่อย่างนั้นละก็ ผมก็คงเป็นอีกคนละที่ถูกบีบแตรไล่ ขณะที่เดินข้ามถนน
ถนนที่ข้ามไปนั่งดื่มน้ำอัดลมยามเย็นที่ร้าน "เจ๊ จิ๋ม" อยู่บ่อยครั้ง

จินตภาพของคนโรคจิตของท่านเป็นเช่นไร แต่งตัวอย่างไร ?
แค่เดินข้ามถนน มองออก แยกออกเลยหรือว่าไอ้คนนี้ เป็นคนโรคจิต ?

จะเชื่อไหมละนั่นว่า "คนโรคจิต" ในบ้านของผมออกไปทำงานเป็นกรรมกรก่อสร้าง ประเภทเช้าไป-เย็นกลับจำนวนไม่น้อย

จะเชื่อไหมละนั่นว่า "คนโรคจิต" ในบ้านของผมเป็นแม่บ้านดูแลความสะอาดเสื้อผ้าและบ้านเรือนตามบ้านพักตำรวจ บ้านพักคนใกล้เคียงจำนวนไม่น้อย

จะเชื่อไหมละนั่นว่า เมื่อถึงฤดูกาลเก็บเกี่ยว "คนโรคจิต" ในบ้านของผมถูกจองตัว และโก่งราคาจนน่าปลื้มใจนัก

อวดอะไรดี

ชีวิตข้าราชการเงินเดือนสักกี่บาทเชียว ถ้าจะอวดได้ จะเอาอะไรอวดดีละ ? เงินเดือนคงไม่ใช่แน่ๆ
ขุขันธ์มีไฟแดง 1 แห่ง ผมละอิจฉาคนกรุงเทพฯจริงๆ ที่มีแยกไฟแดงให้นับ มีตัวเลขให้นับย้อนหลังเล่นเพลินๆ ยามไฟแดงนานๆ (อิอิ)

พี่ๆ ที่มหิดลส่ง sms มาถึงอยู่เสมอๆ ทำนองว่า "ไอ้น้อง อย่าอิจฉาพี่นะ ถ้าจะบอกว่าวันนี้ฝนตก แล้วก็รถติดโคตรๆ 2 ชม. แล้วยังไม่ไปไหนเลย"

 

คำถามเชิงอวด ก็คงประมาณว่า...
ได้ยินเสียงกบ เสียงเขียดครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ ได้เห็นแสงหิ่งห้อยครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ ?
ผมได้ยินทุกวัน ได้เห็นแทบทุกวัน เพราะเสียงและแสงที่ว่าก็โบยบินอยู่หลังบ้านผมนี่เอง
พี่ๆ น้องๆ ที่คุ้นเคยจะได้ยินเสียงที่ว่านี้เสมอๆ ถ้าโทรศัพท์มาในยามเย็น

ตื่นขึ้นยามเช้าด้วยบรรยากาศสดชื่น จิบกาแฟ เดินชมสวนป่าหลังบ้าน
สายๆ หน่อยไปรอตักบาตรพระ
สายๆ หน่อยปั่นจักรยานสีแดงเข้าทำงาน

ชีวิตหลังเลิกงาน นั่งคุยกับ "คนในบ้าน" กลางสนามหญ้า หรือไม่ก็ใต้ต้นมะขาม ติดตามถามไถ่ บอกเล่าเรื่องราวชีวิตที่ผ่านมาทั้งของเราและของเขา

ชีวิตหลังเลิกงานวิ่งออกกำลังกายรอบป่าชุมชน ที่มีถนนตัดล้อมรอบสถานสงเคราะห์พอๆ กับความกว้างของสนามหลวงสัก 2 เท่า

ชีวิตหลังเลิกงานปั่นจักรยานไปตามถนนกลางท้องทุ่ง ข้าวกำลังเขียวขจีเชียว ลมโชยกลิ่นท้องทุ่งให้สูดเสียเต็มปอด

