GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

วิทยานิพนธ์หลังเที่ยงคืน : ส่วนไหนยากที่สุด ส่วนไหนยากรองลงมา

ผมยืนยันด้วยคำอธิบายเมื่อคราวโน้นว่า ข้อความ/เนื้อหาในส่วนอื่นแม้จะยากก็ยากด้วยหลักวิชา วิทยานิพนธ์จะดีไม่ดี เด่นไม่เด่นอย่างไร ก็อาจสามารถวัดด้วยหลักวิชาการว่าคนทำแม่นยำเพียงใด หากแต่ในส่วนของ "กิตติกรรมประกาศ" ไม่ได้อยู่ในกฏเกณฑ์ดังกล่าว หากแต่เป็นอิสระโดยชอบของเจ้าของวิทยานิพนธ์ว่าจะดำเนินตามแบบหรืออิสระอย่างที่ใจอยากเขียน มันยากตรงนี้แหละ ยากตรงที่จะให้เขารับรู้อย่างที่เรารับรู้ได้อย่างไร จะสื่ออย่างไรให้ตรงกับที่ใจอยากสื่อ--เขียนอย่างที่ใจอยากเขียน

คำปรึกษาแบบกึ่งหลับกึ่งตื่น

เคยเหมือนอย่างผมเคยโดนไหมครับ โดนถามเรื่องหนักๆ ต้องใช้เวลาคิดนานๆ ในช่วงเวลาหลังเที่ยงคืน ? เรื่องอกหักรักคุด จะคบต่อหรือจะเลิกร้าง จะเลือกทำงานที่ไหนดี ฯลฯ  หรือแม้กระทั่ง "ตื่นๆ ขอระบายหน่อย อกจะแตกแล้ว ไม่รู้จะเล่าให้ใครฟัง ตื่นๆๆๆๆ ฟังหน่อยๆ"

ผมละโดนประจำเลยกับเรื่องทำนองอย่างนี้ โดยเฉพาะจากคนกรุงฯ หรือคนเมือง เพราะคนกลุ่มนี้นอนดึก ไม่หลังเที่ยงคืนนอนไม่หลับ ถ้าอยู่ต่างจังหวัด (โดยเฉพาะในเขตพื้นที่ทำงาน) คงโดนค่อนขอดว่าเป็นพวกน้ำค้างไม่รดกระหม่อมแล้วนอนไม่หลับ หรือ ชาวบ้านๆ จริงๆ ก็คงทำนอง "หมาไม่เหยียบรอย นอนไม่หลับ" (ฮา)

ปัญหาที่ประสบคือ ให้คำปรึกษาไปแบบหลับๆ ตื่นๆ ในหลายๆ โอกาส
ปัญหาคือ ให้คำปรึกษาแล้วคิดต่อ หลับไม่ลง--หลับไม่ลงเพราะอาการบรรเจิดในหลายๆ คราว จนต้องโทรกลับไป บอกว่า "เครื่องติดแล้ว (ต้องทน) ฟังต่อ"


วิทยานิพนธ์ส่วนไหนยากที่สุด

คำถามที่โดนถามหลังเที่ยงคืนล่าสุด คือ "วิทยานิพนธ์นี่ พี่คิดว่าส่วนไหนยากที่สุด"
ผมไม่ต้องคิดอะไรเลย เพราะคำถามนี้ เป็นเหมือนไม้ยมกคำพูดของประธานกรรมการสอบวิทยานิพนธ์ เมื่อคราวโน้น

ผมตอบไปว่า "กิตติกรรมประกาศยากที่สุดครับ และข้อเสนอแนะยากอันดับรองครับ"  ที่ประชุมฮาตรึม

