ช่วงเวลาที่ดีของกำลังใจแห่งชีวิต


ประมาณสามทุ่มกว่าของวันที่ ๑๙ มีนาคม พ.ศ.๒๕๕๔ โทรศัพท์มีสายเข้าเมื่อข้าพเจ้าหยิบหน้าจอมาดูปรากฏว่าเป็นเบอร์ของวัดโชว์ขึ้น ณ ขณะนั้นไม่แน่ใจว่าจะรับสายดีไหม...เพราะทราบมาว่าเบอร์นี้โทรศัพท์วางอยู่ในกุฏิหลวงปู่...

หรือว่าหลวงปู่...เป็นอะไรหรือเปล่า?

พอคิดได้เช่นนี้จึงตัดสินใจรับสาย ... เสียงที่ดังขึ้นทางปลายสาย กลับกลายเป็นเสียงลูกแฟรงค์ จึงนึกได้ว่าหลวงปู่กลับมาแล้ว คืนนี้ลูกแฟรงค์คงเข้าไปอุปฐากหลวงปู่

"พรุ่งนี้หลวงปู่จะให้บวช"...

ลูกแฟรงค์โพร่งพูดออกมาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ซึ่งในห้วงเวลานั้นข้าพเจ้ากำลังอยู่ในอารมณ์แห่งการพิจารณาต่อเส้นทางของเรื่องราวที่เกิดขึ้นในวัน ทันทีที่ได้ยินความโล่งเบาปรากฏขึ้น ตื่นเต้นไปกับลูกชาย และดีใจที่ได้ยินน้ำเสียงอันดีใจของแฟรงค์

เดิมทีว่าเช้าวันที่ ๒๐ มีนาคม ข้าพเจ้าจะไม่ได้ไปร่วมงานทอดผ้าป่า แต่เมื่อได้รับทราบเรื่องราวว่าลูกชายแฟรงค์จะบวช ในตอนนั้นรีบบอกลูกชายไปว่า "แม่กะปุ๋มจะไป...จะไปเจอลูก" ... "แม่จุ๋มทราบหรือยัง" "ยังครับ..." "ถ้างั้นแม่จะโทรหาแม่จุ๋มเองลูก" "ให้แม่จุ๋มโทรมาเบอร์วัดนะครับ" แม่จุ๋มหรือคุณแม่แสงเดือน แม่ผู้ให้กำเนิดลูกแฟรงค์ อยู่ที่กรุงเทพฯ ทันทีที่ข้าพเจ้าบอกข่าว ดูแม่จุ๋มจะเป็นกังวลอย่างมาก ข้าพเจ้าได้บอกแม่จุ๋มว่าไม่ต้องกังวลแม่จุ๋มกลับมาบ้านเมื่อไรก็ค่อยมาหาลูกเณร ... ส่วนเรื่องบวชพรุ่งนี้แม่กะปุ๋มกับแม่อ้อจะเป็นเจ้าภาพให้

แล้วข้าพเจ้าก็โทรบอกข่าวต่อแม่อ้อ...

เราทั้งสองทั้งดีใจและปิติเป็นอย่างยิ่งต่อวันที่ดีดีที่จะมีเกิดขึ้น

ในค่ำคืนนั้น...ข้าพเจ้านั่งมองภาพหลวงปู่ ที่ถ่ายภาพรวมกับพวกเราสามคน ซึ่งมีความหมายยิ่งนัก ข้าพเจ้าไม่คิดว่าจะมีวาสนาได้รับความเมตตาจากหลวงปู่ให้ได้เดินทางติดตามไปร่วมงานสำคัญของวัดที่เจ้าภาพถวายทำยอดเจดีย์ "พุทธเมตตา" จัดทำบุญ และในวันเดินทางกลับหมออ้อและข้าพเจ้าตกลงใจร่วมเป็นเจ้าภาพค่าเครื่องบินให้ลูกแฟรงค์เพื่อว่าอยากมอบสิ่งดีดีให้ลูกแฟรงค์ได้เกิดเป็นความทรงจำอันงดงามไว้หล่อเลี้ยงใจในยามที่ทุกข์ใจได้ แต่ไม่คาดคิดว่าองค์หลวงปู่ท่านจะเมตตาให้ถ่ายภาพร่วมด้วย เพราะในชีวิตไม่เคยคิดแม้จะก้าวล่วงไปขอถ่ายภาพกับทั้งพระอริยะเจ้าและอริยบุคคลใดใดทั้งสิ้น ... ภาพนี้จึงเป็นดั่งน้ำเย็นที่ชะโลมลงมาในจิตใจในยามที่แห้งผากได้เสมอ...  

เช้าวันที่ ๒๐ มีนาคม พ.ศ.๒๕๕๔ ข้าพเจ้าไปเจอลูกแฟรงค์ที่สถานีอนามัยหนองหิน ซึ่งลูกแฟรงค์ติดตามไปอุปฐากหลวงปู่...ที่นั่นมีงานทอดผ้าป่าเพื่อสร้าง รพ.สต.หนองหิน องค์หลวงตามหาบัวท่านจะเมตตาสอนเสมอว่า โอกาสของการได้ร่วมสร้างโรงพยาบาลนั้นหากว่ามีให้ได้รีบทำ...ซึ่งข้าพเจ้าก็ไม่ลังเลหรือรีรอเลย เช้านี้จึงเป็นวันที่ถือได้ว่าลูกชายแฟรงค์นำพาแม่กะปุ๋มและแม่อ้อมาร่วมสร้างบุญกุศลให้เกิดเป็นนิสัยของการทำบุญให้ทานยิ่งขึ้น

ลูกแฟรงค์มีนิสัยห่วงใยคนนั้น คนนี้ และแคร์ความรู้สึก

ถามว่า "พระอาจารย์ต้อรู้หรือยังครับว่าผมจะบวชวันนี้" "แม่เติ้ล...รู้หรือยังและจะมาไหม" ... "ป้ารุ่งรู้หรือเปล่า"...

ในน้ำเสียงของลูกแฟรงค์มีความตื่นเต้นระคนดีใจ

แม่อ้อถามว่า... "ทำไมลูกแฟรงค์ถึงดีใจที่จะได้บวช"

"ผมชอบการครองผ้าจีวร มันดีครับ"... แล้วลูกแฟรงค์ก็เล่าให้ฟังว่าเมื่อคืนได้ซ้อมห่มจีวรด้วย แต่ก็ดูคล้ายเป็นกังวลว่าตนเองยังทำไม่ค่อยเป็น

เมื่อเข้าไปกราบหลวงปู่...ท่านเมตตาเล่าให้ฟังว่าเมื่อคืนลูกแฟรงค์ซักถามท่านใหญ่เลยในหลายๆ เรื่องที่ยังไม่เข้าใจ แล้วหลวงปู่ท่านก็ยิ้มอย่างเมตตาและยินดีในความฉลาดของลูกแฟรงค์...

เสร็จจากงานทอดผ้าป่า...เราได้กลับมาที่วัด

หลวงปู่ให้ลูกแฟรงค์ไปเตรียมโกนผม และจะบวชให้ในช่วงบ่าย

ขณะเดินออกมาจากกุฏิหลวงปู่ ก็ได้เจอครูบาฟี่ซึ่งเป็นพระอุปฐากองค์หลวงปู่ ท่านก็เมตตาทำหน้าที่โกนผมให้กับเณร

ในบรรยากาศเป็นความทรงจำที่ดีมากเลย ... มีน้องกอล์ฟ น้องดิว น้องเบียร์ อายุประมาณเก้าขวบซึ่งมาอยู่ที่วัดเพื่อเตรียมบวชเณรภาคฤดูร้อน คอยติดตามการบวชทุกๆ กิจกรรม วันนี้มีน้องหนุ่ยซึ่งบวชเป็นประจำทุกปี และเมื่อวานก็เดินทางกลับพร้อมหลวงปู่จากกรุงเทพมาที่วัดเพื่อมาบวชเณร

เมื่อพิธีการโกนผมเสร็จแล้ว...

ระหว่างนั้นแม่ๆ ทั้งหลายไม่ว่าจะเป็นแม่อ้อ แม่กะปุ๋ม ป้าจุ๋มซึ่งไม่ทราบว่าแฟรงค์จะบวชแต่ก็ตั้งใจมาเยี่ยมหลานในวันนี้ รวมถึงแม่กุลผู้ซึ่งหาดอกไม้อันเป็นมงคลมานั่งร่วมกันจัดดอกไม้บูชา องค์พระบรมสารีริกธาตุและองค์พระธาตุของพ่อแม่ครูบาอาจารย์...จัดเสร็จก็ได้เวลาที่หลวงปู่ท่านออกมาจากการพัก...

เวลาประมาณบ่ายโมงพิธีการบวชเณรก็เริ่มขึ้นลูกแฟรงค์ท่องขานนาคเสียงดังฟังชัด

น้ำเสียงมั่นใจ และสะท้อนถึงความมั่นใจอย่างไม่มีความเขิลอายหรือลังเลใดใดทั้งสิ้น

เมื่อรับผ้าจากหลวงปู่แล้ว...

ท่านก็เมตตาให้เข้าไปเปลี่ยนในห้องขององค์หลวงปู่ท่าน

จากนั้นหลวงปู่ก็เมตตาให้โอวาทแห่งธรรม ทานและการบวชลูกเณรแฟรงค์ ความประทับใจที่ถือว่าเป็นความซาบซึ้งใจอย่างยิ่ง ก็คือหลวงปู่ให้พรเสร็จ ท่านได้ให้โอกาาลูกเณรได้ให้พร...

น้ำเสียงฉะฉาน เสียงดังฟังชัด ให้พรเต็มบทยาวตามสายปฏิบัติวัดป่า

ณ ตอนนั้นข้าพเจ้ารู้สึกซาบซึ้งน้ำตาซึม ปลาบปลื้มและปิติ ...

เด็กชายตัวน้อยๆ ที่เกิดมาท่ามกลางความไม่พร้อมและการขาดการตระหนักในรักของพ่อและแม่ และถูกทอดทิ้งให้อยู่กับยายและป้า เติบโตขึ้นมาด้วยความอ้างว้างและโดดเดี่ยวในความรู้สึก ไม่ได้ไปเรียนหนังสือ นอนดมทินเนอร์ในมุมเงียบเพียงลำพัง...ทางการจับไปบำบัดก็ไม่ได้ผล จับส่งขังสถานีตำรวจ เรือนจำ และสถานพินิจ...ก็ไม่ได้ผล จนได้รับความเมตตาจากพระอาจารย์ต้อรับมาสงเคราะห์ดูแลและหลวงปู่เมตตาอุปถัมภ์อบรมให้ความรักความอบอุ่นด้วยรสพระธรรมด้วยองค์ท่านเอง...

วันนี้เด็กน้อยคนนั้น...เป็นเณร ที่กำลังให้พรแก่ทุกคนที่นั่งอยู่ ณ เบื้องหน้า

นี่คือความทรงจำอันมีค่าอย่างยิ่งที่ข้าพเจ้าได้ก้มลงกราบลูกเณรด้วยหัวจิตหัวใจที่ถวายแด่พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์...เพื่อนำวิถีแห่งชีวิตไปสู่การตื่นรู้และเบิกบาน

ขออนุโมทนาสาธุต่อเส้นทางที่หลวงปู่ท่านเมตตานำพาลูกแฟรงค์ไปในวิถีแห่งมรรค

(ลูกเณรแฟรงค์นั่งตรงกลาง)

ความทรงจำอันเป็นกำลังใจอันงดงาม

๒๐ มีนาคม พ.ศ.๒๕๕๔

 

หมายเลขบันทึก: 431996เขียนเมื่อ 20 มีนาคม 2011 22:02 น. ()แก้ไขเมื่อ 29 ตุลาคม 2013 06:51 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน


ความเห็น (2)

เมื่อเช้ารีบขับรถออกจากบ้านตั้งแต่รุ่งสาง มุ่งหน้าไปทางบ้านหนองทองหลาง

บรรยากาศเช้านี้ดีมาก ... ข้าพเจ้าตั้งใจอย่างมากที่จะไปใส่บาตรของลูกเณร

ซึ่งปรารถนาที่จะใส่เป็นคนแรก...ของชีวิตการบวชเณรของท่าน

เป็นความโชคดีมากที่ได้ไปทันเวลาของลูกเณรมาบิณฑบาตร...

ก็เลยได้ถ่ายภาพ...ท่านเก็บไว้เป็นที่

ลิตเติ้ล รักในหลวง

การให้ธรรมทาน  ชนะ  การให้ทั้งปวง

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี