วันนี้ช่วงสายได้มีโอกาสสนทนากับสุภาพสตรีท่านหนึ่งที่เป็นมิตรกันมาตลอด...ในหัวอกแห่งความเป็นลูกผู้หญิง..
ดิฉันได้ติดตาม...เรื่องราวของเธอมาตลอด...เธอมีชายคนรักที่ศรัทธามาก...ที่เฝ้ารอคอยมาตลอดสิบปี...โดยที่ชายคนรักนี้สัญญาว่าจะแต่งงานและมีครอบครัวด้วย...โดยที่ชายคนนี้แต่งงานมีครอบครัวแล้วและมีลูกสาวหนึ่งคน...แต่เธอคนนี้ก็เฝ้ารอมาตลอด...
เธอทำทุกอย่างเพื่อรอคนที่รัก..แม้สังคมจะตราหน้าเธอว่าอย่างไรก็ตาม แต่เธอก็ยังศรัทธา...ในรักนั้น
...
ในยามที่เขาทุกข์ท้อมา...เธอคนนี้จะคอยเฝ้า...ดูแล
ในยามที่เขาเจ็บป่วยไม่มีใคร...เธอคนนี้..ก็คอยห่วงใย...อย่างไร้รังเกียจ...
ด้วยหัวใจแห่งรัก...เธอยอมทนทุกข์และถูกกระทำ...เรื่อยมา...
...
ชายคนรักของเธอ...ยังคงวิ่งแสวงหารัก...จากหญิงอื่น..เสมอโดยใช้ภาพแห่งการทำงานและความมีอุดมการณ์เป็นเครื่องมือในการแสวงหาความรักที่จะมาเติมเต็ม...
...
ภรรยาและลูกสาวก็อยู่เงียบๆ...ที่บ้าน โดยเขาสัญญาว่าในชีวิตจะไม่เลิกลากับภรรยาแต่ขอทำงานตามอุดมการณ์ ซึ่งภรรยาของเขาเป็นผู้หญิงที่เข้มแข็ง...และกับเธอคนนี้เขาก็ยังให้ความหวัง...มาตลอดว่ารอลูกสาวโตเขาจะจัดการให้เรียบร้อย...โดยการหย่ากับภรรยา
ด้วยหัวใจแห่งรัก...เธอก็รอ...รอเพราะรัก...ทำทุกอย่าง แม้แต่การกู้หนี้ยืมสิน..หาเสื้อผ้าราคาแพงให้เขาสวมใส่...หาเงินใส่กระเป๋าให้เขา ...ก่อนหน้านี้เขาเป็นเพียงผู้ชายเฉยๆ..คนหนึ่งที่มาดูดีขึ้นเพราะผู้หญิงคนนี้จัดสรรหาให้...
...
แต่ตลอดเวลา...เขาคนนั้นก็ไปหลอกล่อผู้หญิงอื่นให้มาติดกับแห่งพันธการในรักของเขา...เขาจะไปบอกกับผู้หญิงทุกคนที่เข้ามาในชีวิตว่า"เขาแยกทางกับภรรยาแล้ว"...ภรรยานอกใจไปมีชู้...หรือหากใครทราบเรื่องของผู้หญิงคนนี้อีกคนของเขา...เขาก็จะบอกต่อสังคมว่าเธอเป็นคนไม่ดี ทั้งๆที่เธอคอยช่วยเหลือเขาทุกอย่างทั้งทรัพย์สมบัติและสิ่งของทางวัตถุที่เขาอยากได้ ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์มือถือ โน๊ตบุ๊ก หรืออะไรอีกหลายอย่าง...เธอเล่าให้ฟังว่า..."ใครจะว่าโง่ก็ตามหากแต่เราได้รัก...เราก็ขอยึดมั่นในรักนั้น"...
...
เขามีผู้หญิงใหม่คนแล้วคนเล่า...หลอกล่อให้มารัก...และหากผู้หญิงใหม่ที่มารักเขารู้ความจริงทุกอย่างและขอเลิก...เขาก็จะบอกต่อสังคมว่าผู้หญิงคนนี้นอกใจ..ไปมีคนรักใหม่...เขาถึงต้องซมซานปวดร้าวใจอยู่เฉกเช่นนี้ และก็จะมีผู้หญิงคนใหม่เข้ามาเห็นใจ ปลอบประโลมและเขาก็จะบอกเธอคนใหม่อีกครั้งว่า..."ผมรักคุณ"...และผู้หญิงคนใหม่นี้ก็จะติดกับเข้าไปในวังวนของเขาอีกคน...

ฟังดูเหมือนเป็นวัฏจักรแห่งวังวนของความรัก
แต่ดิฉันมองว่าเป็นเรื่องกรรมที่ติดพันกันมาตั้งแต่ชาติก่อน...ที่ต้องมาชดใช้กันในชาตินี้...
ฉันได้บอกผู้หญิงคนนั้นไปว่า...ให้อภัยและอโหสิกรรม...ต่อผู้ชายคนนั้นเสียเถอะ...เพื่อที่เธอจะได้สบายใจ...และยืนอยู่อย่างยืนหยัดอย่างทรนงด้วยหัวใจแกร่งแห่งความเป็นลูกผู้หญิง...

แต่สิ่งหนึ่งที่รู้สึกกังวลตามมา คือ...ผู้ชายคนนี้มีลูกสาว...กรรมทุกอย่างที่เขาทำต่อผู้หญิง..สักวันผู้ที่รับกรรมนั้นอาจเป็นลูกสาวที่ผูกพันกันด้วยสายใย...แห่งจิตของความเป็นพ่อลูก...สิ่งที่ทำได้ในตอนนี้ที่บอกเธอคนนั้นไป คือ...การเฝ้ามองความเป็นไปของเขา...ในจุดที่สิ้นสุดแห่งชีวิตว่าจะจบลงเช่นไร...

ด้วยหัวใจรักที่ศรัทธาต่อชีวิต...จึงขออนุญาตคนต้นเรื่องนำเรื่องราวมาบันทึกไว้เพื่อเป็นอุทาหรณ์สอนคนอีกหลายคนที่กำลังตกลงไปติดบ่วงแห่งกรรมนั้น...

 

นิภาพร  ลครวงศ์

13 สิงหาคม 2549