ความหลัง

กลับไปวัดพุทธบาทห้วยต้ม

ผมได้มีโอกาสไปเยือนวัดพุทธบาทห้วยต้มหลังจากที่เคยไปครั้งสุดท้ายเกือบ 20 ปีมาแล้ว จากการที่ได้เจอคุณอัมรา พวงชมพูแห่งเสื้อแตงโมช่วงเดือนก่อน ทำให้ทราบว่าหลวงปู่ครูบาวงศ์ละสังขารไปนานแล้ว ยังเหลือแต่สรีระของท่านที่ยังอยู่ให้คนได้กราบไหว้บูชา ข่าวนี้ทำให้ผมตั้งใจที่จะกลับไปวัดพุทธบาทห้วยต้มอีกครั้ง หากมีโอกาส ซึ่งเมื่อเดือนที่แล้วก็ยังไม่ทราบว่าจะมีโอกาสเมื่อใด

แต่คงยังมีบุญอยู่บ้าง ผมมีธุระต้องแวะกลับไปประเทศไทยช่วงสั้นๆ ต้นเดือนมกราคม และบังเอิญที่มีน้องคนหนึ่งทำงานอยู่ที่เชียงใหม่ พอรู้ว่าผมอยากจะไปลำพูนเพื่อกราบศพครูบางวงศ์ ก็ยินดีที่จะพาไป แผนการไปลำพูนจึงเกิดขึ้นอย่างกระทันหัน ในช่วงเวลาที่มีอยู่ไม่กี่วันในเมืองไทย

ในที่สุดด้วยการเดินทางโดยเครื่องบิน กรุงเทพฯ – เชียงใหม่ ก็ทำให้ผมสามารถไปวัดพุทธบาทห้วยต้มได้ภายในเวลาวันเดียว ทำให้ผมได้กลับไปเยือนวัดนี้อีกครั้งหลังจากหายไปนานกว่า 20 ปี ซึ่งผมเคยเป็นลูกศิษย์ครูบาวงศ์ในสมัยนั้นโดยไปกับคณะแพทย์พยาบาลศิริราช รวมทั้งผมได้มีโอกาสสร้างพระพุทธรูป 1 องค์ถวายวัดด้วย ปัจจุบันเป็นพระประธานในศาลารายด้านในของบริเวณวัด

จำได้ว่าในสมัยเมื่อ 20 ปีมาแล้วเคยไปวัดพุทธบาทห้วยต้มหลายครั้ง และได้มีโอกาสใกล้ชิดหลวงพ่อมาตลอด เคยนวดให้ท่านเสมอๆ รวมทั้งเคยนอนกับพื้นดินพร้อมกับชาวกระเหรี่ยงเป็นทางเดินเพื่อให้ครูบาเดินไปสรงน้ำ เป็นการแสดงความศรัทธาสูงสุดของกระเหรี่ยงที่อยู่ที่วัด  

การได้กลับไปครั้งนี้จึงรู้สึกตื่นเต้นพอสมควร เพราะจะได้ไปเห็นสถานที่ที่เคยไปปฏิบัติธรรมที่เก่าแก่ เคยไปค้างคืนโดยมีครูบาสอนกรรมฐานให้ แต่ในครั้งนี้ อนิจจาไม่มีท่านครูบาแล้ว

วัดพุทธบาทห้วยต้มในปัจจุบันเจริญขึ้นมาก มีการก่อสร้างมากมายที่สวยงามมาก โดยเฉพาะวิหารที่ประดิษฐานศพของครูบาวงศ์ งดงามเหลือเกิน

ศพครูบาวงศ์ที่อยู่ในโลงแก้ว

ผมใช้เวลาอยู่ที่วัดประมาณ ชั่วโมงกว่าก็ต้องรีบเดินทางกลับ แต่ก็ถือเป็นช่วงเวลาที่อิ่มไปด้วยบุญและปีติสูงมากที่ได้ทำสิ่งที่ตั้งใจได้สำเร็จ นอกจากนั้น ผมพบว่าทั้งเชียงใหม่และลำพูนเจริญขึ้นมาก ถนนหนทางดีและยังมีธรรมชาติที่งดงามอยู่มาก เปรียบเทียบกับหลายประเทศรวมทั้งอินเดียนับว่าประเทศไทยสามารถกระจายความเจริญได้ดีโดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นระบบ ผู้คนมีความเป็นอยู่ที่ดี แต่ก็คงต้องแลกกับความเจริญทางวัตถุและปัญหาของคนเมืองใหญ่ที่ต้องควบคุมและจัดการให้ดีในอนาคต

ในเรื่องของการท่องเที่ยว ยืนยันว่าประเทศไทยยังมีศักยภาพในด้านการท่องเที่ยวที่สูงมากเปรียบเทียบกับประเทศในภูมิภาคเดียวกัน และสามารถเป็นศูนย์กลางการคมนาคมทั้งทางบกและทางอากาศเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในภูมิภาคได้ โดยเฉพาะในเรื่องศาสนาพุทธ ไทยเรามีวัดวาอารามมากมายที่สวยงามเช่นที่ลำพูนนี้ ไม่แปลกใจที่ทราบจากคุณเพียงอรว่ามีชาวต่างประเทศสนใจจะมาใช้ชีวิตปั้นปลายในภาคเหนือของไทยโดยเฉพาะที่เชียงใหม่และลำพูน

ต้องขอขอบคุณคุณเพียงออ เลาหะวิไลยและเพื่อน คุณสุริยา ระเบียบที่กรุณาสละเวลาพาผมไปวัดพุทธบาทห้วยต้มในวันนั้น รวมทั้งพาไปทานบะหมี่-เกี๊ยวร้านเจ้ส่วนที่มีชื่อของลำพูนด้วย สำหรับคุณเพียงออนั้นเป็นอดีตนักเรียนทุนรัฐบาลเกาหลี เขียนเรื่องในโพสต์ทูเดย์และเป็นเจ้าของผลงาน "เกาหลีทีเด็ด" ที่กำลังวางแผงขายอยู่ในขณะนี้ ผู้สนใจหาอ่านกันได้

1 วันกับลำพูน ขอถือโอกาสนำเรื่องมาเล่าสู่กันฟังและนำบุญมาฝากชาวโกทูโนทุกท่านด้วยครับ