นับตั้งแต่ปี 2540 เป็นต้นมา ประเทศไทยประสบปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจ ทำให้มีการเลิกจ้างงาน  ผู้ประกอบการปิดกิจการ ประชาชนตกงานเป็นจำนวนมาก ทำให้รัฐมีความจำเป็นต้องเข้ามาดูแลความมั่นคงของทุนของผู้ประกอบการของสถาบันการเงินเพื่อหยุดยั้งประชาชนที่ทยอยถอนเงินฝากออกจากสถาบันการเงิน ทำให้สถาบันการเงินต่างๆ ขาดสภาพคล่องทางการเงินเป็นจำนวนมากส่งผลกระทบกับหลายๆ ด้าน โดยเฉพาะการลงทุนภายในประเทศของผู้ลงทุน  

        ในช่วงแรกของการแก้ไขปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจภาครัฐต้องสร้างความมั่นใจให้กับผู้ลงทุนในเรื่องของตลาด ได้แก่ ตลาดการเงิน ตลาดหุ้น ตลาดตราสารหนี้  และตลาดการลงทุนของภาคเอกชนทั้งภายในและภายนอกประเทศ โดยรัฐได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาในเรื่องสำคัญๆ 7 เรื่อง เพื่อสร้างเสถียรภาพแก่ระบบเศรษฐกิจคือ

        1.    อัตราเงินเฟ้อ

        2.    อัตราดอกเบี้ย

        3.    เงินไหลออก

        4.    ทุนสำรองเงินตราต่างประเทศ

        5.    เสถียรภาพของสถาบันการเงิน

        6.    ปัญหาทางสังคม

        7.    นโยบายและมาตรการแก้ไขปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจ  

        นอกจากนี้รัฐได้ดำเนินนโยบายที่สำคัญเพื่อกระตุ้นการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่สำคัญในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจได้แก่

        1. การดำเนินนโยบายการคลังด้วยวิธีการขาดดุลการคลังในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจเพื่อรองรับการหดตัวทางเศรษฐกิจ

        2. ใช้นโยบายผ่อนคลายทางการเงินคือ การทำให้อัตราแลกเปลี่ยนเงินนิ่ง มีสภาพคล่องทางการเงิน และอัตราดอกเบี้ยต่ำ เป็นต้น

        3. ฟื้นฟูสถาบันการเงินให้มีความความเข้มแข็งและมั่นคง

        4. กำหนดมาตรการให้ความช่วยเหลือปัญหาทางสังคมคือ รัฐเตรียมความพร้อมในการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ประสบปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจโดยใช้ระบบความปลอดภัยทางสังคม( social  safety net ) เพื่อรองรับและให้ความช่วยเหลือประชาชนให้มีการอยู่ดีกินดีและช่วยเหลือตนเองได้  

        สำหรับปัจจัยที่แสดงว่าเศรษฐกิจของประเทศกำลังฟื้นตัวที่สำคัญได้แก่

        1.    การจับจ่ายใช้สอยของภาครัฐ ควรมีมาก

        2.    การอุปโภค บริโภคของประชาชนและภาครัฐ ควรมีมาก

        3. การมีดุลบัญชีเดินสะพัดที่ดีเป็นการแสดงถึงความสามารถในการหาเงินตราต่างประเทศเข้าประเทศ

        4. มีการขยายการลงทุนของภาคเอกชนทำให้มีการจ้างงาน ประชาชนมีรายได้ ภาครัฐจึงต้องส่งเสริมและสร้างบรรยากาศการลงทุนเชิญชวนให้ชาวต่างชาติเข้ามาลงทุนภายในประเทศ เพื่อประเทศไทยจะได้เข้าสู่จุดสมบูรณ์มีการขยายตัวทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน  

        ประชาชนไม่อยากให้ประเทศไทยเข้าสู่จุดวิกฤติเศรษฐกิจอีก ดังนั้นผู้เขียนมีความเห็นว่าภาครัฐต้องกำหนดนโยบายการเงิน การลงทุน และแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนเพื่อสร้างระบบการเงินของประเทศให้มีความมั่นคง มั่งคั่ง และมีเสถียรภาพ เทียบเท่าและแข่งขันกับระบบการเงินของโลกได้ อีกทั้งต้องมีการปรับปรุงพัฒนาแผนพัฒนาระบบการเงินและแผนพัฒนาตลาดทุน เพื่อเตรียมพร้อมรองรับนโยบายการเปิดเสรีทางการเงินในอนาคต

ปล.ตอนนี้มีบ้านหลังที่สองโปรดติดตามอ่านงานได้ที่

http://learners.in.th/blog/vayupak/33238