GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

คนชายขอบ : ชีวิตใหม่ โรคร้าย และผู้ชายคนหนึ่ง

การฟัง เป็นการแก้ลำวิธีการสำคัญ การปรึกษาถือว่าเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการเยียวยาผู้คนอีกด้วย

มีพยาบาลโทรมา Ward ให้ ผมรับผู้ป่วยคนหนึ่ง ที่ต้องการมาขอรับคำปรึกษา ที่โรงพยาบาลเราไม่มีนักจิตวิทยา ไม่มีพยาบาลจิตเวช ผมอาสาเพราะ งานนี้ท้าทายและถือว่าเป็นโอกาสได้ทำบุญไปด้วย

ด้วยความรู้ที่พอมี จากการรีเฟรชชิ่ง หลายครั้ง (ยังไม่ได้อบรมหลักๆเลย...แต่รีเฟรช เสียแล้ว)  เกี่ยวกับ "การให้คำปรึกษา" แต่ผมก็รักงานนี้ เพราะผมคิดว่าผมเอาจิตใจทำความเข้าใจผู้รับคำปรึกษาแต่ไม่เก็บเอามาเป็นอารมณ์

ผู้รับคำปรึกษา มักจะเดินออกห้องทำงานผมไป ด้วยอารมณ์แตกต่างจากตอนเดินเข้ามา ผมเชื่ออย่างนั้น(ประเมินจาก สีหน้า แววตาและความรู้สึก...ผมไม่ได้ Bias นะ) และหลายๆครั้ง คนเหล่านั้นก็กลับมาอีกครั้งด้วย ความทุกข์ที่สุมอก คลายไป


 

เช้าวันหนึ่ง มีชายคนหนึ่ง  รอผมอยู่ที่ห้อง ใช่แล้วครับ!!!

ผมนัดเขามาฟังผลเลือด...

ผมเตรียมข้อมูลไว้ก่อนแล้ว...เพื่อเตรียมที่จะบอก"ข่าว"ให้เขา

สวัสดีครับ เขายกมือไหว้ผม  ผมรีบยกมือรับไหว้ เขา

ผมดูท่าทางเขาอิดโรย ตาเขียวคล้ำ แววตาดูไม่ค่อยสบายใจนัก ท่าทางซึมๆของเขา ดูเหมือนจะยอมรับ คำตอบของผม ในอีกไม่กี่อึดใจข้างหน้า

ผมเองก็ลำบากใจ กระบวนการให้คำปรึกษาของผม ที่บางทีก็แหกกฏบ้าง แต่ทั้งนี้ผมก็ดูอารมณ์และปัญหาของผู้รับคำปรึกษา

Case นี้เราพูดคุยกัน นานเรื่องของ "ชีวิต" ทั่วๆไป ก่อนที่จะวกเข้ามาเรื่องผลเลือดของเขา ...

เขาเล่าชีวิตของเขาอย่างสนุก แววตาที่เคยสลด กลับวาววับเมื่อเขาพูดถึง สิ่งที่เขาประทับใจ ติดตรึงใจและสลดลงอีกครั้งเมื่อเล่าถึงสิ่งที่เขาโดนกระทบ

ผมได้นั่ง ฟัง...แล้วก็ฟังเขา อย่างสนใจ  ใส่ใจ

ชีวิตก็เป็นอย่างนี้หละ   ละครโรงใหญ่ แล้วแต่กรรมเวร  ผมคิด

"คุณXXX ครับ ผมอยากจะคุยเรื่องผลเลือดของคุณครับ?"

ผมเอ่ยหลังจากที่คุยกันมานานพอสมควร

"บอกเถอะครับ อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด...." เขาหยุดพูด ก่อนที่จะ มองหน้าออกนอกหน้าต่างห้องทำงานผม

"เลือดผมมีปัญหาใช่มั้ยครับ ?" เขาโพล่ง คำถามใหม่ที่ผม เองก็ลังเลที่จะเริ่มบทสนทนา

"เอ่อ...คือย่างนี้ครับ" (ผมใช้บ่อย ประโยคนี้ เพื่อทิ้งอารมณ์ ของตัวเองสักระยะ)

"คือ...ผลเลือดของคุณXXX มีปัญหาครับ ตรวจแล้ว 

ผลเลือดของคุณ ผลเป็น เลือดบวกครับ บวกเอดส์" (ผมพูดภาษาง่ายๆให้เขาเข้าใจ)

"อะไรนะครับ...?!!? " เขาถามย้ำผมอีกครั้ง 

เขานั่งอึ้ง...ไปนานพอสมควร ...ก่อนที่จะถาม ผมต่อด้วยเสียงสั่น...เครือ

เขาตั้งท่าจะ่ถาม พอจะเอ่ย เสียงที่จะพูดก็สั่น ..เบา ...ฟังไม่ได้ความ 

ผมทิ้งระยะเวลาไว้สักครู่.....เงียบ 

"คุณรู้สึกยังไงบ้างครับ??? สิ่งทีผมบอกคุณไป..." ผมถามหลังจากนั้น

"ผมไม่เป็นไรครับ... (เสียงเขาสั่นเครือ) แต่...แต่...ผมจะทำยังไงต่อดีละครับ???"  เขาถามผมต่อ...

บทสนทนาของผมกับเขา ยังดำเนินต่อไปเรื่อยๆจนเสร็จ

.......

...แต่ ผมบอกเขาว่า ชีวิตเขาต้องเดินทางต่อ ด้วยความหวังและพลังใจ

เขายิ้มน้อยๆกับคำพูดผม...

แต่เขาคิดอะไรในใจเขา..ผมไม่อาจทราบได้ 

 


ผู้รับคำปรึกษา แต่ละคน แต่ละปัญหา มีปฏิกิริยาที่แตกต่างกันไป คนไข้ที่ติดเชื้อ HIV+ ก็มีวิธีการยอมรับความจริงที่ต่างกันออกไป

เป็นเพียงเสี้ยวหนึ่งที่ "คนชายขอบ" กลุ่มนี้ จะยอมรับข่าว ที่เขาไม่อยากจะรับฟัง.....แต่ทว่า จำเป็น 

บทบาทของผู้ให้คำปรึกษา ไม่ได้แค่ทำงานในห้องสี่เหลี่ยมแล้ว จบลงตรงนั้น การติดตามการใส่ใจเรื่องเล็กน้อย เป็นเรื่องต่อเนื่องที่ต้องทำกับคนชายขอบเหล่านี้

การปรึกษาเพื่ออิสระภาพของมนุษย์ ใช้วิธี "แก้ลำ" (Contradiction) ในการช่วยแก้ปมทางจิตใจ

การแก้ลำ

คือการทำให้ผู้ที่มาปรึกษาได้มองอีกด้านหนึ่งเพื่อให้เห็นศักยภาพและคุณค่า ด้านมนุษย์สมบูรณ์แบบภายในตัวเอง

การฟัง เป็นการแก้ลำวิธีการสำคัญ  การปรึกษาถือว่าเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการเยียวยาผู้คนอีกด้วย

การฟังอย่างใส่ใจ ปราศจากอคติและการตัดสิน จะช่วยให้ผู้พูดรับรู้ว่ามีคนยอมรับตัวเองอย่างแท้จริงทำให้รู้สึกปลอดภัยและเกิดความรู้สึกไว้วางใจระหว่างกัน

การช่วยให้ผู้อื่นสามารถเข้าถึงเรื่องราวของชีวิตในบางด้าน โดยเฉพาะด้านที่เป็นแบบแผนแห่งความทุกข์ สามารถทำได้โดยการฟังอย่างแท้จริง...การฟังอย่างใส่ใจจะทำให้ผู้เล่าสามารถพูดถึงเรื่องของตนที่เต็ฒไปด้วย

ความรู้สึกอย่างเต็มที่...เมื่อเราได้สัมผัสกับความรู้สึกที่เกิดขึ้นในเบื้องลึกของตน จะส่งผลให้เราตระหนักรู้ถึงความต้องการของตนเองในฐานะ "มนุษย์คนหนึ่ง"

 


ผมไม่สรุป เรื่องราวผู้รับคำปรึกษาคนนี้ให้ในบันทึกนี้ แต่ขอถ่ายทอดเป็นเสี้ยวหนึ่งของชีวิต ที่ "คนชายขอบ" คนหนึ่ง เผชิญอยู่... 

                                                                                   [email protected]

                             ถอดบทเรียน งานประจำ ในวันหนึ่งที่เป็นอดีตของผม

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 43944
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 17
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (17)

ชีวิตคือละครโรงใหญ่ จริง ๆ ค่ะ   คุณเอกโชคดีที่ได้ทำหน้าที่อันน่าภาคภูมิใจนี้  

แล้ว....ชีวิตก็ต้อง....เดิน....ต่อไป

 แล้วพบกันค่ะ 15-16 นี้

เป็นอดีตของการทำงานของผม ซึ่งเป็นความทรงจำและถือว่าเป็น Tacit Knowledge อย่างหนึ่งที่ผมอยากนำเสนอครับ

พบกันที่ "ปาย" วันที่ ๑๕ - ๑๖   นี้ครับ 

คิดถึง"ปาย"ยามบ่ายคล้อยคอยคนเหงา มองดูเรายิ่งใจหายปายเมืองฝัน อยากมาหามารู้จักคนรักกัน ได้แต่หวังว่าสักวันจะเป็นจริง

ยังไม่ทันไร..ยังไม่ทันจะไป มีคนฝากซื้อสื่อการเรียนรู้ที่ปายแล้วค่ะ  ไม่ใช่ใครที่ไหน "ครูใหม่"คนเก่ง  แห่งโรงเรียนรุ่งอรุณ ที่มา Intern ด้าน KM  ที่ สคส. หลังจากอ่านบล็อกของคุณเอกที่เขียนได้ "สวย" จนมีแฟนขลับตรีม 

ครูใหม่เห็นรูปนักเรียนโรงเรียนเผยเต๊อะ (ถ้าจำไม่ผิด) เลยฝากให้ ซื้อชุดนักเรียนกลับไปฝาก เข้าใจว่าจะเอามาเป็นสื่อการสอน

toom รับปากครูใหม่มาแล้วก็มาบอกต่อคุณเอกค่ะ ...ช่วยพาไปซื้อด้วย

 

ผอ.บวร

ฝันจะเป็นจริง ก็คือ"ล่าฝัน"

เป็นนักล่าฝัน เพื่อตามหาฝัน

ขอบคุณครับ 

พี่ตุ่ม ครับ

หากมาที่ปายจะพาไปซื้อครับ

จริงๆเครื่องแต่งกายแบบโรงเรียนเผยเต๊อะ เป็นเครื่องแต่งกายดั้งเดิมของคนจีนยูนนานเลยครับ

 

    โรงเรียนรุ่งอรุณ-ของครูใหม่ อยู่ที่ไหนครับ??

 


 

เหมือนฟ้าถล่มชีพจมดิ่งกลางหุบเหว

สับสนรวดร้าวดังเปลวไฟร้อนซุกในหัวอก

เมื่อรู้ความจริง

ยิ่งร้ายราวตกนรก

อึ้งมึนน้ำตาไหลตก

เรื่องร้าย..ฉันนี้ผู้สร้าง

เวรซ้ำกรรมเก่า โอ้เราผิดพลั้งพลาดลง

ก้าวผิดชีวิตต้องปลง

ยอมรับความจริงทุกอย่าง

 

          ชีวิตต่อไป ตั้งหน้า ตั้งใจเพื่อหวัง

          เพื่อรัก เพื่อคนที่ยังเห็นค่าชีวิตของเรา

          ร่างกายอ่อนล้า ขาดภูมิต้านทาน

          โรคร้ายรุกรานผลาญพร่า

          แต่ใจคงหวัง ยังมั่นปรารถนา

          ชะตา ไม่ยอมแพ้พ่าย

 

                    จึงวอนกราบกราน

                    สงสารและโปรดได้ฟัง

                    ชีวิตของคนพลาดพลั้ง

                    เจ็บปวดนี้มันมากมาย

                    อย่าได้ซ้ำเติม

                    ตอกย้ำความเจ็บทั้งหลาย

                    หนักแล้วทุกข์กายทุกข์ใจ

                    อย่าตอกย้ำซ้ำกันอีกเลย

 """"""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""

เพลง "อย่าตอกย้ำ" ของพี่อ้น ธวัชชัย ชูเหมือน ที่ผมฟังในรถของผม จุดประกายให้เขียนบันทึกนี้

ขอเป็นกำลังใจให้ผู้ติดเชื้อทุกท่าน

 

ซาบซึ้ง...ยิ่ง...

หัวใจแห่งการช่วยเหลือ...มีมากล้นกว่าเทคนิคใดใด...

หากเราใช้ใจ...แห่งความรัก...

ผู้รับ...ย่อมรู้สึกมีค่ายิ่ง...แห่ง"ชีวิต"

ผู้ให้คำปรึกษาตัวจริงเสียงจริงมาแล้ว

Dr.Ka-Poom ผมเชื่ออย่างหนึ่ง ธรรมชาติในจิตใจผู้ให้คำปรึกษา ที่ยอมรับศักดิ์ศรีของความเป็นคน

การฟัง ฟัง ฟังแบบใส่ใจ 

ตรงนี้เป็นพื้นฐานของผู้ให้คำปรึกษา 

ในชีวิตประจำวันเราก็ใช้กระบวนการนี้ครับผม 

แน่นอนคะ...คุณจตุพร...

ด้วยหัวใจรักที่อ่อนโยนและมีเมตตา...สะท้อนผ่านออกมาจากแววตาและสื่อสัมผัส...แห่งความจริงใจในการช่วยเหลือ...ก็มากล้นเกินกว่า...ทฤษฎีหรือเทคนิคใดใด...ในโลกหล้า...

....

จะเก่งแสนเก่ง...

หากแต่ไม่มีหัวใจ...แห่งการช่วยเหลือแล้ว...

ก็ไร้ซึ่ง...ความสำเร็จใดใด...ในกระบวนการให้คำปรึกษา

บทบาทหนึ่งที่ดิฉันทำไม่ได้

คือการเป็นพยาบาลผู้ให้คำปรึกษา

เพราะรู้ว่าตนเองนั้นอ่อนไหว

จึงขอชื่นชม ยกย่องผู้ที่เป็น..ผู้ให้

เพื่อมนุษย์ที่กำลังหมดกำลังใจ..จะมีใจฮึด..สู้ต่อไป...

พี่ศุภลักษณ์ (พี่เล็ก) 

ผมแยกปัญหาของเขา และของเรา ดังนั้นผมชอบงานนี้เพราะผมมีโอกาสได้เรียนรู้ทุกข์ของเขา กระบวนการต่อสู้ของเขา และ เรียนรู้ชีวิตด้วยชีวิต

ผมได้ช่วยเขา และผมก็ได้กำไร...ครับ  

My friend-Khun Aek, Jatuporn...

You have done a good job krab...

I have previously learned counselling techniques when I did a specilist in mental health here in Perth.

However, a number of factors, such as client's emotional shock, your tactic knowledge in clinical prediction, was coming while you attempted to be a good listener.

It is not easy to be an effective counsellor....esp in one case diagnosed with HIV.

One technique I am suggesting you is to be a good follower on this case.

You may visit client or open him a chance to following up his decision making on how to cope in living with HIV.  It is meaningless if you just counselled only once time.

