GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

จิตสำนึกและระบบคิดในการพัฒนาชุมชน

            เมื่อปี 2547 มีชาวไทยคนหนึ่งได้รับรางวัลแม็กไซไซ คนๆ นี้ จบการศึกษาแค่ ป.4 เป็นชาวบ้านที่อำเภอฉวาง จังหวัดนครศรีธรรมราช เหตุที่ได้รับรางวัลเพราะเขาได้สั่งสมความรู้ ภูมิปัญญา ความสามารถ เกิดเป็นสิ่งที่เราเรียกว่า ชุมชนเข้มแข็ง ในตำบลที่เขาอยู่คือตำบลไม้เรียง ชุมชนเข้มแข็ง หมายถึงชุมชนที่คิดพึ่งตนเอง จัดการตนเอง ดูแลซึ่งกันและกัน ทำให้นักวิชาการและนักพัฒนาจำนวนหนึ่งซึ่งประทับใจและชื่นชม ได้ไปศึกษา ไปเรียนรู้ และนำมาเผยแพร่ ต่อมามีคนสนใจไปเยี่ยมเยือนและทำความเข้าใจมากขึ้น มาทดลองทำบ้าง เมื่อครั้งเกิดวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 มีโครงการชื่อว่า กองทุนเพื่อการลงทุนทางสังคม ซึ่งผมมีส่วนในการยกร่างและเสนอรัฐบาลให้เห็นชอบ ได้รับอนุมัติเงินประมาณ 4,800 ล้านบาท ไปส่งเสริมเรื่องการฟื้นฟูชุมชนและการทำแผนชุมชนได้ผลระดับหนึ่ง

              ต่อมาเมื่อโครงการนั้นเสร็จสิ้นก็มีหน่วยงานอื่นๆ รวมทั้งสภาพัฒน์และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนที่ผมเป็นประธานและเป็นผู้ช่วยก่อตั้งขึ้นมา ได้มาสานงานต่อจนถึงทุกวันนี้ คำว่า แผนชุมชน เป็นที่เข้าใจและยอมรับในวงกว้างรวมทั้งในภาครัฐบาล  เมื่อรัฐบาลมีนโยบายแก้ปัญหาความยากจน ตั้ง ศูนย์อำนวยการต่อสู้เพื่อเอาชนะความยากจน หรือ ศตจ. ก็ได้เปิดโอกาสให้ขบวนการชุมชนสมทบเข้ามาชื่อว่า ศตจ.ปชช. หรือ ศูนย์อำนวยการปฎิบัติการต่อสู้เพื่อเอาชนะความยากจนภาคประชาชน เป็นเครือข่ายชุมชนที่ทำแผนแม่บทชุมชนเข้ามาร่วมงานกับรัฐบาล ทำไปจนกระทั่งถึงระดับหนึ่งก็มีการบูรณาการงานของชาวบ้านเข้ากับงานของรัฐบาล ได้ทดลองทำใน 12 จังหวัดนำร่องในการบูรณาการงานพัฒนาเพื่อแก้ปัญหาความยากจน

              ทางด้านในเมืองได้มีขบวนการคนจนในเมืองรวมกลุ่มเป็นชุมชนด้วยการสนับสนุนของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน ได้ร่วมกันทำโครงการที่ชื่อว่า โครงการบ้านมั่นคง เป็นโครงการที่ชาวบ้านมีบทบาทสำคัญมากในการคิด การวางแผน และการกำหนดเรื่องสำคัญที่เกี่ยวข้อง ได้ทำโครงการบ้านมั่นคงขยายไปขณะนี้ประมาณ 200 เขตเทศบาลทั่วประเทศ รวมถึงใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

            ทั้งหมดนี้คือวิวัฒนาการของคำว่า การพัฒนาชุมชน เมื่อผมเข้ามาทำงานในด้านนี้ก็ได้มีโอกาสร่วมงานกับชาวบ้านทั้งในชนบทและในเมือง ได้พบได้เห็นได้ซึมซับได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์และได้รับเอาสิ่งที่ดี ๆ สิ่งที่มีคุณค่า สิ่งที่เป็นภูมิปัญญาจากชาวบ้านมากมายจริงๆ สั่งสมผสมผสานกลายเป็นสิ่งที่ผมเรียกว่า ระบบคิด และถ้าลึกลงไปเรียกว่า จิตสำนึก สิ่งเหล่านี้สั่งสมก่อรูปขึ้นมาในที่สุดก็เป็นตัวกำกับการคิดการพูดการทำของเรา

              ฉะนั้น จิตสำนึก และ ระบบคิด จึงเป็นสิ่งสำคัญมากในความเห็นของผม โดยเฉพาะในงานพัฒนาชุมชน สิ่งที่ผมได้สั่งสมมาคือการได้เห็นศักยภาพ เห็นขีดความสามารถ เห็นภูมิปัญญา รับรู้ถึงคุณค่าศักดิ์ศรีของคนทุกคน ผมจะไม่ใช้คำว่า ไปช่วยเหลือ ไปสงเคราะห์ ไปสร้างอำนาจให้ แต่จะใช้คำว่า ไปสนับสนุนให้เขาสร้างความสามารถขึ้นมา ให้เขาสร้างศักยภาพขึ้นมา ให้เขาสร้างอำนาจขึ้นมา สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นจากการที่ผมได้คลุกคลีสัมผัสอยู่ในวงการพัฒนาชุมชนเป็นเวลาเกือบ 20 ปี ผมหวังว่าในการทำกิจกรรมพัฒนาชุมชนของท่านทั้งหลาย คงจะได้ตระหนักถึงมิติเหล่านี้ นั่นคือ การที่เราไปทำงานกับชุมชนก็เพื่อส่งเสริมสนับสนุนให้คนและชุมชนเขาได้จัดการตนเอง ได้พัฒนาตนเอง ได้เรียนรู้ ได้เพิ่มศักยภาพของเขาเอง และนั่นจะเป็นการพัฒนาที่แท้จริง เป็นการพัฒนาที่เรียกว่า ประชาชนเป็นศูนย์กลาง (People-centered Development) ซึ่งเป็นปรัชญาที่ปรากฏอยู่ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติของประเทศไทยอยู่แล้ว

            สิ่งที่นำมาพูดในวันนี้เป็นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ โยงไปถึงสิ่งทีลึกอยู่ในใจที่เรียกว่า จิตสำนึก และรวมถึงเป็นสิ่งที่อยู่ในสมองที่เรียกว่า ระบบคิด หวังว่าท่านจะได้นำไปประกอบการคิดการพิจารณาของท่าน และนำไปสู่การทำกิจกรรมที่ดียิ่งขึ้น ตลอดจนนำมาซึ่งความสุขใจ ความอิ่มใจ ความภาคภูมิใจ รวมทั้งตัวท่านเองก็ได้เรียนรู้ ได้พัฒนาความคิด พัฒนาความสามารถของท่าน พร้อมกันไปด้วย

                 (สรุปคำบรรยายในฐานะวิทยากรพิเศษในวันเริ่มต้นปีโรตารี 2549-2550 ของสโมสรโรตารีบางรัก ณ โรงแรมตะวันนารามาดา เมื่อ 6 ก.ค. 49)

ไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม

18 ก.ค. 49

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

คำสำคัญ (keywords): การพัฒนาชุมชน
หมายเลขบันทึก: 39512
เขียน:
แก้ไข:
ดอกไม้: 1
ความเห็น: 2
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (2)

นับถือครับท่าน....ร้อยเรียงสืบสานสายให้เป็นหนึ่งเดียว เพื่อกระตุ้นเตือนให้มีจิตสำนึกที่ดี

ระบบคิด และจิตสำนึก นำไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน

ขอบพระคุณอาจารย์ที่ให้ความกระจ่างครับ