ติดต่อ

ทบทวน...ในความรู้สึก

หลายวันที่ไม่ได้เข้ามาแวะเวียนชม..คนเล่าเรื่องใน GotoKnow มีภาระกิจมากมายหลายอย่าง
ที่ต้องสะสางและทำ...ดำเนินไป ทั้งเรื่อง"ตน" งาน..และสาธารณะ มีเกี่ยงเนื่องเข้ามาตลอด
ณ วันหนึ่งเจอคำถามของเพื่อนคนหนึ่งถาม คุยกันไปเรื่อยๆ ว่า..
ที่เราเหนื่อยอยู่ทุกวันนี้...เราทำไปเพื่ออะไร...ในแต่ละวันๆ
สำหรับคนมีครอบครัว...อาจบอกว่าทำไปเพื่อครอบครัว
แล้วคนไม่มีครอบครัวเล่า..และอยู่ตัวคนเดียว..เขาทำไปเพื่ออะไร
นั่นน่ะสิ...ฉันนั่งถามและเฝ้าเพียรหาคำตอบ อยู่หลายตลบ
คำตอบหนึ่ง...ที่ได้นั่นคือ...
ทำ..ทำ..และก็ทำ...
แม้จะทำได้..หรือได้ทำ ความสำคัญที่เกิดขึ้นในตัวเรา...
นั่นคือ เรารู้สึกมีค่า...ค่าที่เราไม่ปล่อยชีวิตไปตามลมหายใจ ในแต่ละวัน
วันแล้ววันเล่า...โดยที่ไม่เกิดอะไรขึ้นเลยสำหรับเราเอง
หากแต่เมื่อใดที่เราได้ทำงาน...คุณค่าอยู่ตรงที่เราลุกขึ้นมาทำ
มากกว่าการปล่อยชีวิตไปเรื่อยตามห้วงแห่ง...กาลเวลา

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 39993, เขียน: , แก้ไข, , สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 12, อ่าน: คลิก

คำสำคัญ (keywords) #จิตวิญญาณ#mind#กระบวนการทางปัญญา#feeling

บันทึกล่าสุด 

ความเห็น (12)

น้องนิว
IP: xxx.29.37.21
เขียนเมื่อ 

การที่เราทำ ทำ และทำ มันจะทำให้คนเราดูมีค่า และมีความหมายในชีวิต..  มิใช่อยู่ไปวัน ๆ ..แต่ถ้าเราอยู่ไปวัน ๆ เราก็จะไม่ทำ ทำ และทำ  ??  และชีวิตก็จะไม่มีเป้าหมาย และขาดการเรียนรู้ในที่สุด

ขอบคุณคะ

"หากแต่เมื่อใดที่เราได้ทำงาน...คุณค่าอยู่ตรงที่เราลุกขึ้นมาทำ"

ชอบตรงนี้ค่ะ คุณค่าของคนทำงานไม่ได้อยู่ที่สถานภาพสมรสแน่นอน

Panda
เขียนเมื่อ 
  • ทำงาน คือ มีคุณธรรมในงาน  ธรรมะ คือ ธรรมชาติ 
  • ดังนั้น ทำงาน ก็คือ งานที่เป็นธรรมชาติ 
  • ชีวิต เป็น ธรรมชาติ  ทำงานอย่างธรรมชาติ ไม่ว่าจะอยู่ในสภาพ หรือ สถานะใด ก็คือชีวิตเหมือนกัน ครับ
  • เข้ามาทักทายครับ
  • เจอธรรมมะท่านอาจารย์ Pandaเข้าไปอึ้งครับ
  • สาธุ สาธุ
ผมจดไว้แล้วครับ ท่านอาจารย์ Panda ขอบพระคุณมากครับ
Ka-Poom
เขียนเมื่อ 

คุณ"น้องนิว"

ทำและทำ...ทำและทำ...ทำและทำ...ชีวิตมีค่า..
เฉกเช่น...ที่เราทำ..และทำอย่างมีใจที่อยากทำ..

ขอบคุณเช่นกันนะคะ...