ผมยืนยันด้วยคำอธิบายเมื่อคราวโน้นว่า ข้อความ/เนื้อหาในส่วนอื่นแม้จะยากก็ยากด้วยหลักวิชา วิทยานิพนธ์จะดีไม่ดี เด่นไม่เด่นอย่างไร ก็อาจสามารถวัดด้วยหลักวิชาการว่าคนทำแม่นยำเพียงใด หากแต่ในส่วนของ "กิตติกรรมประกาศ" ไม่ได้อยู่ในกฏเกณฑ์ดังกล่าว หากแต่เป็นอิสระโดยชอบของเจ้าของวิทยานิพนธ์ว่าจะดำเนินตามแบบหรืออิสระอย่างที่ใจอยากเขียน มันยากตรงนี้แหละ  ยากตรงที่จะให้เขารับรู้อย่างที่เรารับรู้ได้อย่างไร จะสื่ออย่างไรให้ตรงกับที่ใจอยากสื่อ--เขียนอย่างที่ใจอยากเขียน

จะว่าไปแล้ว ผมว่าวิทยานิพนธ์ทั้งเล่มจะมีพื้นที่อิสระให้เขียนอย่างที่ใจอยากเขียนได้ก็ตรง "กิตติกรรมประกาศ" นี่ละ ใช้กิตติกรรมประกาศให้เป็นคำนำ เขียนในสิ่งที่อยากเขียน บันทึกในสิ่งที่อยากบันทึก

แน่นอนละ มันอาจผิดหลักการของ "กิตติกรรมประกาศ"


กิตติกรรมประกาศของงานวิจัย/วิทยานิพนธ์เชิงคุณภาพ

ผมไม่รู้นะ ผมชอบอ่านกิตติกรรมประกาศวิทยานิพนธ์หรืองานวิจัยเชิงคุณภาพ พอๆ กับชอบอ่านคำนำหนังสือ เพราะ "เชื่อ" ว่าเป็นพื้นที่อิสระของผู้เขียนที่พอจะเพิ่มเติมหรือบอกเล่าสารพัดสารพันเรื่องราวเบื้องหลังหนังสือเล่มนั้นๆ  เหมือนอย่างที่ "ยาขอบ" ใช้คำนำเป็นพื้นที่ "เล่าเรื่อง" ยาวๆ ในหนังสือชุด "สามก๊ก ฉบับวณิพก", "ชาติ  กอบจิตติ" บอกเล่าชีวิต เรื่องราว ความเป็นไประหว่างการเขียนหนังสือแต่ละเล่ม, หรือ " 'รงค์  วงษ์สวรรค์" ที่เขียนคำนำได้น่าอ่านยิ่ง--จำต้องอ่านแล้วซ้ำเล่า

จากประสบการณ์ (อาจจะผิดก็ได้) ผมรู้สึกว่าการวิจัย/วิทยานิพนธ์เชิงคุณภาพ จะมีกิตติกรรมประกาศหรือคำนำ ยาวกว่าเชิงปริมาณ

เดาๆ เอาว่า อาจเพราะการ "อิน" กับกลุ่มเป้าหมายระหว่างที่ทำวิจัย--เข้าใจและยอมรับ

ผมเองก็ไม่ต่างจากกลุ่มนั้นหรอกครับ--กลุ่มกิตติกรรมประกาศ ยาวๆๆๆ


ยาวและยาก
ยาวเพราะเห็นรุ่นพี่ ก็ทำได้
ยาวเพราะเชื่อว่าธรรมศาสตร์ อิสระในพื้นที่ตรงนี้

ยากเพราะแก้แล้วแก้อีก ไม่ได้อย่างที่ใจอยากได้
ยากเพราะหมดกระดาษไปเสียแยะ

ผมทำเกี่ยวกับเรื่อง "เด็กปั๊ม" ที่ขอนแก่น

เชิญทัศนา

-------------------------------------------------

กิตติกรรมประกาศ

เมื่อกล่าวถึงแรงงานเด็ก คนทั่วไปมักจะนึกถึงภาพของเด็กที่ทำงานในภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะภาพของโรงงานนรก ที่มีสภาพอับชื้น มีการกักขังให้ทำงานในบริเวณที่จำกัด ห้ามติดต่อสื่อสารกับบุคคลภายนอก มีผู้คุมที่โหดร้ายเมื่อไม่พอใจก็จะทุบตีดุด่าอย่างรุนแรง  มีการใช้แรงงานเด็กเยี่ยงทาส ฯลฯ  จนอาจละเลยที่จะมองถึงกลุ่มแรงงานในวัยเด็กที่ทำงานในสถานประกอบการหรือธุรกิจภาคพาณิชย์และบริการ ที่แม้จะทำงานอยู่ในสถานที่เปิดเผย แต่ก็อาจถูกเอาเปรียบจากนายจ้างทั้งด้านชั่วโมงทำงาน ค่าจ้าง หรือกฎระเบียบที่ไม่เป็นธรรม

