GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

พลิกโฉม ศตวรรษใหม่ ของ บาทวิถี อำนาจใหญ่กว่า ถนน ต่อไป คนเดินถนน จะสำคัญกว่าคนขับรถ

ผู้สนใจ ระบบเมือง การเดินทางในเมือง ได้บทเรียนสำคัญ เมื่อศาลปกครอง  ตัดสินโทษ เทศบาลนครอุบล 

ที่ทำผิด  กรณี ทุบบาทวิถี ถอนต้นไม้  ขยายถนน

ผลงาน นี้ สว นิรันดร์  จ. อุบล   ฟ้องศาลปกครอง พิพากษา ไปวันที่ 25 กค 2549

สังคมไทย จะได้บรรทัดฐานใหม่ เรื่อง บาทวิถี  สำคัญยิ่ง   สามารถใช้ฟ้อง เทศบาลต่างๆได้   หากทำอะไร ขาดเหตุผล

ผมเชื่อว่า  ต่อไปนี้ ชมรม เครือข่ายผู้พิการ จังหวัดต่างๆ  จะหัดฟ้องร้อง  เพื่อพิทักษ์สิทธิ การใช้บาทวิถี ที่เอื้อเฟื้อต่อ มวลชนทุกกลุ่ม เอื้อเฟื้อ ต่อ รถเข็น  มีทางลาดทุก บาทวิถี

เทศบาลนครหาดใหญ่  ได้ตระหนัก ความสำคัญของบาทวิถี  เริ่มศึกษาหา มาตรฐานของ บาทวิถี ที่เหมาะสม

 

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

คำสำคัญ (keywords): บาทวิถี
หมายเลขบันทึก: 41200
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 3
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (3)

  • น่าสนใจมากครับ 
  • อยากอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมครับ
  • ขอบพระคุณมากครับ
ขอหมายเลขคดีด้วยครับ เป็น คดีดำ หรือ คดีแดง มีลิงค์ที่เกี่ยวข้องมั้ยครับ ถ้ามีกรุณาอ้างอิงให้หน่อย...

อีกอย่างนอกจากบาทวิถีแล้ว ทางเดินรถจักรยาน ก็น่าจะมีในบ้านเมืองเราอย่างเป็นทางการบ้างนะครับ ไม่ใช่มีแต่ที่ ยะลา จังหวัดเดียว

จะให้ประหยัดน้ำมัน แต่ไม่มีทางเดินรถจักยานแล้ว เราๆจะไปปั่นกันแถวไหนเพื่อความปลอดภัย ทั้งๆที่น้ำมันแพงแต่รถราก็ยังเยอะอยู่ดี....

ขอเรียกร้องทางเดินรถจักยานครับ.....

เป็น ข่าว ใน manager online  วันที่ 26 กค 49

  อุบลราชธานี- ชาวอุบลฯเฮ เรียกร้องความเป็นธรรมสำเร็จขั้นแรก หลังศาลปกครองมีคำสั่งเทศบาลนครอุบลฯยุติรื้อฟุตปาธ-ตัดต้นไม้ในเขตเทศบาลชั่วคราว เผย เทศบาลนต้องระงับการดำเนินโครงการก่อสร้างขยายผิวจราจรทั้ง 24 โครงการ จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษา หรือคำสั่งในคดีนี้เป็นอย่างอื่น
       

       
       วันนี้ (26 ก.ค.) ที่สำนักงาน นพ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ รักษาการสมาชิกวุฒิสภา จ.อุบลราชธานี ตัวแทนประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากโครงการขยายผิวจราจรในเขตเทศบาลนครอุบลราชธานี นำโดย นายสมศิลป์ สูนานนท์ และ พ.ท.กนกศักดิ์ ชุมเสน ทนายความ ซึ่งได้ยื่นเรื่องฟ้องต่อศาลปกครองนครราชสีมา ให้พิจารณาการดำเนินโครงการที่ส่งผลกระทบต่อประชาชน ได้ร่วมกันแถลงข่าว
       