Ka-Poom
เขียนเมื่อ 

คุณ"จันทรรัตน์"

ชอบความเห็นของอาจารย์มากเลยนะคะ...
"คุณค่าของคนทำงานไม่ได้อยู่ที่สถานภาพสมรสแน่นอน"
โห..โดนใจอย่างยิ่งเลยคะ...
ให้ใจ..ไปเลยเต็มร้อยคะ (ยิ้มๆๆ)

Ka-Poom
เขียนเมื่อ 

คุณ"Panda"

ท่านมาพร้อมธรรมะ..ที่กระทบใจดิฉันอย่างจัง...
นิ่งๆ...และลึก..ในความรู้สึกและปัญญา
การมอง..ความเป็นไป..แห่งธรรมชาติ...
นี่แหละคือท่าน Panda ที่ดิฉันนับถือเสมอ

Ka-Poom
เขียนเมื่อ 

คุณ"ขจิต"

พักหลังไม่ค่อยได้เจอกันเลยนะคะ...
ดิฉันก็อึ้งเช่นเดียวกัน...
ท่าน Panda เฉียบคมเสมอคะ

ขอบคุณนะคะที่แวะเวียนมาทักทายไม่ให้ได้ลืมกัน

Ka-Poom
เขียนเมื่อ 

คุณ"ผอ. บวร"

วันนี้เราเจอกันสองรอบแล้วนะคะ
หากท่าน ผอ.บวร ได้เจอท่าน Panda (ไม่ทราบว่าท่านเคยเจอหรือยังนะคะ...ต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้ก่อนนะคะ..หากผิดพลาด) ท่านจะทึ่งยิ่งกว่านี้คะ เพราะท่าน คือ คนคุณภาพจริงๆ...ขอยกนิ้ว

พี่ตกหล่นบันทึกนี้ไปได้ยังไง สงสัยจัง.....อ่านแล้วคิดถึงสมัยพี่ยังโสดอยู่จริงๆ เมื่อสิบปีที่แล้วพี่ก็ทำงานจัง
ไม่มีใครให้ดูแลก็ทำแต่งาน จนใครๆบอกว่าจะทำงานไปถึงไหน จนแต่งงานมีครอบครัว การทำงานหาลดลงไม่ บ่อยครั้งยังชวน samee ไปช่วยทำงานในวันหยุดอีก จนมีลูกสองคน ก็ยังทำเหมือนเดิมเป็นปกติ เรียกว่าทำจนเข้าเส้น มีความสุขดี ที่เปลี่ยนไปจากตอนโสดก็คือ มีคนคอยงอนให้รำคาญใจเวลาทำแต่งาน   

- มองการไกล -

ตั้งแต่ต้นยุคที่โลกกำเนิดเซลล์ๆแรกจนถึงทุกวันนี้ เราอาจคิดว่าเราเป็นผู้ทรงภูมิที่สุด ...แต่เหมือนว่าเราไม่ได้มีอะไรต่างจากยุคเริ่มเลยแม้แต่น้อย...เมื่อเทียบกับกาลเวลาที่เป็นอนันต์ เราเท่ากับเม็ดอะไรเล็กจนมองไม่เห็นบนเส้นเทปบันทึกที่ไม่มีวันหมดม้วน...แล้วก็คงสิ้นยุคมนุษย์...ในที่สุด...แม้เราจะรักษามันไว้ด้วยปัญญาอันล้ำเลิศแต่มันแค่ยืดเวลาการบันทึกเท่านั้น

เราทิ้งอะไรไว้ ?

เหมือนซากฟอสซิล คือ "คำทำนายแห่งอนาคต" ทำให้สิ่งที่เกิดรุ่นหลังได้ตระหนักถึงอนาคตที่จะเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าและยอมรับมันว่าต้องเป็นไปอย่างนั้นไม่เปลี่ยน

เรามีชีวิตแค่ในช่วงหนึ่งของเวลาอันเป็นอนันต์เราจะทิ้งอะไรไว้ให้สิ่งมีชีวิตรุ่นหลังกันดี -_-"