เด็กที่ทำงานตามสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงหรือที่เรียกกันทั่วไปว่า “เด็กปั๊ม” เป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่ถูกผลักดันให้เข้าสู่ตลาดแรงงานก่อนวัยอันสมควร ด้วยเหตุผลทางเศรษฐกิจของครอบครัวเป็นสำคัญ การเข้าสู่ตลาดแรงงานของเด็กกลุ่มนี้จึงเป็นเสมือนหนึ่งยุทธวิธีการเอาตัวรอดของครอบครัว สภาพการทำงานกลางแจ้งที่แม้จะไม่หนักหนา แต่ก็ต้องอาศัยความคล่องแคล่วว่องไวและสุภาพตลอดเวลาที่ให้บริการกับลูกค้า คำพูดของ “ธง” ที่ว่า “ตอนฝนตกก็เหมือนลูกหมาละครับ ไปไหนก็ไม่ได้ ก็ต้องรอให้มันหยุดก่อนแล้วค่อยพากันไปสลัดขนทีนึงพร้อมกันทีเดียว” อาจสะท้อนถึงสภาพการทำงานของพวกเขาได้เป็นอย่างดี หรือคำพูดของ “เดี่ยว” ที่ว่า “ผมยกมือไหว้เขายังตะคอกใส่หน้าผมเลยครับว่า “ไหว้กูทำไมไอ้ห่า กูไม่ใช่พ่อมึงนะโว้ย” ก็อาจสะท้อนถึงการที่ต้องเผชิญกับลูกค้าที่หลากหลาย

พนักงานบริการเหล่านี้ไม่มีวันหยุดประจำปี ไม่มีวันวิสาขะ มาฆะ ปีใหม่ หรือตรุษจีน พอที่จะไปเฉลิมฉลองหรือสนุกสนานตามประสาได้  ชีวิตหากเลือกได้ย่อมต้องเลือกในสิ่งที่ตนเห็นว่าดีกว่า ดังกรณีของ “พิศ” ที่อยากจะเป็นช่างเสริมสวย “เดือน” อยากเป็นช่างตัดเสื้อ “เดี่ยว” อยากทำงานในห้างโลตัส หรือ “จอย” ที่อยากจะเป็นเจ้าของร้านขายของชำ บางคนอาจจะมองด้วยสายตาเหยียดหยันในอาชีพของเด็กเหล่านี้ ก็ควรจะมองถึงศักยภาพและความรับผิดชอบของพวกเขาที่มีต่อตนเอง อาชีพ และครอบครัวว่ายิ่งใหญ่เพียงใด มองด้วยสายตาที่เข้าใจ มองด้วยสายตาที่หาทางออกและร่วมแก้ปัญหา แม้จะทำอะไรได้ไม่มากนัก ลำพังเพียงรอยยิ้ม คำทักทายหรือขอบใจ ท่านก็อาจมีสิทธิเป็นลูกค้าใจดีของพนักงานบริการได้โดยพลัน