ชีวิตหลังเลิกงานปั่นจักรยานเข้าเมืองอยู่ทุกเย็น เป็นการปั่นเพื่อออกกำลังกาย เป็นการปั่นเพียงเพื่อได้มติชน 1 ฉบับ หรือกล้วยน้ำว้า 1 หวี

ชีวิตผมกลับมาอีกแล้ว ชีวิตที่ผมเป็นผู้กำหนดอัตราเร่งได้เอง

ผมละลืมไปเลยว่าผมเคยตื่นแต่เช้า เพื่อไปหลับต่อบนรถเมล
บ้านพักข้าราชการอยู่ติดป่าอย่างนี้ ก็บ้านพักรีสอร์ทดีๆ นี่เองละ (ฮา)

ถ้าจะอวดอย่างยิ่งก็คือ การโทรไปอวดแม่ว่า มาอยู่ที่นี่ได้พี่ชายและพี่สาวแสนดี คู่นึง  เป็นพี่ชายและพี่สาวที่เป็นผู้ดูแลผู้รับการสงเคราะห์ เป็นพี่ชายและพี่สาวที่น่ารักยิ่ง เป็นพี่ชายและพี่สาวที่เป็นกัลยาณมิตรยิ่ง

อะไรที่เปลี่ยนแปลงไป

ไม่รู้สิ อะไรเปลี่ยนบ้างผมก็ไม่รู้ แต่น่าจะมีหลายๆ อย่างที่เปลี่ยนไป
1. ฟังมากขึ้น มากขึ้นกว่าเดิม  ขณะเดียวกันก็พูดมากขึ้น พูดมากขึ้นกว่าเดิม  และเหมือนว่าเริ่มจะดุเสียด้วยสิ (ฮา)

2. มีจักรยานเป็นของตัวเอง สีแดงเสียด้วย ไม่คิดนะว่าจะปั่นไปถึงขุขันธ์ได้ทุกวันๆ ละ 10 กม. เป็นปลื้มเสียทีเดียว ถามว่าปั่นไปทำไม คนในบ้าน (Client) แนะว่า "พ่อก็ตอบไปสิว่าไปเที่ยว-ไปออกกำลังกาย อย่าบอกเขานะว่าไปซื้อของ"  ก่อนหน้านี้ ถ้าวันไหนวิ่งรอบสวนจิตรฯได้ถึง 2 รอบละก็นะ (เป็น 2 รอบที่ "วิ่ง" มากกว่า "เดิน") เป็นต้องให้รางวัลตัวเอง แต่ขอวิ่งเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์เท่านั้น เพราะวันธรรมดาไม่ไหวครับ เหม็นกลิ่นควันรถ-วันธรรมดารถติดแจ บริเวณรอบสวนจิตรฯ วิ่งเสร็จต้องทานไทลินอลทุกคราวไป

น้องๆ ที่ มสช. 2 คน เหมือนนัดกัน เมื่อทราบว่าพี่เขาถอยจักรยานคันใหม่ แนะว่าให้หาแผ่นซีดีเก่าๆ มาปิดไว้ท้ายจักรยานเพื่อความปลอดภัย พร้อมกำชับว่า "เห็นบ้านนอกเขาทำกัน" และ "เห็นไหมพี่ เขาติดไว้ที่หางช้างหนะ แสงวูบๆ วาบๆ สะท้อนแสงดีออก"

3. มารู้จักใช้ KA Whitening Protection Cream SPF 50 ครั้งแรกก็ที่นี่แหละ เป็นการใช้ครั้งแรกเมื่ออายุ 30 เศษที่นี่ละ ประสาคนไม่เคยทาแป้ง ไม่เคยทาครีม ก็ขัดใจเสียจริง แต่พอลองใช้ดู อืมม์ มันดีกว่าไม่ใช้แฮะ  วันไหนไม่ใช้ตกเย็นมาหน้าคล้ำซะ เอ๊ะ หรือว่าผมคิดไปเอง...  (แต่แป้งหอม ยังคงใช้ไม่เป็นอยู่ต่อไป ใครอย่าได้ปรารถนาดี)

4. สิ่งที่แย่คือ ผมดื่มบ่อยกว่ามาตรฐานปกติที่ดื่มปีละหน-สองหน  ยอมรับว่าการดื่มเหมือนเป็นการลงทุนอย่างไรชอบกล เป็นการเพิ่มเพื่อให้ได้ "ใจ" ของพี่ๆ เพื่อนๆ และ "ผู้ใหญ่" ในพื้นที่  ใครนะช่างพูดกับประโยคว่า "สุรามาปัญญาเกิด"    ดังนั้น การทานข้าว-การดื่ม ในช่วงที่ผ่านมาจึงเป็นการใช้พื้นที่สำหรับการคุยงาน สร้างความคุ้นเคย สื่อสารวิธีคิด วิธีทำงานของผมต่อพี่ๆ เพื่อนๆ และ "ผู้ใหญ่"  เป็นใช้พื้นที่  เป็นการสื่อสารในช่วง after work  เพราะในเวลางานเหมือนจะเป็นทางก๊าน-ทางการ ไม่อยู่ในบรรยากาศแบบพี่ แบบน้อง (1. ผมคงต้องพยายามปรับเปลี่ยนรูปแบบการประชุมต่อไป... 2. ผมถอยแล้วเรื่องดื่มเพราะภารกิจเสร็จสิ้นแล้ว (ฮา))

5. อยู่ที่นี่อบอวลไปด้วยความรัก ไม่น่าเชื่อว่าความรักจะอบอวลในสถานสงเคราะห์คนไร้ที่พึ่ง ที่ซึ่งใครๆ ก็ไม่มีคนรัก แต่ที่นี่ก็รักซึ่งกันและกัน โดยเฉพาะ "รัก" ที่ให้กับพ่อนักสังคมฯ--- "พ่อมีแฟนหรือยัง" -- "พ่อหล่อจังเลย"--"พ่อไปไหนหลายวัน ไม่เห็นมาเขตหญิงบ้างเลย"--"รักพ่อนะ"--"พ่อพูดเพราะจังเลย"--"พ่ออย่าย้ายไปไหนนะ"  ฯลฯ ---  เขาจะรู้ไหมละนั่นว่า พ่อเป็นพวกบ้ายออยู่พอดี

6. น้ำหนักเหมือนว่าจะเพิ่มขึ้น ไม่กล้าชั่งน้ำหนัก เพราะกลัวความจริงที่จะปรากฏบนตาชั่ง (555)


อะไรที่อยากเล่า แต่ยังไม่ทันได้เล่า

Success Story : กระบวนการถอดบทเรียน แลกเปลี่ยนเรียนรู้อย่างง่ายๆ

Love Letter : จดหมายจากบ้านใหญ่ถึงบ้านใหญ่ จดหมายจากเรือนจำถึงสถานสงเคราะห์

เรื่องของรองฯหลอด : ตำรวจหนุ่มไฟแรงแห่ง สภ.ต.ปรือใหญ่ จับสารพัดคดีไม่เคยกลัวเกรง แต่พอรับแจ้งให้ไปช่วยดำเนินการจับผู้ป่วยทางจิตอาละวาดในชุมชน เป็นต้องเรียกเจ้าหน้าที่สถานสงเคราะห์ทุกคราวไป  อย่าได้แปลกใจถ้ารถตำรวจจะไปถึงก่อน ตามด้วยรถของสถานสงเคราะห์ ขณะที่ EMS ของ รพ.ขุขันธ์จะตามมาติดๆ

เรื่องของแม่หนิง : ยอดพยาบาลกับสารพัดสารพันเทคนิคในการจัดการต่อผู้ป่วยโรคจิต  พอๆ กับบทบาทการเป็นเจ้าแม่นักวางแผนการเข้าชาร์จร่วมกับรองฯหลอด

ผู้ปกครองสถานสงเคราะห์ : ใครนะคิดชื่อตำแหน่งนี้ ช่างน่ารักเสียจริง

หัวหน้าอย่าเอาพี่เป็น Case นะ : หลายครั้งหลายหนกับคำขอร้องของเหล่าพี่ๆ

เรื่องเล่าใต้ต้นมะขาม : เบื้องหลังชีวิตของคนในบ้านที่มักจะถูกถ่ายทอดในพื้นที่บริเวณใต้ต้นมะขาม (ผมไม่ได้สัมภาษณ์หรือสอบประวัตินะ ผมแค่อยากรู้ แต่ขออนุญาตจดนะครับ พักนี้สมองเบลอๆ จำอะไรไม่ค่อยได้นาน (ฮา)--ใครเขาก็รู้ละว่า พื้นที่ใต้ต้นมะขามเป็น "พื้นที่สงวน" ให้สะอาดเข้าไว้ เพื่อใช้ในการ "สอบ" ของนักสังคมฯ)

นินทา "ยักษ์" ใต้ถุนบ้าน นินทา "ยาว" อาบน้ำค้าง : ผมนอนบนตึกไม่หลับ ผมมุดนอนใต้ตึกต่อได้ไหมพ่อ นะๆๆๆ ไม่เป็นไรหรอก ผมนอนอย่างนี้มาหลายปีแล้ว, พ่อเห็นใจผมเถอะ ผมหายใจไม่ออก ขอผมนอนใต้ต้นไม้นี่แหละ อาบน้ำค้างแล้วสดชื่น (เฮ้อ...)

ชีวิตในสถานสงเคราะห์ : หายใจเข้าก็ผู้รับฯ หายใจออกก็ผู้รับฯ หนูงอนแล้วนะแม่ สนใจหนูมั่งสิ
ฯลฯ


เป็น 2 เดือนที่หฤหรรย์ยิ่งนัก

โปรดอย่ารอคอย แต่โปรดติดตามด้วยความระทึกในดวงหทัยพลัน (ฮา)

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 44666
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 12
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (12)

       อ่านไปยิ้มไป (ยังไม่ได้บ้านะคะ)  เป็นบันทึกที่น่ารักมากๆ  ภาพสวยจัง ไม่ได้เห็นต้นไม้เขียวอย่างนี้มานานแล้ว น่าอิจฉาเจ้าหน้าที่ที่สถานสงเคราะห์นะคะได้อยู่บ้านพักกึ่งรีสอร์ทอีกต่างหาก หิ หิ

      อ่านแล้วทำให้อยากเข้าไปอยู่ในสถานสงเคราะห์บ้างจังค่ะ อ๊ะ ๆๆ ไม่ใช่..ในฐานะผู้รับบริการนะคะ

            กำลัง ติดตามอ่านด้วยความระทึกในดวงหทัยพลัน  ขอให้สนุกกับงานนะคะ.....

    

อ่านไปยิ้มไป เช่นกัน เป็นห่วง ข้อ 4 ในอะไรของท่านจัง "บรรยากาศเป็นใจ"  แอบอิจฉาสิ่งที่ท่านอวดประมาณว่า...
ได้ยินเสียงกบ เสียงเขียดครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ ได้เห็นแสงหิ่งห้อยครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ ?
ผมได้ยินทุกวัน ได้เห็นแทบทุกวัน เพราะเสียงและแสงที่ว่าก็โบยบินอยู่หลังบ้านผมนี่เอง
พี่ๆ น้องๆ ที่คุ้นเคยจะได้ยินเสียงที่ว่านี้เสมอๆ ถ้าโทรศัพท์มาในยามเย็น

ตื่นขึ้นยามเช้าด้วยบรรยากาศสดชื่น จิบกาแฟ เดินชมสวนป่าหลังบ้าน
สายๆ หน่อยไปรอตักบาตรพระ
สายๆ หน่อยปั่นจักรยานสีแดงเข้าทำงาน

ชีวิตหลังเลิกงาน นั่งคุยกับ "คนในบ้าน" กลางสนามหญ้า หรือไม่ก็ใต้ต้นมะขาม ติดตามถามไถ่ บอกเล่าเรื่องราวชีวิตที่ผ่านมาทั้งของเราและของเขา