       กรณีศาลปกครองนคราชสีมา มีคำสั่งลงวันที่ 25 ก.ค.2549 ในคดีหมายเลขดำที่ 170, 185, และ 203/2549 ให้สำนักงานเทศบาลนครอุบลราชธานี กำหนดมาตรการ หรือวิธีการเพื่อบรรเทาทุกข์ชั่วคราวให้แก่ผู้ฟ้องคดี ก่อนพิจารณาคดี โดยให้ผู้ถูกฟ้องระงับการดำเนินโครงการก่อสร้างขยายผิวจราจรทั้ง 24 โครงการ จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาหรือคำสั่งในคดีนี้เป็นอย่างอื่น
       

       ทั้งนี้ สืบเนื่องจากความขัดแย้งระหว่างชุมชนในเทศบาลนครอุบลราชธานี ไม่เห็นด้วยกับสำนักงานเทศบาลนครอุบลราชธานี ทำการตัดต้นไม้ และรื้อฟุตปาธในถนน 24 สาย เพื่อขยายผิวจราจร เพราะโครงการได้ส่งผลกระทบต่อประชาชน คนเดินเท้า และสิ่งแวดล้อมในตัวเมือง
       
       ต่อมา นายสุธี มากบุญ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ได้มีหนังสือทักท้วงให้ผู้บริหารเทศบาลทบทวนนโยบาย เพราะเกิดผลกระทบเป็นบริเวณกว้างกับประชาชน แต่ผู้บริหารไม่สนใจยังเดินหน้าทำโครงการต่อไป และโครงการดังกล่าวเป็นงบประมาณสนับสนุนจากกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นในวงเงินกว่า 40 ล้านบาท ทำให้อยู่นอกเหนืออำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัดที่จะสั่งให้ระงับโครงการได้
       
       ภายหลังสภาเทศบาลได้มีมติในการประชุมพิจารณาการใช้จ่ายงบประมาณประจำปี 2549 ได้อนุมัติให้มีการขยายผิวจราจรเพิ่มเติมในถนนอีก 31 สาย ใช้งบดำเนินการอีกกว่า 50 ล้านบาท ทำให้กลุ่มประชาชนที่ไม่เห็นด้วยกับโครงการพัฒนาดังกล่าว ได้รวมตัวไปยื่นฟ้องร้องต่อศาลปกครองนครราชสีมา เพื่อให้ตัดสินชี้ขาดโครงการปรับปรุงขยายผิวจราจรของสำนักงานเทศบาลนครอุบลราชธานี ทั้ง 55 สาย
       
       ศาลปกครองได้รับคำร้องไว้พิจารณาเมื่อวันที่ 27 มิ.ย.ที่ผ่านมา และศาลปกครองนครราชสีมา ได้มีคำสั่งให้เทศบาลนครอุบลราชธานี ระงับโครงการขยายผิวจราจรในถนน 24 สายไว้โดยศาลมีความเห็นว่า โครงการดังกล่าวมิใช่เป็นการแก้ปัญหาเร่งด่วนของการจราจรหนาแน่นในอนาคตได้ในขณะนี้ แต่เป็นผลกระทบที่อาจก่อให้เกิดความเสียหาย ทั้งด้านสวัสดิภาพ และคุณภาพชีวิตและทรัพย์สินส่วนบุคคลแก่ประชาชนในเขต ถ้าผู้รับจ้างของผู้ถูกฟ้องยังดำเนินการก่อสร้างต่อไป จึงมีเหตุจำเป็นเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม สมควรกำหนดมาตรการหรือวิธีการคุ้มครองตามคำขอของผู้ฟ้องไว้ก่อน
       
       ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า ด้านการปรับปรุงขยายผิวจราจรเพิ่มเติมอีก 31 สาย ซึ่งอำนาจการอนุมัติใช้เงินงบประมาณเป็นอำนาจของนายสุธี มากบุญ ผู้ว่าฯ จึงมีคำสั่งไม่อนุมัติและให้ยุติโครงการที่สำนักงานเทศบาลนครอุบลราชธานี ขอขยายผิวจราจรถนนทั้ง 31 สายแล้วด้วย