การศึกษาครั้งนี้สำเร็จลงได้ด้วยความร่วมมือและสนับสนุนจากหลายท่าน ผู้ศึกษาขอขอบคุณ รองศาสตราจารย์ ศักดิ์ศรี  บริบาลบรรพตเขตต์ ที่รับธุระเป็นประธานกรรมการวิทยานิพนธ์  รองศาสตราจารย์ ดร. ศรีทับทิม  พานิชพันธ์ อาจารย์ที่ปรึกษา ที่ให้คำปรึกษาด้วยดีมาโดยตลอด  คุณเบญจมาศ  ประชัญคดี ผู้อำนวยการกองแรงงานหญิงและเด็ก กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ที่รับภาระเป็นอาจารย์ที่ปรึกษา  รองศาสตราจารย์ สุรางค์รัตน์  วศินารมณ์ กรรมการวิทยานิพนธ์ ที่ให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิดแม้จะยุ่งยากกับงานประจำเพียงใด  คุณกัลยา  ไทยวงษ์ หัวหน้าฝ่ายคุ้มครองแรงงานหญิงและเด็ก ที่ได้ให้ข้อสังเกตอันเป็นประโยชน์ต่อการศึกษา  ทุกท่านได้ให้คำปรึกษา ชี้แนะ ท้วงติงด้วยดีตลอดมา แม้บางครั้งผู้ศึกษาจะเข้าพบเพื่อขอคำปรึกษาโดยมิได้นัดหมายล่วงหน้าก็ตาม การเอ่ยนามของท่านเหล่านี้มิใช่เพื่ออ้างว่าท่านทั้งหลายเห็นด้วยหรือสนับสนุนทุกอย่างต่อสิ่งที่ผู้ศึกษานำเสนอ หรือต้องรับผิดชอบในจุดอ่อนหรือข้อบกพร่องของผลการศึกษานี้แต่ประการใด

เฮีย, เถ้าแก่ : ผู้จัดการสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงทุกท่าน ที่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีในการศึกษาครั้งนี้ โดยไม่สนใจว่าการศึกษานั้นจะก้าวล่วงไปในระดับใด เป็นความร่วมมืออันยิ่งใหญ่ที่ผู้ศึกษาได้รับอย่างคาดไม่ถึง รวมถึงโฟร์แมน แม่บ้าน ทั้งเสมียนหน้าลานทุกคน

เด็กปั๊ม : พนักงานบริการที่ทำงานตามสถานีบริการทุกคน ที่ให้ความร่วมมือ ให้ความสำคัญกับทุกคำถามที่แม้ส่วนใหญ่จะเกี่ยวเนื่องกับชีวิตส่วนตัว ความรู้สึกและอารมณ์ ตลอดจน รูปแบบการสัมภาษณ์ที่ซักไซ้ไล่เลียงตรวจสอบจนน่ารำคาญ

ทวีศักดิ์ ใครบุตร จิตติพงษ์ พุทธขัณฑ์ : กัลยาณมิตร ที่เอื้อเฟื้อคอมพิวเตอร์และพรินเตอร์ในการจัดพิมพ์ต้นฉบับตลอดระยะเวลาในการศึกษา ทั้งให้คำปรึกษาในเรื่องราวต่าง ๆ ระหว่างการศึกษาได้เป็นอย่างดี

แม่ : พระในเรือน ที่ขวนขวายการศึกษาให้กับบุตรทุกคนตามประสงค์ โดยไม่สนใจว่าจะเป็นการเพิ่มภาระที่หนักขึ้นกับตนเพียงใด บุตรในสายตาของแม่ยังคงเป็นเพียงเด็กที่ยังดูแลตนเองไม่ได้ พร้อมที่จะพร่ำสอนและแสดงความห่วงใยผ่านคำพูด จดหมาย ไม้เรียว หรือด้ามไม้กวาดอยู่เสมอ ทันทีที่เห็นว่าไม่ถูกต้องดีงามอยู่เรื่อยมา เสมือนหนึ่งช่างหม้อที่ทุบตีหม้ออยู่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า หากแต่หวังเพียงเพื่อประโยชน์ใช้สอยและความสวยงามเท่านั้น วิทยานิพนธ์นี้หากจะมีความดีอยู่บ้างขอเป็นสิ่งบูชาพระคุณของแม่นั้น.

มงคล  ยะภักดี
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
พ.ศ. 2543

----------------------------------------------------

ประธานกรรมการสอบ ถามว่า "แม่" ทำไมไม่ระบุชื่อเหมือนคนอื่นๆ
"แม่ เป็นเรื่องส่วนตัว ความประทับใจส่วนตัว ไม่ต้องบอกให้ใครรู้ก็ได้ครับว่าแม่ผมชื่ออะไร บอกแค่ว่าผมคิดอย่างไร รู้สึกอย่างไรเท่านั้นก็คงพอ ทั้งยอมรับว่าผมไม่เคยแสดงความรู้สึกที่มีต่อแม่ในที่สาธารณะให้ชาวบ้านรับรู้เช่นนี้มาก่อนเลย"

ส่วน ข้อเสนอแนะ ที่ว่ายากนั้น  ยากเพราะไม่ยอมให้ผ่าน (เพราะมือไม่ถึง) เสียที จำต้องแก้แล้วแก้อีก
ในที่สุด วิทยานิพนธ์เล่มนั้น จึงมีข้อเสนอแนะราว 15 หน้า  (ฮา)


ปล. ไฟล์วิทยานิพนธ์ถูกแช่แข็งไว้ใน E-mail นับแต่ปีที่สำเร็จด้วย MS-Word 3.11
เมื่อถูกถาม เลยต้องกลับมารื้อ E-mail อีกครั้ง
เช้าวันนี้ ถือโอกาสลบเมลขยะทิ้งเสียเยอะเหมือนกัน

คงต้องขอบคุณเพื่อนที่เป็นต้นเหตุ

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 43935
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 9
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (9)

ยากที่สุดของ Thesis ผมมองว่า ยากตอนที่จะอธิบายให้อาจารย์เข้าใจวิธีคิดของเรายังไง

(พบว่าอาจารย์บางท่าน Fix Idea ไว้ก่อนแล้ว)

และยากต่อมาคือ โครงร่าง  ครับ หากโครงร่างผ่านอย่างอื่นไม่น่าจะมีปัญหา

ผมก็ถูกปลุกกลางดึกบ่อยๆ ครับ

ประมาณว่า น้องหมอเข้า ER แล้วเล่าเรื่องคนไข้ให้ฟัง ล่าสุดประมาณ ตีสอง น้องหมอเล่าความคับแค้นใจของคนไข้ที่ถูกกระทำให้ฟัง.. ซึ่งผมก็ยินดีครับ  ...ว่าเราก็ร่วมเป็นส่วนหนึ่งที่เขานึกถึง

คุณมงคล สุขสบายดีนะครับ 

ตกใจหมดครับ คุณจตุพร

มาเสียทันท่วงที พลันที่โพสต์เสร็จ

หัวอกคนเป็นที่ปรึกษานี่คงไม่ต่างกันมังครับผมว่า หนักๆ เข้าไม่ได้หลับได้นอนเอา เพื่อนบางคนเล่าว่าต้องทะเลาะกับแม่บ้านอยู่บ่อยครั้ง เพราะเหตุว่าแม่บ้านเป็นที่ปรึกษา ดึกดื่นไม่ต้องหลับต้องนอนกัน 

สำคัญที่สุดผมว่าทักษะในการฟัง และตอบกลับแหละครับ ผมว่าเราคงไม่ได้เก่ง ไปเสียทุกเรื่องหรอก

และผมมักจะถูกจัดอยู่ในหมวด "นักสังคมฯใจร้าย"  "นักสังคมฯปากจัด"  อยู่เสมอๆ ถ้าเล่าซ้ำๆ หลายครั้งหลายหน ไม่จบไม่สิ้น (ฮา)

ยังคงสบายดีครับ คุณจตุพร
สบายถึงขั้นที่ว่าปั่นจักรยานสีแดง หลังเลิกงานเข้าอำเภอได้ทุกวัน (5 กม.) กลับมาก็เหฝื่อโชก

ขอบคุณ คุณจตุพร ยิ่งครับ

ทุกครั้งที่ได้อ่านได้ข้อคิดที่ดี ๆ เสมอ  และเป็นอีกคนนึงเหมือนกันทีเกือบจะโทรไปตอนดึก ๆ เพื่อปรึกษางานเหมือนกัน ส่วนไหนยากที่สุดของการทำวิทยานิพนธ์คงยากหมดทุกส่วนสำหรับคนที่ทำโดยเฉพาะเป็นการทำครั้งแรก  เมื่อนึกอะไรไม่ออก ทำอะไรไม่ได้ก็จะนึกถึง "นักสังคมสงเคราะห์ปากจัด แต่ใจดีคนนี้เสมอ"  (ว่าตัวเองเองนะ อิอิ) 

.....

