ติดต่อ

ทบทวนวันหยุดกับคำพระสอน : หยิบง่าย หายรู้ ดูงามตา

  ถามน้องไปว่า การจัดเก็บเอกสาร การจัดตู้หนังสือ หรือการเก็บข้าวของในบ้าน เราจะเรียงลำดับความสำคัญอย่างไรระหว่าง ความสะดวกต่อการหยิบใช้สอย ความสวยงามเป็นระเบียบเรียบร้อย และความสามารถในการตรวจสอบได้ว่ามีการสูญหายไป ทั้งนี้ มิได้หมายความว่าจะสุดโต่งไปส่วนใดส่วนหนึ่ง หากแต่ให้ความสำคัญกับทั้ง 3 ส่วน เพราะมิเช่นนั้นแล้วบ้านรกตายพอดีเพื่อให้ง่ายต่อการหยิบฉวย กองหนังสือจะท่วมเตียงเอา เพื่อให้ง่ายต่อการหยิบฉวย  

รายละเอียดในกระบวนการเพื่อการเรียนรู้

ผมกลายเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับกระบวนการตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้

ผมรู้สึกว่าผมจะเริ่มทำอะไรเป็นกระบวนการเรียนรู้ (ในส่วนของผมเองจะมุ่งไปที่การเรียนงานกับเพื่อนร่วมงมาน และสอนงาน/สอนวิธีคิด กับพี่ๆ น้องๆ ในบางประเด็น) ไปเสียมากแล้วละ ผลข้างเคียงของกระบวนการที่ว่าคือการได้พูดกันมากขึ้น ถกเถียงกันมากขึ้น หรืออาจสร้างความรำคาญมากขึ้นกับคนที่ไม่คุ้นชินกับระบบการประชุมเพื่อหวังผล

ผมไม่รู้นะว่าใครผ่านรูปแบบการประชุมมาอย่างไรบ้าง ขอวิสาสะเดาเองละกันว่า คนที่อายุ 30 เศษเช่นผม น่าจะผ่านมาแล้วไม่แตกต่างกัน กับหัวโต๊ะที่ "กิน" เวลาในวาระเพื่อทราบไปเกือบทั้งหมดของเวลาประชุมที่ใช้ไปและใช้เวลาไม่ถึง 15 นาทีสำหรับข้อพิจารณา หรือกับหัวโต๊ะ ที่ใช้เวลาบอกเล่าแต่เพียงเล็กน้อย หากแต่ให้ความสำคัญกับการกระทุ้งให้คนร่วมโต๊ะ ได้ "รุมกินโต๊ะ" ด้วยกันเพื่อสร้างความคึกคักในการประชุม และข้อยุติร่วมกัน

ผมได้เรียนรู้การจัดการสื่อสารจากคุณหมอสมศักดิ์ ที่ มสช. ในระยะสั้นๆ ด้วยความประทับใจยิ่งกับความเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านบริหารงานวิจัยของท่าน  เหมือนเป็นความตั้งใจของท่านที่ต้องการให้องค์กรมีการสื่อสารกันให้มากที่สุดด้วยรูปแบบต่างๆ คุยกันให้มาก สื่อสารกันให้มาก ยิ่งสื่อสารมากผลสัมฤทธิ์ ความลื่นไหลของงานก็จะยิ่งเกิด

การประชุมเพื่อประชุมครั้งต่อไป จึงไม่ใช่เรื่องเกิดขึ้น ใน มสช.


ผมกำลังถอดแบบหลายๆ อย่าง จากองค์กรหลายๆ แห่ง มา (ลอง) ใช้ในบ้านใหญ่แห่งนี้

ผมกำลังคิดหารูปแบบเพื่อเชื่อมโยงสารพัดการสื่อสารที่มีอยู่ในปัจจุบันให้เข้าด้วยกัน นับแต่การบันทึกเวร บันทึกผู้ดูแล บันทึกการใช้รถ การประชุมกลุ่ม การประชุมประจำเดือน  ฯลฯ  แต่ก็นั่นแหละเหมือนว่าระบบ "หัวหน้าจะเอาอย่างไร บอกพี่มาเลยค่ะไม่ต้องเกรงใจนะคะ พวกพี่ทำได้หมดแหละค่ะ" จะถูกบ่มเพาะมานาน-นานจนเหมือนว่าผมพูดอยู่คนเดียว ในหลายๆ ครั้งที่ผมเป็นหัวโต๊ะ

สำหรับผมแล้ว ลูกอมและมุขตลก (ที่ไม่ค่อยจะมี) เป็นตัวช่วยในเบื้องต้นนี้ครับ เพื่อให้ผ่อนคลาย

---------------------------------------------------

สักครู่นะครับ ขออนุญาต รับแขก

----------------------------------------------------

คำพระสอน : หยิบง่าย หายรู้ ดูงามตา

เมื่อวันก่อนรื้อแฟ้มประวัติหลักของคนในบ้าน/ผู้ใช้บริการ (Client) ออกจากตู้เหล็กทั้งหมด ด้วยหวังว่าจะจัดเรียงใหม่ ให้สืบค้นได้โดยง่าย เพราะเหมือนจะไม่ได้ชำระสะสางกันมาก็นาน จะค้นใช้ทีก็เสียเวลานาน  ตั้งใจจะทำนานแล้วละแต่ก็ไม่ได้ลงมือทำเสียที

อย่าได้แปลกใจละว่า กระบวนการเรียนรู้ได้เริ่มขึ้นแล้วอีกครั้งเมื่อวันก่อน

การจัดแฟ้มเอกสารหรือการจัดการตู้หนังสือ ถ้าจะว่าไปแล้วก็คงได้แนวคิดพื้นฐานอย่างเป็นระบบจากการเรียนรายวิชา ห้องสมุดกับการศึกษาค้นคว้า เมื่อครั้งเรียน ปี 1 เมื่อปี 2534  นานแค่ไหนแล้วเนี่ย

นั่งคุยกับน้องพยาบาลว่าการจัดแฟ้มเพื่อสะดวกสำหรับการสืบค้น จัดเก็บ และตรวจสอบ

ในเบื้องต้น น้องยังคงยืนยันว่าการจัดเก็บโดยเรียงลำดับตามหมายเลขทะเบียนผู้ใช้บริการน่าจะดีที่สุด โดยอ้างเหตุผลการตรวจสอบกรณีแฟ้มสูญหาย น้องอ้างว่าเมื่อจะหยิบใช้ก็สามารถเช็คได้จากบัญชีคุมว่าผู้ใช้แต่ละรายลายทะเบียนหมายเลขอะไร

บัญชีคุม บันทึกตามลำดับของผู้เข้าใช้บริการก่อนหลัง  ข้อจำกัดของบัญชีคุมคือ ไม่ได้เรียงลำดับตามตัวอักษรหากแต่เรียงตามวันที่เข้าใช้บริการ เจ้าหน้าที่ที่อยู่มานานจะพอเดาได้ว่าผู้ใช้บริการแต่ละรายมาอยู่เมื่อปี พ.ศ. ใด การใช้ประโยชน์จากสมุดบัญชีคุมเพื่อดูหมายเลขแล้วหยิบแฟ้มจะทำได้โดยไม่ยากนัก  แต่ถ้าคนมาอยู่ไม่นานอย่างผมละ ?

ถามน้องไปว่า การจัดเก็บเอกสาร การจัดตู้หนังสือ หรือการเก็บข้าวของในบ้าน เราจะเรียงลำดับความสำคัญอย่างไรระหว่าง ความสะดวกต่อการหยิบใช้สอย ความสวยงามเป็นระเบียบเรียบร้อย และความสามารถในการตรวจสอบได้ว่ามีการสูญหายไป  ทั้งนี้ มิได้หมายความว่าจะสุดโต่งไปส่วนใดส่วนหนึ่ง หากแต่ให้ความสำคัญกับทั้ง 3 ส่วน เพราะมิเช่นนั้นแล้วบ้านรกตายพอดีเพื่อให้ง่ายต่อการหยิบฉวย กองหนังสือจะท่วมเตียงเอา เพื่อให้ง่ายต่อการหยิบฉวย

น้องก็ตอบได้อย่างที่ใครๆ ตอบกันครับ เริ่มจากง่ายต่อการหยิบใช้ หายให้รู้โดยง่าย และความเป็นระเบียบเรียบร้อย และผมได้แลกเปลี่ยนไปว่า โดยที่ระบบที่ดีนั้น อีบ้าอีบอที่ไหนก็สามารถเข้าใช้บริการได้โดยง่าย ไม่ขึ้นกับตัวบุคคล หรือได้รับการแนะนำในระยะเวลาที่ไม่นานนัก


คำแนะนำข้างบนนั้นไม่ใช่คำพูดของผมโดยตรงหรอกครับ หากแต่เป็นคำสอนจากพระ ผมเพียงแต่ถ่ายทอด

ประสาคนคุ้นเคยกับวัด กับพระ กับชี มาแต่วัยเยาว์ ในหลายๆ ครั้งคำพระคำเจ้าจึงหลุดออกจากปากบ้างประปราย  และเป็นเรื่องชอบโดยส่วนตัวเสียแล้วสิ ชอบที่จะใช้งานพระ และผมก็คิดเองว่าพระท่านก็คงชอบใจที่จะให้โยมใช้งาน แน่นอนละว่าผมคงไม่ได้ใช้งานโดยให้ท่านบอกใบ้หวยหรือเคาะกะโหลกให้ หากแต่ให้ท่านมามีส่วนร่วมในกิจกรรมใดๆ ที่ผมทำอยู่  และอย่าเอ็ดไป ขณะนี้ผมกำลังจีบพระในวัดใกล้เคียงอยู่หลายๆ วัดครับ (ฮา) แต่ ณ ตอนนี้ยังนึกไม่ออกหรือยังเลือกไม่ได้ว่าจะให้ท่านมาช่วยงานอย่างไรหรือกิจกรรมไหนดีกับกลุ่มเป้าหมายลักษณะอย่างนี้จึงจะเหมาะควรแก่ท่าน


คำพระสอนที่ก้องหูเกี่ยวกับการเก็บตู้หนังสือ เก็บข้าวของในบ้านคือ "หยิบง่าย หายรู้ ดูงามตา" ขยายความว่า "หยิบก็ง่าย หายก็รู้ ดูก็งามตา"  ทั้ง 3 ส่วนนี้ให้สมดุลกันอย่าให้สุดโต่งไปข้างใดข้างหนึ่ง


พี่ๆ น้องๆ แถวนี้เริ่มจะคุ้นชินกับคำพระกับผมบ้างแล้วละครับ

แต่ในระหว่างนี้ ยังไม่อนุญาตให้ใครลาเพื่อปฏิบัติธรรมครับ (ฮา)

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 42922, เขียน: , แก้ไข, , สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 2, อ่าน: คลิก

คำสำคัญ (keywords) #ทบทวนวันหยุด#คำพระสอน#หยิบง่ายหายรู้ดูงามตา#จัดเรียงแฟ้มเอกสาร#สถานสงเคราะห์คนไร้ที่พึ่ง

บันทึกล่าสุด 

ความเห็น (2)

moomi
IP: xxx.121.92.177
เขียนเมื่อ 

"หยิบง่าย หายก็รู้ ดูงามตา"

จริงๆแล้วคงเหมือนกับกิจกรรมคุณภาพอย่างหนึ่งที่เราเรียกว่า 5ส. อันประกอบด้วย สะสาง  สะดวกสะอาด  สุขลักษณะ สร้างนิสัย

โดยส่วนตัวแล้ว มักจะทำได้เพียง 4ส.เท่านั้น ขาดแต่ สร้างนิสัย ที่ยังทำได้ไม่สำเร็จ เลยมักได้ยินประโยคที่คุ้นหูอยู่เสมอ นั่นก็คือ

"หัวหน้าจะเอาอย่างไร บอกมาเลยค่ะไม่ต้องเกรงใจนะคะ พวกน้องทำได้หมดแหละค่ะ" (ฮา)

อย่าไรก็ตาม เอาใจช่วยนะคะ สู้...สู้

ขอบคุณ คุณ moomi อีกครั้งครับ

ผมเคยทำงานรับผิดชอบด้าน QA ในมหาวิทยาลัยอยู่พักใหญ่ๆ คุ้นเคยกับระบบนั้นเสียมาก แต่ก็โชคดีมีโอกาสได้โฉบกับระบบ HA ไปกับเขาอยู่เหมือนกัน

กิจกรรม (มหกรรม) คุณภาพที่อบอุ่นยิ่งของศิริราช และรามาฯ ในแต่ละปีเป็นไปด้วยความคึกคักยิ่ง มอบรางวัลดาวเด่นให้กับกิจกรรม R2R ก็ล้วนเป็นไปด้วยความคึกคัก-- คึกคักจนตัวสั่นอยากเลียนแบบ--คึกคักยิ่งกับบรรยากาศคุณภาพของเหล่าพี่ๆ น้องๆ พยาบาล (มีหมอแซมบ้างประปราย ให้รู้ว่าจัดในโรงพยาบาล)

ประสบการณ์ในทางปฏิบัติ ด้าน 5ส. สำหรับผมค่อนข้างน้อย (หรือแทบเรียกได้ว่าไม่มีเอาเสียเลยก็ได้)  สอบถามในที่หลายแห่ง (ยกเว้นโรงพยาบาล) กิจกรรม 5ส. กลายเป็นพิธีกรรมไปเสียแล้ว--พิธีกรรมที่คล้ายกับ ISO

อย่าทำเป็นเล่นไป ในที่หลายๆ แห่งยังให้คำเต็มของ 5ส. ไว้ต่างๆ กัน  เช่น  สว่าง สะอาด สงบ สุขภาพกาย สุขภาพจิต (ฮา)

ผมละดีใจที่สุดเลยครับคุณ moomi เมื่อทราบว่าคุณ moomi อยู่ในแวดวงคุณภาพ สิ่งที่ผมชอบใจที่สุดของระบบคุณภาพในโรงพยาบาลคือความอบอุ่นครับ ความคึกคัก และเรียนรู้ (ส่วนการถูกบ่นจากเหล่าสมาชิกเรื่อง paper work ก็คงเป็นเรื่องธรรมดาละ)

เรียนเชิญคุณ moomi ติดตาม แนะนำ ต่อไปนะครับ