“Hydrangea”  หรือ ไฮเดรนเยีย เป็นดอกไม้จากต่างประเทศแต่รู้จักกันมานานแล้วในประเทศไทย สันนิษฐานกันว่า คุณไฮเดรนเยียนี้ เดินทางเข้ามาในประเทศไทยในสมัยรัชกาลที่ 5 แต่จะเข้ามาในไทยสมัยใดก็ช่างเถอะ เพราะตอนนี้ไฮเดรนเยียเป็นดอกไม้ที่แพร่หลายในประเทศไทย และเป็นที่นิยมของนักจัดสวน รวมทั้งนิยมนำมาประดับในงานแต่งงาน
 

 

คำว่า  hydrangea มาจากรากศัพท์ภาษากรีก ที่ว่า  water (hydro) และ vessel (angeion) = bowel of water ที่เรียกเช่นนั้นคงเป็นเพราะรูปทรงของดอกคล้ายอ่าง แล้วก็เค้าชอบน้ำมาก...พอขาดน้ำหน่อยก็เหี่ยวเฉา แต่ข้าพเจ้าคิดว่าเจ้าดอกไฮเดรนเยียดูเป็นพุ่มๆ กลมๆ คล้ายอ่างน้ำซะมากกว่า...ดอกไฮเดรนเยียเป็นดอกไม้ที่หลายๆ คนคงจะรู้จักดี แต่ว่าก็ยังมีอีกหลายคนที่เคยเห็นแต่ยังไม่ทันได้ทำความรู้จักกับคุณเธอ....เรามาทำความรู้จักกับเธอกันดีกว่า  

 

 

ข้อมูลทางด้านพฤกษศาสตร์

 

 

               ไฮเดรนเยีย (Hydrangea) เป็นไม้พุ่งสูง 1-3เมตรจัดเป็นพืชหลายฤดูชอบอากาศหนาวเย็น บางชนิดเป็นไม้ยืนต้นหรือไม้เลื้อยแต่ส่วนใหญ่มักเป็นไม้พุ่มเตี้ยใบเกิดแบบตรงข้ามแผ่นใบมีขนาดกว้างใหญ่ขอบใบจักช่อดอกเกิดส่วนปลายกิ่งหรือยอด  ลำต้นดอกประกอบด้วยใบประดับที่มีสีสวยงามแล้วแต่พันธุ์ ไฮเดรนเยียอาจผลัดใบหรือไม่ผลัดใบก็ได้ แต่ถ้าเป็นชนิดที่อยู่ในเขตอบอุ่นจะผลัดใบ พักตัวในฤดูหนาว
 
 
ดอกของไฮเดรนเยียเกิดที่ปลายยอดกิ่งหรือยอดลำต้น เป็นช่อดอกแบบช่อเชิงหลั่นหรือช่อแยกแขนง(corymbsorpanicles) ช่อดอกประกอบด้วยดอกสองแบบคือกลุ่มดอกสมบูรณ์เพศซึ่งมีขนาดเล็กที่อยู่บริเวณใจกลางช่อดอกใหญ่ ส่วนกลุ่มดอกที่มีขนาดดอกย่อยใหญ่สะดุดตานั้นความจริงเป็นดอกที่เกิดจากกลีบดอกประดับดูสะดุดตา เกิดเป็นวงรอบขอบนอกของช่อดอกใหญ่ไฮเดรนเยียบางชนิดมีช่อดอกซึ่งประกอบด้วยดอกย่อยสมบูรณ์เพศ ทั้งช่อเลยก็มี ดอกไฮเดรนเยียส่วนใหญ่จะมีสีขาวเป็นหลัก แต่บางชนิด เช่น H. macrophylla อาจเป็นสีน้ำเงิน แดง ชมพูหรือม่วง ซึ่งขึ้นอยู่กับระดับความเป็นกรดหรือด่างของเครื่องปลูก หากเครื่องปลูกมีสภาพเป็นกรด pH 5.0-5.5 สีดอกจะออกเป็นสีน้ำเงิน ถ้าสภาพเป็นด่างจะให้ดอกสีม่วงหรือชมพูถ้าปลูกในเครื่องปลูกที่สภาพเป็นกลางดอกไฮเดรนเยียจะมีสีครีมซีด
 