สุดยอด...ชอบมากที่ท่านจ่อหัวว่า...

"คำปรึกษาแบบกึ่งหลับกึ่งตื่น"

ทำให้นึกถึง...เพื่อนที่อยู่ไกลท่านหนึ่ง...ตกอยู่ในอาการนี้ประจำ...เมื่อดิฉัน...โทรไปหา....โดนใจ...มากเลย...ประมาณว่าบังคับเขาให้ตื่นมาฟังเราจ้อ...(ฮา...).

ขอบคุณ และปลื้มใจจริงครับ

ที่ ท่าน Ka-Poom แวะมาเยี่ยมชม

ใคร่ขอเรียนให้ทราบว่า (ทางก๊าน-ทางการ) บล็อก
คนเล่าเรื่อง "จิตเวช"
การให้คำปรึกษา "จิตวิทยา"

ผมแอบเข้าไปค้น(แล้วก็)คว้า ความรู้อยู่เนืองๆ
เป็นการค้น(แล้วก็)คว้า โดยที่ยังมิได้เปิดตัวให้เจ้าของบ้านได้รู้

รออยู่ว่า ท่าน Ka-Poom จะถึงคิวเขียนเรื่องการจัดการอาการคิดฮอดบ้านเมื่อใด  เพราะคนในบ้านผมตอนนี้มีอาการแบบนี้ค่อนข้างเยอะ และเหมือนว่าจะขยายวงไปเรื่อยๆ  เป็นการคิดถึงบ้านที่ไม่รู้ว่าบ้านเขาอยู่ไหน บ้านซึ่งแทบไม่มีใครอยากให้อยู่ด้วย

ในระหว่างที่รออยู่นี้ ผมขอค้น(แล้วก็)คว้า ผลงานที่ได้จาก ScienceDirect  ที่สืบค้นด้วยคำว่า homesick ไปพลางก่อน

ผมรอ ท่าน Ka-Poom อยู่นะครับ   <(*__*)>

คุณบี

ดีใจนะครับ ในที่สุดก็ปรากฏตัว (อักษร) ภายหลังจากที่เชิญชวนให้เคาะแป้นลงบ้าง ภายหลังจากที่อ่านจบในแต่ละเรื่อง

ผมว่า คนเราอยู่ได้ (ครองตัวเองได้ในสังคม) เหตุสำคัญประการหนึ่งคือการมีกัลยาณมิตรครับ จะทั้งในงานหรือก่อน/หลังงานก็ตามแต่

ผมภูมิใจเสมอว่า ผมโชคดีที่มีกัลยาณมิตร และหวังอยู่เช่นกันว่าจะเป็นกัลยาณมิตรที่ดีของใครๆ

แต่... อะแฮ่ม เรื่องคำแนะนำการสมัคร Blog ยังไม่คิดค่าป่วยการเลยนะเออ  (ฮา)

อยากไป...สบายๆ...

ไปที่...ความ "ในใจ"....นะคะ...

....

รอตามอ่าน...ขุมความรู้ของท่าน...

นะคะ

ตื้นตันใจคับ....ไปเช็ดน้ำตาก่อนนะ

ดีใจจนตัวสั่น  สั่นเพราะมีคนน้ำตาไหล
ไหลเพราะอะไร ตรงไหนหรือ

ตื้นตันใจ (จน) คับ  (ฮา)

ตื้นตันตรงไหนละหรือ
ตื้นตันจนถึงกับต้องไปเช็ดน้ำตา

จะว่าไปแล้วทางการเมือง
"ขาจร" มักจะได้แก่กลุ่มคุณห้อย--คุณโหน

มาบ่อยๆ เขียนในบันทึกหลายๆ บันทึก
ผมจะปรับให้เป็น "ขาประจำ" เสียละ

เป็น "ขาประจำ" แม้ว่าอ้างตัวว่าเป็น "ขาจร"