'Nothing is changed for an overall of his life...the issues can be addressed; for instance, how he is going to work and take a responsibility in his life and family....etc.

Please let me know if you got any problem on the counselling techniques....

Good luck to you krab....POP:) 

 

 

ขอบคุณอาจารย์ Pop มากๆเลยครับ

งานให้คำปรึกษา พื้นฐานคือ "การฟัง" อย่างที่เขียนไป และอีกอย่างก็อยู่ที่การยอมรับความหลากหลายของความเป็นมนุษย์

ชีวิตเหมือนละครโรงใหญ่ บทบาทที่คนแสดงเราก็ควรทำความเข้า และหากเราได้รับบทบาทอน่าวเขา เราจะทำยังไง

อีกอย่างเรื่องของ "กรรม" ที่ทุกคนเกิดมาพร้อมแรงกรรม ใครหว่านพืชใด ย่อมได้รับผลของการหว่านพืชนั้นๆ

เกิดเป็นมนุษย์สุดแสนจะประเสริฐ หากมีโอกาสดีกว่าคนอื่น ก็พึงต้องช่วยเหลือคนอื่นตามอัตภาพ

การให้ การที่มีความคิดจะให้ เป็นความคิดที่มีความสุข

ว่าด้วย เทคนิค การให้คำปรึกษา น่าสนใจมาก แต่เราพบว่า เทคนิคแบบนั้นเรานำมาใช้แล้วในการให้คำปรึกษาในทุกครั้ง

การเยี่ยมบ้าน ก็เป็นกระบวนการที่สำคัญ ที่เราจะเข้าถึงชีวิตที่เป็นส่วนตัวเขา โลกของเขา พร้อมที่จะเข้าใจเขามากขึ้น

อาจารย์ Pop ครับ ...ยินดีมาก สำหรับข้อคิดเห็นของอาจารย์ที่ได้เขียนมา หากมีปัญหาใดๆผมจะเรียนปรึกษาอาจารย์ครับ

ยินดี และ ดีใจครับที่เราได้แลกเปลี่ยนกันแม้จะอยู่ห่างกันสักแค่ไหน

 

คุณเอก..ขอแก้ไขนิดนึง "ครูใหม่" อยู่โรงเรียนเพลินพัฒนาค่ะ  อยู่ย่านพุทธมณฑล  เขตตลิ่งชัน  ไม่ใช่โรงเรียนรุ่งอรุณ  แต่เป็นโรงเรียนวิถีพุทธ ที่มีการจัดการเรียนการสอนดีมาก ๆ

อ้อ...ทริปไปปายวันที่ 15 ไปเจอกันที่บานาน่าเฮ้าท์ ของคุณอาภรณ์ เลยนะ ตามร่างกำหนดการที่พี่ส่งให้ คุณเอกสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามที่เห็นควรเลยค่ะ

 

 

My dear friend Ajarn Pop ;)

Thank you for a file attached (my  E-mail)   from you na Krab. 

 

            Photo : by JAtuPoRn : BaN Rung a rooN 

 

For You My friend..... 

take care  Krab!!!!

Jatuporn : Aek - Pai - Mae hong son 

พี่ตุ่ม ครับ

ผมจะได้นัดหมายตามที่เขียนไว้ในตาราง แต่ดูจากในตารางแล้ว ย้อนไปย้อนมานะครับน่าจะเริ่มที่ปาย และไปปางมะผ้า ต่อด้วย เมืองแม่ฮ่องสอน 

ผมจะนัดกับคุณป้าอาภรณ์ ที่ Babana  เฮาส์  และจะนัดทีม "วิทยุชุมชน คนเมืองปาย" ที่นั่นด้วยครับ

ส่วนที่บ้านสันติชล เราน่าจะได้ไปทานอาหารเย็นที่นั่น และพบกับทีมวิจัยที่ "ศูนย์วัฒนธรรมจีนยูนนาน" เลยครับ พูดคุยกันตรงนั้นเลยครับ