 
ทั้งนี้เพราะไฮเดรนเยียเป็นหนึ่งในบรรดาพืชไม่กี่ชนิดที่สะสมธาตุอะลูมินัม ธาตุนี้จะถูกปลดปล่อยออกมาจากเครื่องปลูก ซึ่งมีฤทธิ์เป็นกรด ธาตุนี้จะทำปฏิกิริยากับสารละลายในกลีบดอกทำให้เกิดสีน้ำเงินขึ้นได้ ปกติไฮเดรนเยียต้องการดินที่เป็นกรดอ่อน pH 6.0-6.5 จะเติบโตได้ดี
 
 

การขยายพันธุ์

 

      ไฮเดรนเยียขยายพันธุ์ได้โดยตัดชำกิ่งอ่อนในช่วงฤดูฝนหรืออาจใช้กิ่งกลางอ่อนกลางแก่ก็ได้ในช่วงฤดูร้อน สำหรับในต่างประเทศไฮเดรนเยียมีการพักตัวในฤดูหนาว เขาใช้วิธีตัดกิ่งแก่จากต้นที่พักตังทิ้งใบหมด นอกจากนี้เขายังขุดเอากอขึ้นมาตัดหน่อหรือกิ่งที่อยู่ใต้ดิน (suckers) ออกมาปักชำเป็นต้นใหม่ หรือทำการตอนกิ่ง(layering) เพื่อให้ออกรากจากนั้นจึงขุดแยกไปปลูกต่อไปสำหรับการขยายพันธุ์ในประเทศไทยโครงการหลวงได้ทำการขยายพันธุ์โดยวิธีการปักชำกิ่งช่วงที่เหมาะสมสำหรับการขยายพันธุ์คือช่วงฤดูฝนเพราะสภาพอากาศชื้นและเป็นช่วงที่ต้นพันธุ์แตกหน่อกิ่งก้านมากทำให้มีกิ่งพันธุ์จำนวนมาก
 
 
การเพาะชำอาจปักชำในกระบะชำที่มีทรายหยาบและแกลบดำเป็นวัสดุปักชำและใช้ฮอร์โมนเร่งราก ช่วยให้มีจำนวนและความยาวรากเพิ่มขึ้นจากนั้นจึงย้ายกิ่งลงถุงพลาสติกดำ
 
 
ขอบคุณที่มาจาก: http://www.the-than.com/FLower/F28.html

 

 

 

 
 
ดอกไฮเดรนเยียที่กระถางหน้าบ้าน ไม่ได้กลับบ้านซะนาน เลยไม่ค่อยได้ใส่ปุ๋ยหรือตัดแต่งกิ่ง แต่ก็ยังอุตส่าห์ขยันออกดอกอย่างสม่ำเสมอ

 

 

ข้าพเจ้าเริ่มปลูกดอกไฮเดรนเยียตั้งแต่สมัยตอนที่เรียนมหาวิทยาลัย อาศัยอยู่ในหอพัก จะว่าไปก็เกือบๆ สิบปีก่อนเห็นจะได้ ตอนซื้อมาคนขายบอกว่าอยู่ได้ประมาณปีสองปี...แต่ข้าพเจ้าก็ปลูกมาเรื่อยๆ พอดอกโรยก็ตัดดอก ตัดกิ่งแล้วปล่อยให้เค้างอกใหม่ เวลาตัดกิ่งเค้า ก็จะปักกิ่งที่ตัดนั้นลงบริเวณใกล้ กลายเป็นการขยายพันธุ์โดยการปักชำไปโดยปริยาย บางปีก็ซื้อต้นเพื่อนๆ ไฮเดรนเยียมาปลูกเพิ่ม จะได้เป็นพุ่มใหญ่ๆ เต็มกระถาง...ไปๆ มาๆ ก็เกือบจะสิบปีแล้วที่ข้าพเจ้ามีโอกาสได้ดูแลดอกไม้สีสวยต้นนี้

 

 

 

   

 

ตอนแรกเริ่มเดิมทีที่ซื้อมานั้น ไฮเดรนเยียนี้สีฟ้าอมม่วง แต่ปลูกไปปลูกมา ทำไมกลายเป็นสีชมพูเสียทุกต้นก็ไม่ทราบได้ แต่เท่าที่ได้ยินมาเค้าบอกว่า ดอกไฮเดรนเยียจะเปลี่ยนสีของดอกตามสภาพความเป็นกรด-ด่างของดิน รวมทั้งปริมาณของฟอสฟอรัสและโพแทสเซียมก็มีผลต่อค่าของสีที่เปลี่ยนไป ถ้าดินที่ปลูกมีสภาพเป็นกรด pH 5.0-5.5 สีดอกจะออกเป็นสีน้ำเงิน ถ้าสภาพเป็นกรดอ่อนหรือเป็นด่างจะให้ดอกสีชมพู ถ้าปลูกในดินที่สภาพเป็นกลางดอกไฮเดรนเยียจะมีสีครีมซีด สีของเจ้าดอกไฮเดรนเยียนี้ก็เลยมักจะแตกต่างไปตามสภาพดินและสภาพภูมิประเทศ บางตำราแนะนำวิธีเปลี่ยนสีให้ดอกไฮเดรนเยีย คือ ถ้าอยากให้ดอกเป็นสีฟ้าก็ให้เอาตะปูที่เป็นสนิมหรือตะไบเหล็กผสมลงในวัสดุปลูกเพื่อช่วยเพิ่มความเป็นกรด หรืออาจรดน้ำที่ผสมน้ำแกว่งสารส้มก็จะทำให้ดอกเปลี่ยนจากสีชมพูเป็นสีฟ้าได้

 

 

 

 

ปัจจุบันได้มีการแปรรูปดอกไฮเดรนเยีย โดยการทำเป็นดอกไม้แห้ง        การแปรรูปดอกไฮเดรนเยียในโครงการหลวงสมัยปัจจุบัน ทำโดยการฟอก ย้อมและรักษาความนุ่มนวลของกลีบดอกให้คงสภาพคล้ายดอกสด นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มกลิ่นหอมให้กับเจ้าดอกไฮเดรนเยียแห้งนี้ เพื่อเพิ่มมูลค่าของดอกไฮเดรนเยียให้เป็นที่ชื่นชอบแก่ผู้ซื้อ....ใครจะมาว่าไฮเดรนเยียว่า สวยแต่รูป จูบไม่หอมไม่ได้แล้ว 555

 

 

 

 

ในความหมายของดอกไม้ ดอกไฮเดรนเยียทุกสี เป็น “ดอกไม้แห่งหัวใจด้านชา เค้าว่ากันว่าไม่ควรมอบดอกไม้นี้ให้แก่ผู้ใด นอกจากอยากจะตัดพ้อผู้รับว่า เขาหรือเธอ ช่างเป็นคนใจด้านชาเสียเหลือเกิน แต่ในอีกความหมายหนึ่ง เค้าก็ว่า ดอกไฮเดรนเยีย หมายถึง “คำขอบคุณ…Thank you for understanding...ขอบคุณที่เข้าใจกัน ข้าพเจ้าคิดว่าถ้าลองเอาความหมายมารวมกันอาจจะเป็น "ขอบคุณสำหรับหัวใจที่ด้านชา" ไม่ก็ "ขอบคุณที่เข้าใจหัวใจอันด้านชาของฉัน" อิอิ
 

 

 

ข้าพเจ้าว่า คุณไฮเดรนเยียเค้าไม่ด้านชาหรอก ออกจะ sensitive เสียด้วยซ้ำ ความเป็นกรดด่างของดินเปลี่ยนนิดหน่อย สภาพอากาศเปลี่ยน ล้วนแต่ส่งผลกระทบต่อเค้าทั้งนั้น น่าจะเรียกว่าเป็นดอกไม้ที่อ่อนหวานและอ่อนไหวเสียมากกว่า....^v^
 

