จากตอนที่แล้วยังไม่จุใจ จึงจะขอเล่าเรื่องการเรียนแบบโครงการต่อ แบบเป็นขั้นเป็นตอน เพราะได้มีโอกาสร่วมลงมือ ลงแรงกับนักเรียนกลุ่มหนึ่ง คือนักเรียนห้อง อ.2/7 (ร.ร.อนุบาลนครปฐม)โดยตั้งชื่อโครงการว่า โครงการหนังสือนิทาน

ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่าโครงการนี้ใช้เวลาดำเนินการกว่า 2 เดือน โดยให้เด็กๆ ปรึกษา (คุยกัน) ว่าจะเรียนเรื่องอะไร เด็กๆ ก็ตอบต่างๆ นานา ห้องนี้เลยสรุปร่วมกันว่าจะเรียนเรื่อง หนังสือนิทาน คุณครูก็รวบรวมเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับหนังสือนิทานมาถ่ายทอดให้แก่นักเรียน ให้นักเรียนร่วมกันค้นหา หนังสือนิทาน แบบต่างๆ หาความรู้และมีจดหมายสอบถามเกี่ยวกับหนังสือนิทานให้กับผู้ปกครองด้วยว่าที่บ้านมีหนังสืออะไรบ้าง

กิจกรรมที่เกี่ยวกับหนังสือนิทานเกิดขึ้นเป็นลำดับ ไม่ว่าจะร่วมกันวาดภาพแต่งหนังสือนิทาน ไปร้านหนังสือ และเชิญวิทยากรมาพูดคุยเกี่ยวกับหนังสือนิทาน เด็กๆ ได้ฝึกวาดรูปจากอาจารย์ที่มีความรู้ด้านศิลปะโดยคุณครูเป็นผู้เชิญมาที่โรงเรียน เด็กๆ วาดภาพกันอย่างสนุกสนานเพราะจะแต่งหนังสือนิทานร่วมกัน จนได้หนังสือนิทานเรื่อง "มนุษย์ต่างดาวกับสงคราม ผีเสื้อและดอกไม้" ขึ้นมา เด็กๆ รู้จักการวาดภาพประกอบหนังสือและใช้จินตนาการอย่างไม่จำกัดถ่ายทอดเป็นผลงานร่วมกันได้อย่างดีมาก ถึงแม้บางภาพคนวาดต้องกำกับว่าหนูวาดอะไร แต่ภาพนั้นก็สื่อความหมายได้อย่างที่เขาคิดจริงๆ

ต่อมาคุณครูพาเด็กๆ ไปร้านหนังสือใกล้ๆ โรงเรียน ไปเยี่ยมชมและพูดคุยกันที่นั่น ทั้งเชิญวิทยากรที่เชี่ยวชาญด้านหนังสือนิทาน อ.ชีวัน วิสาสะ มาเล่านิทานพร้อมทั้ง สอนเด็กๆ เกี่ยวกับการทำหนังสือนิทาน หลังจากวันนั้นเห็นได้ว่าเด็กๆ รู้ลึกและรู้จริงเกี่ยวกับหนังสือนิทานมากขึ้น เขาสามารถแยกแยะได้ว่าหนังสือนี้เป็นหนังสือประเภทอะไร ให้ข้อคิดอย่างไร แตกต่างกันอย่างไร

สิ่งที่บอกว่าได้มีโอกาสลงมือลงแรงกับเด็กกลุ่มนี้ก็คงจะเป็นเพราะว่าต้องมีส่วนร่วมกับโครงการด้วยในฐานะผู้ปกครอง นอกจากคุณครูจะให้ผู้ปกครองกรอกจดหมายเกี่ยวกับหนังสือนิทานที่บ้านแล้ว ยังให้มีส่วนร่วมในการเรียนการสอนของลูกด้วยคือการไปร่วมกิจกรรมที่โรงเรียน ตามกำลังที่ผู้ปกครองสามารถทำได้ ด้งนั้นในโครงการนี้จึงมีส่วนไปร่วมเล่านิทานให้เด็กๆ ฟัง และวันที่ได้รับเชิญให้ไปเล่านั้นเป็นวันแม่แห่งชาติ เพื่อให้เข้ากับบรรยากาศ จึงช่วยกันกับลูกแต่งนิทานเกี่ยวกับแม่ขึ้น แล้วไปเล่าที่โรงเรียน

เห็นได้ชัดว่าเด็กๆ สนุกและได้ความรู้มากับการเรียนในรูปแบบนี้ ถึงแม้การเรียนแบบโครงการนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ และมีใช้มานานแล้วในต่างประเทศ แม้ประเทศไทยเองก็ตาม หากแต่จะมองให้เห็นถึงความประทับใจตรงนี้แล้ว คงเป็นเรื่องของความตั้งใจของครูผู้สอนมากกว่าที่จะเชื่อมโยงทุกเรื่องเข้าไว้ด้วยกัน จึงทำให้การเรียนธรรมดานั้น ไม่ธรรมดา และการให้เวลากับการเรียนของเด็กจากผู้ปกครอง เพราะหากผู้ปกครองไม่มีเวลาที่จะเรียนรู้ร่วมไปกับเขาแล้ว ก็เหมือนต่างคนต่างเรียน ดังนั้นจึงคิดว่าเป็นโอกาสอันดีที่มีกิจกรรมแบบนี้เกิดขึ้น อย่างน้อยก็ได้รับรู้และแลกเปลี่ยนการเรียนรู้ร่วมกับเด็กๆ

เมื่อจบโครงการจะมีการประเมินผลร่วมกันโดยครูและนักเรียนและมีการแสดงผลงานร่วมกัน เด็กๆ ภูมิใจในผลงานของตนเองมาก เขาจะเล่าอย่างละเอียดเกี่ยวกับหนังสือนิทานของเขาและของเพื่อนๆ เพราะเขาไม่ได้อยู่ในห้องคนเดียว เขาสามารถจดจำความประทับใจตลอดเวลาที่เรียนเรื่องนี้ได้อย่างเป็นระบบทีเดียว

แม้วันนี้โครงการหนังสือนิทานจะจบไปแล้ว แต่ความรู้ที่เด็กๆ ได้รับยังไม่จบสิ้น แต่เป็นเพียงการเริ่มต้นของการเรียนรู้ในเรื่องนี้เท่านั้น เพราะด้วยวัยเพียงห้าขวบ เขายังมีความอยากรู้อีกมากมาย และความสงสัยอีกไม่รู้จบ ทุกครั้งที่เขาจับหนังสือขึ้นมาเขาจะอธิบายและเล่าประสบการณ์ต่างๆ อย่างสนุกสนานและภาคภูมิใจว่าเขาได้พบได้เรียนรู้มา เห็นแค่นี้ก็ดีใจแทนคุณครูผู้สอนที่ตั้งใจจัดการเรียนรู้แบบนี้ให้กับพวกเขาจริงๆ