ชีวิตหลังเลิกงานวิ่งออกกำลังกายรอบป่าชุมชน ที่มีถนนตัดล้อมรอบสถานสงเคราะห์พอๆ กับความกว้างของสนามหลวงสัก 2 เท่า

ขอบคุณ คุณ Bee Angle

ขอบคุณ คุณ เมตตา ชุมอินทร์

ดีใจเสียจริงครับ ถ้าบันทึกนี้ทำให้ยิ้มได้

ยิ้มได้กับบันทึกเรื่องราวการปฏิบัติงานโดยปกติ
อย่าได้แปลกใจ ถ้าท่านมีโอกาสได้พูดคุยกับเจ้าหน้าที่สถานสงเคราะห์คนไร้ที่พึ่ง ทั้ง 11 แห่งทั่วไทย
แล้วพบว่ามีบุคลิกลักษณะร่วมที่สำคัญประการหนึ่งคือ ยิ้มง่าย พูดสนุก และพรั่งพรู

ก็ให้เข้าใจว่า เขาอยู่กับคนมีอาการทางจิตมาเสียนาน (ฮา)

 

จริงๆ แล้วประโยคนี้
คำถามเชิงอวด ก็คงประมาณว่า...
ได้ยินเสียงกบ เสียงเขียดครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ ได้เห็นแสงหิ่งห้อยครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ ?

ถ้าจะให้เต็ม ควรเขียนว่า
คำถามเชิงอวด ก็คงประมาณว่า...
ได้ยินเสียงกบ เสียงเขียดครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ ได้เห็นแสงหิ่งห้อยครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ ได้เห็นตุ๊กแกตัวเป้งๆ ครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ ได้ยินเสียกั๊บ...แก่...กั๊บ....แก่...แอ่ๆๆๆๆ  ครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่?

ฮา..

  • อ่านบันทึกแล้ว...อยากแพคกระเป๋าโดยพลันตามคำขอ แต่ติดที่ว่ายังมีภารกิจที่คั่งค้างอีกมากมายตามประสาคน soil cover my tail...ดินพอกหาง...(แอบขอยืมสำนวนท่านจันทร์เมามายมา)
  • อยากเข้าไปอยู่ในสถานสงเคราะห์บ้างจังค่ะ อ๊ะ ๆๆ ไม่ใช่..ในฐานะผู้รับบริการนะคะแล้วถ้าบ้านพักกึ่งรีสอร์ทของพี่เขามีตุ๊กแกตัวเป้งๆ ล่ะ ยังยืนยันความประสงค์เดิมหรือเปล่าจ๊ะ...คุณ Bee Angle (ยิ้มๆ)

ขออนุญาติใช้สิทธิ์พาดพิงค่ะ...

       ตะแรกก็คิดจะแพคกระเป๋าตาม moomi ไปด้วยคน 

      แต่พอคุณมงคลกรุณาขยาย คำถามเชิงอวด อย่างชัดเจน  อีกครั้งว่า...

ได้เห็นตุ๊กแกตัวเป้งๆ ครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ ได้ยินเสียกั๊บ...แก่...กั๊บ....แก่...แอ่ๆๆๆๆ  ครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่

เอี๊ยด..ด...ด....ด....!!!!..   เหยียบเบรคสุดแรงเกิด

ขอคิดดูก่อนเด้อ....ข่อย ย่าน ต๊กโต   Fainting 

อิจฉาคุณ เพราะชีวิตดิฉันประมาณว่า 

ก่อนรุ่งสาง       อุ๊ยตาย....หลับลืม ทำไงดีหอบงานมาทำยังไม่ได้ทำเลย
รุ่งสาง.....ได้ยินเสียงรถเครื่องยนต์แข่งกันบนถนน เออ...เช้าแล้ว ต้องออกไปแข่งด้วยอีกคัน.....เร็วๆ ลูก...วันนี้แม่สายอีกแล้ว...... 
เช้าอีกนิด...เช้านี้....หนูไปหาอะไรกินเองแล้วกันนะ แม่ประชุมแต่เช้า....เอกสารยังไม่เสร็จเลย.....
เย็นวันพฤหัส...วันหยุดนี้น้องมีงานต่างจังหวัด....คุณพ่อว่างเลี้ยงลูกมั๊ย ไม่งั๊นจะได้หาที่ฝากไอ้ตัวเล็ก.....
เย็นวันอาทิตย์   พรุ่งนี้วันจันทร์อีกแล้ว....น้องยังไม่ได้รีดผ้าเลย......
อีกหน่อยดิฉันคงได้ไปอยู่สถานสงเคราะห์เป็นแน่แท้ ไม่เดินไปเองก็คงมีคนหามไป.....ฮา ฮา ฮา

ขอบคุณทุกท่านครับ ที่ทำให้บันทึกนี้อบอุ่นยิ่ง

อย่างนี้แหละครับ หาความศิวิไลซ์ขายไม่ได้ก็ขายความเป็นบ้านนอกนี่ละ  อวดความเป็นบ้านนอกนี่ละ เนอะ  (เหมือนอย่างที่ใครๆ ก็ไปเบิ่งลาว ก็ไม่ได้ไปเบิ่งความศิวิไลซ์เสียที่ไหนละ)

กรณีกั๊บแก่...ต๊กโต
คุณBee Angle คุณMoomi อย่าได้กลัวไป ลูกๆ ในบ้าน (Client) รับอาสาจับตลอด 24 น. ครับ  (แต่ก็นั่นแหละ บ้านติดป่าอย่างนี้ พอฝนหลาก เผลอๆ มีงูมาพาดกะไดอยู่บ่อยๆ ด้วยนะเออ---ท่านว่า งูมา สาวมา ไม่ยักกะมีเลย)

กรณี (อดีต) สาวบ้านป่าที่อยากหวนกลับ
ผมว่าต้องติดใจแน่ๆ เพราะหลังบ้านผมเป็นป่าหาเห็ด

ราวสัก 05.00 น. เสียงบอกว่า "หัวหน้าฝากจักรยานหน่อยนะ หัวหน้าฝากมอ'ไซค์ หน่อยนะ...."  พอสัก 6 โมงเช้า จะมีรถจักรยานและมอเตอร์ไซต์จอดข้างบ้านผมราว 5-6 คัน 

เป็นรถของชาวบ้านที่มาฝากจอดไว้เพื่อเข้าไปหาเห็ด
จอดที่ข้างบ้านพัก เพราะบ้านพักผมเปิดไฟไว้  และเพราะเปิดไฟไว้นี่ละ ถึงเป็นที่ชุมนุมของตุ๊กแก

ราว สัก 7 โมงเศษๆ จะเห็นชาวบ้านออกจากป่า พร้อมกับสารพัดเห็ดกันคนละกะบุง


คุณเมตตา ชุมอินทร์

สู้ๆๆๆๆ ครับ

อีกแล้วครับ 'ขาย' ความเป็นบ้านนอกอีกแล้ว  <(*__)>

กรณีกั๊บแก่...ต๊กโต
คุณBee Angle คุณMoomi อย่าได้กลัวไป ลูกๆ ในบ้าน (Client) รับอาสาจับตลอด 24 น. ครับ  (แต่ก็นั่นแหละ บ้านติดป่าอย่างนี้ พอฝนหลาก เผลอๆ มีงูมาพาดกะไดอยู่บ่อยๆ ด้วยนะเออ---ท่านว่า งูมา สาวมา ไม่ยักกะมีเลย)

  • แค่กั๊บแก่ กะ ต๊กโต Bee Angle ยังต้องเหยียบเบรคสุดแรง
  • นี่ยังมีโปรโมชั่น...วันฝนตก เป็นน้าเน็ก (งู) มานอนพึงพุงพาดกะไดบ้านอีก ยั่งงี้..เห็นทีจะ ต้อง...ใส่เกียร์ถอยหลังเหยียบคันเร่งอย่างแรง (ฮา..)
  • ท่านว่า งูมา สาวมา ไม่ยักกะมีเลย  เห็นจะจริงค่ะ เพราะว่าถ้าปล่อยให้น้าเน็กออกมาเลื่อยเพ่นพ่าน สาวคงไม่มาแน่ แค่คิดก็...บรื้อ.!! สยองอย่างแรงแล้ว
  • ส่วนเรื่องเห็ด..ถ้าตัดเรื่องต๊กโต กะ น้าเน็กออกไปได้ อืม..น่าสนใจ (ขำ ขำ)

ปล. อิจฉาคนบ้านนอกจริง จริ๊ง

เกือบเที่ยงคืนวันที่ 14 ส.ค. กำลังอ่านเพชรพระอุมา (รอบที่เท่าไหร่ไม่รู้) เพื่อรวบรวมประดาท่านสมาธิที่ควรมี แต่หนีเที่ยวซะหลายเพลา  ให้มาประทับในจิตข้าฯ  ณ บัดดล

พลัน...ได้รับโทรศัพท์ที่ถามไถ่สารทุกข์ (คงไม่สุขนัก) และได้ตกปากรับคำเป็นมั่นเหมาะว่าจะมาอ่านบันทึก

วันที่ 15 ส.ค. ....ตายแล้ว ลืมเข้าไปดู.....23.56 น. พรุ่งนี้ละกัน...

วันที่ 16 ส.ค. ....เลี้ยงส่งเพื่อนร่วมงาน....เพลิน  นึกได้ 01.23 น. ของอีกวัน...เฮ้อ!!!

วันที่ 17 ส.ค. ...ทำงาน...เพลิน  นึกขึ้นได้ เข้าไปอ่านดูซะหน่อย....เอ..อยู่ตรงไหนน้า  Add. ไว้ใน Favorites นี่น่า  ทำไมหาไม่เจอ...  อ้อ...อยู่สุดท้ายเลย....นี่แหละน้า....ไม่สำคัญนิ...อิอิ

เปิดดู อ่านไป อ่านแล้วถอนหายใจ....อ้าว   จ้องมองดูรูป  นิ่งไปพักใหญ่  น้ำตาพาลจะไหล....

------เขาทำได้แล้ว เขามีความสุข----

ดอกลำดวนชวนโชยระรวยกลิ่น

กระสาดินกลิ่นไอให้ลุ่มหลง

บรรเจิดภาพเงาฝันอันบรรจง

ให้พะวงหลงไหลในจิตรา

ย้อนนึกไปเมื่อสองเดือนก่อนหน้านี้  วันนั้นที่เห็น กับวันนี้ที่เป็น....

ยิ้มละมุนอุ่นละไมในดวงหน้า

แล้วแย้มพาดวงจิตคิดกำสรวล

บรรจงร้อยเรียงถ้อยคำและสำนวน

แลทบทวนวันวานที่ผ่านมา...

ไม่ได้มาเยี่ยม บ้านของคุณมงคล เสียนาน สาวๆและกำลังใจท่านเพียบเลย  น่าอิจฉา........จัง

........................

เรื่องราวที่ท่านเกริ่นมา น่าสนใจทั้งนั้น ...คงจะได้คอยติดตามดูอย่างต่อเนื่อง........

ให้กำลังใจครับ 

 

อ่านแล้วได้บรรยาของธรรมชาติต่างจังหวัดดีนะ องค์กรที่ไหนก็มีรูปแบบการทำงานไม่เหมือนกัน อยู่ทีนี้ทำตัวสบาย ๆๆ มีความสุขดี จริงไหม ว่าง   ๆ พี่มงคลลองเขียนหนังสือชีวิตที่เปลี่ยนไป จากเมืองแห่งแสงสี มาใช้ชีวิตแบบเรียบง่าย จะหากิน KFC ทั้งที่ต้องปั่นจ้กรยานเข้าไป ในตัวเมือง ไกลโน้น (ปั่นถึงหรือเปล่าไม่รู้) อ่านแล้วสนุกดีคะ
ไม่รู้จะพูดอะไรได้  นอกจากอ่านไปยิ้มไป  เป็นบันทึกที่น่ารักมากๆ  น่าอวดซะด้วยสิ....สู้ต่อไปนะพ่อ  อิอิ.....