 

 

 
ดอกไฮเดรนเยีย อ่อนหวาน และอ่อนไหว...^^
 
 
ข้าพเจ้าว่า ดูๆ แล้วดอกไฮเดรนเยียนี้ก็เหมือนใจของของเรา เวลาสิ่งแวดล้อมเปลี่ยนแปลง มีอะไรนิดหน่อยมากระทบ ใจอันบอบบางของเรานี้ก็รับสิ่งเหล่านั้นไว้ เป็นอารมณ์...สุข ทุกข์แปรเปลี่ยนตามสิ่งภายนอก  แม้อยากจะให้คุณไฮเดรนเยียเข้มแข็ง เป็นสีฟ้า หรือสีชมพูตลอดไม่ต้องเปลี่ยน...แต่ก็ทำไม่ได้ เพราะนั่นเป็นธรรมชาติของเค้า เราทำได้เพียงเฝ้าดู เรียนรู้และเข้าใจถึงการเปลี่ยนแปลงนั้น.... ยิ่งคิดก็ยิ่งเหมือนกับใจเราเสียจริงๆ
 
 

 

 

 
 
ดอกไฮเดรนเยียวัยแรกรุ่นสีชมพูหวาน และไฮเดรนเยียวัยดึกสีเขียวสดใส

 

 

ตอนแรกข้าพเจ้าซื้อดอกไฮเดรนเยียมาปลูกก็เพราะชอบดอกไม้สีฟ้า เรียกว่าซื้อมาเพียงเพราะความสวยงาม สบายตา สบายใจ มองทีไรก็สดชื่น ต่อมาพอได้ฝึกที่จะดูแล ซึ่งการจะดูแลดอกไม้ให้งามนั้นต้องเรียนรู้ลักษณะนิสัยของเค้า ต้องให้น้ำเพียงพอกับความต้องการ ดอกไม้บางชนิดชอบน้ำมาก บางชนิดไม่ชอบน้ำ แสงแดดต้องเหมาะสม เติมปุ๋ยบ้าง พรวนดินบ้าง ให้ความรักความเอาใจใส่ ซึ่งการได้ดูแลต้นไม้ดอกไม้นี้ก็ทำให้ข้าพเจ้ามองอะไรได้อย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น  และ ณ ตอนนี้ ดอกไฮเดรนเยียนี้ยังให้แง่คิดดีๆ กับชีวิต การปลูกไฮเดรนเยียนี้ได้ให้อะไรแก่ข้าพเจ้ามากมายเกิดคาด

 

 

 

    

 

 

พอดอกเริ่มแก่ จะเปลี่ยนจากสีชมพูเป็นสีชมพูซีด...จนกลายเป็นสีครีม แล้วก็ด้านในสุดจะเริ่มมีสีเขียว จากนั้นสีเขียวก็จะค่อยๆ เพิ่มมากขึ้น จนกลายเป็นไฮเดรนเยียสีเขียวในที่สุด

 

 

 

 
 
ดอกมากเกินไปช่อเลยดูเล็ก...ต้องตัดดอกเก่าๆ ทิ้งไปบ้าง แต่จะให้ทิ้งก็น่าเสียดาย เค้าอุตส่าห์ออกดอกมาให้ชม เลยเก็บมาใส่แก้วกาแฟจัดแจกันแบบง่ายๆ เอาแพงพวยมาแซมเพิ่มสีสัน อิอิ

 

 

ไม่ว่าความหมายของดอกไฮเดรนเยียจะเป็นเช่นไร ไฮเดรนเยียก็ยังคงเป็นดอกไม้ที่อยู่ในใจข้าพเจ้าเสมอมา...และจะยังคงประทับอยู่ในใจของข้าพเจ้าไปอีกแสนนาน
 

ขอบคุณที่เข้าใจไฮเดรนเยีย...ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะคะ