GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

ข้อมูลความสำพันธ์ไทย-เวียดนาม ทางด้านการค้าและการลงทุน

จิ อัน เกิม เจือ? หมายความว่า คุณผู้หญิงกินข้าวแล้วยังครับ จิ ม้วน อัน เกิม เว้ย โตย คม ? หมายความว่า คุณผู้หญิงไปรับประทานข้าวกับผมมั้ย

เมื่อพูดถึงความสัมพันธ์ ไทย-เวียดนาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงก่อนทศวรรษที่ 90 เรามักจะได้ยินถึงความมีอคติต่อกันจากทัศนคติของคนไทยอยู่เสมอ อคติที่ยังปรากฏอยู่ในปัจจุบันส่วนใหญ่มีที่มาเด่นชัดจากสงครามเวียดนาม ซึ่งไทยได้เข้าไปมีส่วนร่วมรบอยู่ด้วยไม่ว่าจะด้วยการถูกดึงหรือด้วยการเสนอตัวเข้าไปช่วยสหรัฐฯรบกับพวกเวียดกงหรือด้วยเหตุผลใดก็ตามที

                    ในทางที่เป็นจริงความสัมพันธ์ ไทย-เวียดนามมิได้อยู่ในสภาวะแห่งความเป็นปรปักษ์เสมอไป เพราะเราและเขาต่างก็มีจุดเชื่อมของความสำพันธ์อันดีหลายๆอย่าง เช่นในช่วงสมัยหนึ่งนาย ปรีดี พนมยงค์ รัฐบุรุษอาวุโสของประเทศไทยก็เคยให้การสนับสนุนขบวนการกู้ชาติจากการเป็นประเทศอณานิคมของตะวันตกในเวียดนามที่นำโดย โฮจิมินส์ เป็นต้น         

                    และปรากฎว่ายิ่งในช่วงปัจจุบันนี้ประเทศเวียดนามได้เปิดประเทศทางด้านการค้าการลงทุนจากต่างประเทศมากยิ่งขึ้น ทำให้ความสำพันธ์ระหว่างไทยและเวียดนามยิ่งทวีความเข้มข้นไปอีกทั้งในฐานะของประเทศคู่ค้าและคู่แข่ง ดังนั้นเพื่อเป็นการทำความเข้าใจเบื้องต้นเกี่ยวกับการค้าการลงทุนของเวียดนามเราจึงควรมาดูข้อมูลทางการค้าการลงทุนระหว่างไทยและเวียดนามกัน                                                                                      

                        1.การค้าระหว่างไทย-เวียดนามในปี ๒๕๔๘ มีมูลค่า ๓.๒ พันล้านดอลลาร์สหรัฐ สินค้าหลักที่ไทยส่งไปเวียดนาม คือ เม็ดพลาสติกน้ำมันสำเร็จรูป เหล็ก ก๊าซปิโตรเลียมเหลว ปูนซีเมน เคมีภัณฑ์ รถจักรยานยนต์และส่วนประกอบ ขณะที่ไทยนำเข้าเครื่องจักรไฟฟ้า น้ำมันดิบ ถ่านหิน เมล็ดพืชน้ำมันและผลิตภัณฑ์สัตว์ทะเล จากเวียดนาม                                                            

                           2.ไทยมีความร่วมมือที่ดีกับเวียดนามในด้านข้าวโดยผ่านสภาความร่วมมือด้านข้าวซึ่งสมาชิกประกอบด้วยประเทศผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่ของโลก ๕ ประเทศได้แก่ ไทย จีน เวียดนาม อินเดีย และปากีสถาน                                     

                         3.ไทยได้แสดงท่าทีสนับสนุนเวียดนามให้เข้าร่วมในความร่วมมือด้านยางพาราสามฝ่าย (ไทย-มาเลเซีย-อินโดนีเซีย) เนื่องจากเวียดนามเป็นผู้ส่งออกยางพาราที่สำคัญรายหนึ่ง จึงแสดงท่าทีสนใจที่จะเข้าร่วม                                                        

                      4.ไทยเป็นประเทศที่มีมูลค่าการลงทุนในเวียดนามสูงเป็นอันดับที่ ๑๑ จากผู้ลงทุนทั้งหมด และเป็นอันดับที่ ๒ ในประเทศอาเซียน โดยมีโครงการรวม ๑๒๐ โครงการ คิดเป็นมูลค่า ๑.๕ พันล้านบาท แหล่งที่ใหญ่ที่สุดที่มีนักลงทุนไทยคือ นครโฮจิมินห์ สาขาสำคัญที่มีการลงทุนจากนักธุรกิจไทย คือ ด้านการท่องเที่ยวและโรงแรม เคมีภัณฑ์ อุตสาหกรรมด้านเกษตร อาหารสัตว์ อุตสาหกรรมพลาสติกชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์                                                                

                     5.นักลงทุนไทยยังให้ความสนใจลงทุนในเวียดนามอย่างจริงจังไม่สูงนัก เนื่องจากขาดบุคลากรที่พร้อมจะเดินทางไปลงทุนในเวียดนาม ประสบอุปสรรคในการเลือกหุ้นส่วนชาวเวียดนาม ไม่มั่นใจต่อบรรยากาศการลงทุนในเวียดนามในระยะยาว และยังไม่ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับตลาดเวียดนามอย่างลึกซึ้งเพียงพอ                                                                   

                        6.นักลงทุนไทยส่วนใหญ่เน้นการลงทุนระยะยาว และไม่ใช่การลงทุนขนาดใหญ่เช่นบริษัทข้ามชาติต่างชาติสหรัฐฯ ยุโรป หรือญี่ปุ่น จึงไม่ใช่การลงทุนที่ยึดครองตลาดและส่งผลให้ธุรกิจ เวียดนามไม่สามารถเติบโตขึ้นในสาขาเดียวกันได้ ดังนั้นการส่งเสริมนักลงทุนไทยในเวียดนามจึงเป็นผลดีแก่เศรษฐกิจเวียดนามมากกว่าผลร้าย                                                                 

                       7.ในปี ๒๕๔๖ รัฐบาลเวียดนามมีโครงการลงทุนที่สำคัญ คือ การสร้างทางยกระดับทางหลวงหมายเลข ๑ การสร้างทางสายเอเชีย การสร้างอุโมงใต้น้ำแม่น้ำไซง่อน การทำการศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาท่าเรือใหม่ ๒ แห่ง (ก๊าย แมป และถิ หวาย) โดยมีนครโฮจิมินห์เป็นศูนย์กลาง                                                  

                      8.นักลงทุนต่างชาติส่วนใหญ่พอใจต่อระบบการเมืองที่มั่นคง ความได้เปรียบทางจุดที่ตั้งยุทธศาสตร์ และอัตราเงินเฟ้อที่ไม่แปรปรวน                                                        

                     9.การพัฒนาในเชิงบวกในปีที่ผ่านมา คือ การให้บริษัทต่างชาติรายใหม่เข้าไปลงทุนในเวียดนามสะดวกขึ้น การผ่อนปรนระเบียบควบคุมการกู้เงิน และการลดขั้นตอนการขอใบอนุญาตประกอบกิจการ                                   

                 10.นักลงทุนส่วนใหญ่มีแผนจะขยายการลงทุนในระยะ ๓ ปี โดยพิจารณาปัจจัย คือ แนวโน้มการขยายตัวของเศรษฐกิจเวียดนามในอนาคต ความมั่นคงทางการเมือง และอัตราการขยายตัวของตลาดภายในประเทศเวียดนาม                             

                 11.ในเชิงลบ นักลงทุนต่างชาติไม่พอใจการปิดกั้นข้อมูลข่าวสาร ประสิทธิภาพของหน่วยงานราชการ การคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานและกฏระเบียบการค้าการลงทุนบางประการรวมทั้งแสดงความกังวลต่อระเบียบใหม่ที่กำหนดให้บริษัทต่างชาติจ้าพนักงานต่างชาติได้ไม่เกินร้อยละ ๓ เนื่องจากปัจจุบันตลาดแรงงานเวียดนามยังไม่มีแรงงานคุณภาพจำนวนมากนัก และแรงงานที่มีคุณภาพส่วนใหญ่อยู่ที่กรุงฮานอยและนครโฮจิมินห์ (อย่างไรก็ดี ระเบียบดังกล่าวยังไม่มีการบังคับใช้)

12.นักลงทุนสินค้าแป้งมันสัมปะหลังไทยจะประสบปัญหาคู่แข่งเพิ่มขึ้นในปีหน้า เนื่องจากรัฐบาลเวียดนามส่งเสริมการตั้งโรงงานมันสำปะหลังในทุกจังหวัดในเวียดนาม อาจก่อให้เกิดการแข่งขันระหว่างจังหวัดของเวียดนาม ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะการล้มละลายของธุรกิจแป้งมันสำปะหลังส่วนใหญ่และทำลายราคาตลาดของสินค้าแป้งมันสำปะหลังในภาพรวม

ที่มา

http://www.mfa.go.th/web/479.php?id=273

วันเสาร์ที่ 5 พรุ่งนี้มีซ้อมรับปริญญาช่วงบ่ายขออุญาติลานะครับอาจารย์

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 42626
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 8
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (8)

อ่านแล้วครับ นอกจากได้ความรู้เรื่องการค้า การลงทุนไทย-เวียดนามแล้ว ยังได้รู้ภาษาเวียดนามอีกด้วย

เห็นด้วยสำหรับเเนวคิดนะครับว่าระหว่างไทยกับเวียดนามควรส่งเสริมซึ่งกันเเละกัน เพราะเราอยู่ในภูมิภาคเดียวกัน มิใช่คิดเเต่การเเข่งขัน
ขอบคุณที่ให้ความรู้ค่ะ   ตอนนี้เวียดนามกำลังมาแรงในภูมิภาคเอเซียพอดี   อ่านแล้วเลยได้ความรู้มากขึ้นเข้ากับสถานการณืปัจจุบัน   ประเทศไทยอย่างเราต้องรัมัดระวังเวียดนามให้ดี   หากเราไม่พิจารณาและศึกษาให้ดีในการลงทุนและการดำเนินความสัมพันธ์   เราอาจจะต้องเพลี่ยงพล้ำให้กับความเจิญที่รุดหน้าขึ้นของเวียดนามได้ 
น่าสนใจครับ ตอนนี้เวียดนามกำลังเป็นประเทศที่ดึงดูดนักลงทุนต่างชาติมาก เคยเห็นเว็บไซต์ที่เกี่ยวกับการลงทุนในเวียดนาม ให้ข้อมูลเยอะ เป็นเว็บไซต์ของรัฐบาลที่พร้อมให้นักลงทุนทำการศึกษาข้อมูลการลงทุนในประเทศเค้ามากๆ
อยากให้อาจารย์ช่วยยกตัวอย่างบริษัทของไทยที่เข้าไปลงทุนในเวียดนามแล้วประสบผลสำเร็จบ้างค่ะ

ตอนนี้กำลังรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการลงทุนของชาวต่างชาติในประเทศเวียดนามอยู่ค่ะ เพื่อประกอบรูปเล่มงานวิจัย แต่มีปัญหาตรงที่ข้อมูลด้านดัวเลข สถิติไม่ค่อยมี หรือมีก็ไม่ค่อยอัพเดต รบกวนถ้ามีข้อมูลช่วยกรุณาส่งเข้าเมลล์ให้หน่อยนะคะ

ใกล้จะจบแล้วค่ะ

ขอบคุณมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ

ส่งรูปเล่มงานวิจัย 27/2/52 ค่ะ

ดีจ๊ะ จากรีบอน